รู้ลึกเรื่อง ‘รังสียูวี’ ส่องข้อดีและข้อเสีย

วันที่ 06 เม.ย. 2564 เวลา 14:17 น.
รู้ลึกเรื่อง ‘รังสียูวี’ ส่องข้อดีและข้อเสีย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ดลับปกป้องผิวจากแสงแดด เพื่อให้ทุกคนได้สนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างมั่นใจ

ช่วงซัมเมอร์นี้เชื่อว่าหลายๆ คนคงวางแผนออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อหาสถานที่พักผ่อน และสนุกไปกับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเต็มที่ แต่ก็อาจจะหมดสนุกได้ เพราะต้องคอยกังวลกับปัญหาผิวคล้ำเสียจากแสงแดด กระ ฝ้า ริ้วรอย รวมถึงผิวแก่ก่อนวัย (Photoaging) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ธัญ (THANN) ชวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แชร์เคล็ดลับการปกป้องผิวจากแสงแดด เพื่อให้คุณได้สนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างมั่นใจ กับผลิตภัณฑ์  THANN Oil-free Facial Sunscreen SPF30 PA+++

แพทย์หญิง นิโลบล เจริญวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการปกป้องผิวจากแสงแดด เพื่อให้คุณได้สนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างมั่นใจว่า ในแสงแดดประกอบไปด้วยแสงและรังสีหลายชนิดทั้งที่สามารถมองเห็น และไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ชนิดที่สามารถทำอันตรายต่อผิวหนังของเราได้ คือ “รังสีอัลตราไวโอเลต” (Ultraviolet) หรือ “รังสียูวี” (UV) หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมก็จะมีประโยชน์ในการกระตุ้นให้ร่างกายของเราผลิตวิตามินดีและสามารถใช้ในการรักษาโรคอาทิด่างขาวสะเก็ดเงินและโรคกระดูกอ่อนในเด็กแต่หากได้รับรังสียูวีเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อผิวของเราได้

รังสียูวีที่เป็นอันตรายกับผิวมี 2 ชนิด คือ

  • รังสียูวีเอ (UVA) เรียกอีกอย่างว่า “ยูวีเอจจิ้ง" (UV Aging) ทำให้เกิดปัญหาผิวแก่ก่อนวัย (Photoaging) เกิดริ้วรอยเล็กๆ ไปจนถึงริ้วรอยล่องลึก นอกจากนี้ยังทำให้ผิวแห้งกร้านและขาดน้ำ รังสียูวีเอจะไปกระตุ้นกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานินทำให้ผิวเกิดความหมองคล้ำ การก่อตัวของอนุมูลอิสระในผิวหนัง ทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น
  • ยูวีบี (UVB) หรือยูวีเบิร์นนิ่ง (UV Burning) จะมีความเข้มข้นของแสงมากกว่ายูวีเอ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดผิวไหม้แดด ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ สำหรับอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) เกิดจากผิวได้รับรังสียูวีบีในปริมาณมากจนทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกถูกทำลาย ในผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดผิวหนังลอก เป็นแผลพุพอง และรู้สึกเจ็บปวด อีกทั้งเซลล์ผิวหนังที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะไวต่อรังสียูวีและบอบบางกว่าเซลล์ผิวเดิม ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรงจะมีเพียงผื่นแดงขึ้นบริเวณผิวหนังที่โดนแสงแดดและค่อย ๆ หายเป็นปกติใน 2-3 วัน ทั้งนี้การมีผิวไหม้จากแดดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วย

ดังนั้น หากไม่ต้องการให้รังสียูวีทำร้ายผิวของเรา ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะระหว่างเวลา 10.00 – 16.00 น. เพราะเป็นช่วงที่รังสียูวีมีความแรงที่สุด รวมถึงควรสวมเสื้อผ้าปิดผิวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยทั่วไปแล้วเสื้อผ้าที่ทอเนื้อแน่นและมีสีเข้มจะสามารถกันแดดได้มากกว่าเสื้อผ้าเนื้อบางๆ เมื่อต้องทำกิจกรรมต่างๆ กลางแจ้งควรสวมหมวกปีกกว้าง แว่นตากันแดด หรือกางร่ม ที่สำคัญควรทาผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นประจำทุกวัน

SPF (Sun Protection Factor)

เรายังสามารถพิจารณาปัจจัยหลักในการปกป้องผิวจากรังสียูวีแต่ละประเภทได้จากค่า SPF (Sun Protection Factor) คือค่าที่บอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVB เป็นค่าระยะเวลาที่ผิวสามารถทนต่อแสงแดดได้โดยที่ผิวเราไม่ไหม้ (Sunburn) คำนวณจากระยะเวลาที่ผิวทนต่อแสงแดดได้คูณกับค่าของ SPF ตัวอย่างเช่น คนเอเชียผิวขาวทั่วๆ ไปสามารถโดนแสงแดด 20 นาทีก่อนที่ผิวจะเริ่มอักเสบแสบแดง การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF30 จะช่วยให้ผิวเราจะสามารถทนต่อแสงแดดได้นานขึ้นคิดเป็น 20 นาที x ค่า SPF30 = 600 นาที หรือ 10 ชั่วโมง

PA (Protection grade of UVA)

ส่วนค่า PA (Protection grade of UVA) คือค่าที่บอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องรังสี UVA เป็นค่าที่สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางประเทศญี่ปุ่น (Japan Cosmetic Industry Association, JCIA) กำหนดขึ้นเพื่อแสดงถึงความสามารถในการป้องกันอาการดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสี UVA โดยใช้เครื่องหมายบวก (+) ในการแสดงระดับของประสิทธิภาพ ปัจจุบันค่า PA++++ ถือว่าเป็นค่าที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด

ปกติแล้วผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดทั่วไปๆ จะมีเพียงคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเดียวทำให้ต้องใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดอื่น แต่ในปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดได้มีบทบาทสำคัญในการดูแลผิวพรรณของเรามากขึ้น โดยนำคุณสมบัติในการบำรุงผิวที่ได้จากสารสกัดธรรมชาติมาใช้ ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), สารสกัดอูกอน (Ougon extract) พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ (De-colorizing action) หรือสารสกัดจากชาขาว (White tea extract) ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน (Anti-oxidant) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น”

งานนนี้มีเซเลบริตี้สาวได้ร่วมกิจกรรมพร้อมร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผิวตามแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่สาวสวยมั่นใจ สิริน ศรีอรทัยกุล เผยว่า ปกติแล้วแพมเป็นคนที่ชอบกิจกรรมทางน้ำอย่างเวคบอร์ด เซิร์ฟ ดำน้ำแบบสกูบ้า แน่นอนว่ากิจกรรมเหล่านี้ต้องออกทะเล ต้องเจอกับแสงแดดแรงๆ ซึ่งคนผิวขาวอย่างเราเวลาออกทะเลเจอแดด ผิวก็ยิ่งหมองคล้ำได้ง่ายมาก ดังนั้นครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย นอกจากจะต้องมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ ยูวีบีได้ดีแล้ว เนื้อครีมต้องบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขุมขน อย่างออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ ที่สำคัญยังมอบคุณค่าการบำรุงผิวเราอีกด้วยทำให้ผิวเรากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ถัดมาที่สาวหวาน นริศา คุโบตะ เล่าว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมุ่งไปทางเรียนปริญญาเอกเป็นหลัก แต่หนูนาก็แบ่งเวลาทำกิจกรรมที่ชื่นชอบอย่างกีฬาขี่ม้าเป็นประจำ การที่เราต้องเผชิญแสงแดดในทุกๆ วัน แน่นอนว่าผิวเราอาจคล้ำเสีย และเกิดริ้วรอยได้ แต่หนูนาก็มีตัวช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย ออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ เพราะแตกต่างจากผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วๆ ไปตรงที่นอกจากจะป้องงกันแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังมอบความชุ่มชื้น พร้อมปกป้องและฟื้นฟูผิวจากความแห้งกร้านได้ดีอีกด้วย ทำให้หนูนามั่นใจได้ว่าผิวของเราจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด

ปิดท้ายที่สาวผิวเนียนสวย ภัณฑิลา เทพาคำ เผยว่า เตยถือได้ว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยงเลย เพราะชอบปีนเขา เดินป่า และวิ่งเทรล ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนุกและได้ผจญภัยทั้งทุ่งหญ้า ป่า และภูเขา ต้องเจอทั้งฝน ฝุ่น และแสงแดด เป็นกิจกรรมที่มีเสน่ห์และชื่นชอบมาก ซึ่งหลายๆ ครั้งต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลว่าผิวจะเสีย เพราะเตยมีตัวช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดด อย่างออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ ซึ่งจะใช้ก่อนการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เตยว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนแบบบ้านเราดีนะคะ เพราะเนื้อครีมบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ แถมล้างออกง่ายโดยไม่อุดตันรูขุมขนซึ่งเหมาะสำหรับคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งเป็นอย่างมาก