มหากาพย์ ‘ฟ้าทะลายโจร’ กินเสริมเกราะ แต่ไม่ป้องกันโควิด-19

วันที่ 24 มี.ค. 2563 เวลา 06:20 น.
มหากาพย์ ‘ฟ้าทะลายโจร’ กินเสริมเกราะ แต่ไม่ป้องกันโควิด-19
รวมความเห็นอ้างอิงหลักวิชาการจากแพทย์และเภสัชกร เกี่ยวกับ “ฟ้าทะลายโจร” ระบุชัดเสริมภูมิต้านทาน ช่วยให้ไม่ป่วย แต่ไม่ป้องกันโควิด-19 พร้อมแนะวิธีกินฟ้าทะลายโจรให้ถูกต้องและปลอดภัยทั้งแบบเม็ดแคปซูลและแบบสด

เริ่มกันที่ท่านแรก ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสาธารณสุข อธิบายว่า ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่เมื่อทานเข้าไปแล้วสามารถสร้างความสมดุลให้ร่างกายได้ ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้โดยตรง แต่จะเป็นยาเย็นที่ช่วยทำให้มีการหลั่งสารคัดหลั่งในทางเดินหายใจที่จะช่วยป้องกันเคลือบให้ไวรัสโจมตีเข้าถึงปอดได้ยากขึ้น ทำให้ร่างกายจะต่อสู้กับเชื้อโรคเหล่านั้นได้และช่วยให้ระบบทางเดินหายใจมีภูมิต้านทานมากขึ้น

สำหรับสรรพคุณหลักของ "ฟ้าทะลายโจร" ได้แก่ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ และต้านไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ มีงานวิจัยจากประเทศชิลีที่ศึกษาทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยเพื่อพิสูจน์ประสิทธิผลของสารสกัด "ฟ้าทะลายโจร" ในการรักษาอาการอันเนื่องจากหวัดทั่วไป (common cold) พบว่า การรับประทานยาสารสกัดใบฟ้าทะลายโจรขนาด 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 3-4 วัน สามารถลดอาการรุนแรงของโรคอันเนื่องจากหวัดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าใน 3 วันแรกของกลุ่มทดลองที่ได้รับฟ้าทะลายโจรขนาดสูง 6 กรัมต่อวัน มีผลช่วยลดอาการไข้และอาการเจ็บคอได้ 80%-90%

ไม่เพียงเท่านั้น ในประเทศไทยยังมีการศึกษาวิจัยด้านสรรพคุณทางยาจากฟ้าทะลายโจรอีกมากมาย เช่น ค้นพบว่ามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชรา ช่วยป้องความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อมาลาเรีย มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดและลดความดันเลือดได้ดี เป็นต้น

ถัดมาเป็นความเห็นของ ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวถึงกรณีประชาชนบางส่วนซื้อฟ้าทะลายโจรจนหลายแห่งหมดเกลี้ยง เนื่องจากเข้าใจว่ามีสารสำคัญสามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า จริงๆ ไม่มีการศึกษาชัดเจนในเซลล์ หรือในคน แต่เป็นการจำลองภาพสามมิติ ว่าช่วยได้หลากหลาย 

สำหรับการกินเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน แนะนำให้กินเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น มีประวัติเป็นหวัดบ่อย ติดเชื้อง่าย แต่การกิจจะต้องกินในปริมาณโดสต่ำๆ โดยในงานวิจัยของประเทศชิลี ระบุว่า ต้องกินฟ้าทะลายโจรที่มีสารสำคัญ “แอนโดรกราโฟไลด์” ในปริมาณวันละ  11.2 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งปัจจุบันการผลิตแคปซูลฟ้าทะลายโจรที่มีปริมาณสารดังกล่าวของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกัน เช่น ของอภัยภูเบศรจะอยู่ที่ 12 มิลลิกรัมต่อแคปซูล  แต่บริษัทอื่นๆ ก็แตกต่างกันไป  โดยหากเป็นของอภัยภูเบศรก็แนะนำให้กินวันละ 1 แคปซูล 5 วันต่อสัปดาห์ มื้อใดก็ได้ กินได้นาน 3 เดือน ซึ่งใช้เพียง 60 แคปซูล หรือเพียง 1 กระปุกต่อคน 

สิ่งสำคัญ ต้องย้ำว่าการที่จะมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ไม่ใช่พึ่งพาแค่ฟ้าทะลายโจร ยังต้องดูแลสุขภาพอื่นๆด้วย กินอาหารให้เสริมภูมิด้วย อีกทั้งอยากเตือนว่า  การรับประทานฟ้าทะลายโจรนั้นมีข้อห้ามในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดได้แก่วาร์ฟารินและผู้ที่มีการทำงานของตับและไตผิดปกติ

ส่วนผู้ที่มีอาการหวัด เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกใส ให้รีบกินทันทีที่เริ่มมีอาการ จะเห็นผลดีกว่าเป็นหลายวันแล้วค่อยกิน  โดยอายุ 12 ปีขึ้นไปกินครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 4 ครั้งหลังอาหาร   แต่ถ้าหายแล้วต้องหยุดกินทันที แต่จากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 หากอาการไม่ดีขึ้นขอย้ำว่า ภายใน 24 ชั่วโมงต้องพบแพทย์ทันที

วิธีการใช้หรือการรับประทาน "ฟ้าทะลายโจร" ให้ถูกต้องและปลอดภัย มีดังนี้

1. กินเพื่อป้องกัน รับประทานเพื่อป้องกัน/กลุ่มเสี่ยง

คนทั่วไปที่ยังไม่ป่วยสามารถรับประทานฟ้าทะลายโจรได้วันละ 1 แคปซูล โดยกินต่อเนื่องกัน 5 วันต่อสัปดาห์หรือวันเว้นวัน ใช้ได้ในระยะเวลา 3 เดือน ในช่วงที่มีไวรัสแพร่ระบาด โดยยาฟ้าทะลายโจร 1 แคปซูล มีสารสำคัญ Andrographalide ปริมาณ 12 มิลลิกรัม (อ้างอิงงานวิจัย ใช้ Andrographolide วันละ 11.2 mg พบว่าช่วยลดการเป็นหวัดลง 2 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก)

2. กินเพื่อรักษา รับประทานเมื่ออาการไข้ทั่วไป

สำหรับผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) รับประทาน 4 ครั้ง ครั้งละ 3 แคปซูล คือ หลังอาหารเช้า หลังมื้อกลางวัน หลังมื้อเย็น และก่อนนอน จนอาการดีขึ้น และควรกินยาฟ้าทะลายโจรติดต่อกันไม่เกิน 7 วัน (ปกติไข้หวัดธรรมดาจะหายใน 1-2 สัปดาห์) ส่วนในเด็กอายุ 4-11 ปี รับประทาน 1-2 แคปซูล ให้กินได้ไม่เกิน 10 วัน (ยังไม่มีการศึกษาในขนาดการป้องกัน)

*หมายเหตุ: การแนะนำรับประทานนี้อ้างอิงจากขนาดยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรอภัยภูเบศรเท่านั้น (หากเป็นฟ้าทะลายโจรของแบรนด์อื่นหรือการกินสดจะไม่สามารถใช้ขนาดเดียวนี้ได้ทั้งหมด)

ข้อห้ามและผู้ที่ไม่แนะนำให้กินฟ้าทะลายโจร ได้แก่

  • ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ฟ้าทะลายโจร
  • ห้ามใช้ในผู้มีความผิดปกติของตับและไต
  • ไม่ควรใช้ขนาดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทําให้แขนขาชาหรืออ่อนแรง
  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เนื่องจากยามีฤทธิ์เย็น
  • กรณีกินเพื่อแก้ไข้เจ็บคอ หากผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้วไม่ดีขึ้นควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์
  • ระวังการใช้ร่วมกับยาลดความดัน เพราะอาจเสริมฤทธิ์กัน
  • ระวังการใช้ร่วมกับสารกันเลือดเป็นลิ่มและยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด เช่น วาฟาร์ริน แอสไพริน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ที่ได้รับยากดภูมิเพราะสมุนไพรจะไปลดฤทธิ์ยา
  • ในช่วงที่ COVID-19 ระบาด หากมีอาการ ไข้สูง ไอ เจ็บคอ เหนื่อยหอบ หรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ควรพบแพทย์เพื่อคัดกรองอาการก่อนใช้ฟ้าทะลายโจร

ทั้งนี้ การแนะนำรับประทานนี้อ้างอิงจากขนาดยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรอภัยภูเบศร (หากเป็นฟ้าทะลายโจรของแบรนด์อื่นหรือการรับประทานสดจะไม่สามารถใช้ขนาดเดียวกันนี้ได้ทั้งหมด) นอกจากนี้ เราสามารถกินใบสดของฟ้าทะลายโจร 2-3 ใบ ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น ได้เช่นเดียวกัน

ทางด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพรแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่าฟ้าทะลายโจรใช้ป้องกันหรือรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อโควิด-19 แต่ฟ้าทะลายโจรมีข้อมูลที่สนับสนุนการใช้ป้องกันและรักษาอาการที่เกิดจากหวัดธรรมดา (common cold) เช่น อาการไอ เจ็บคอ มีไข้

ถึงแม้ว่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จะมีข่าวว่าทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับการทดลองวิจัย สารสกัดฟ้าทะลายโจร ระบุว่าขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ไทยจากหลายหน่วยงานได้ร่วมกันทำการวิจัยทดลองทางห้องปฏิบัติการเพื่อหายาต้านโควิด-19 โดยการนำกลุ่มตัวอย่างที่เป็นคนไทยสุขภาพดี 10 คน รับประทานยาสารสกัดฟ้าทะลายโจร และอยู่ในโรงพยาบาล 5 วัน จากนั้นเอาเซรุ่มที่สกัดจากกลุ่มตัวอย่าง ไปใส่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่าสารสกัดฟ้าทะลายโจรของประเทศไทย สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสในหลอดทดลองได้ ซึ่งทางกรมการแพทย์แผนไทยฯ จะนำไปพัฒนาต่อยอดสู่ยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในผู้ป่วยต่อไป ซึ่งการศึกษานี้ถือได้ว่าเป็นการศึกษาครั้งแรกที่ทดลองใช้สารสกัดฟ้าทะลายโจรกับโควิด-19 แต่นั่นคือ การศึกษาในหลอดทดลองเท่านั้น

ส่วนสรรพคุณของฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่ช่วยลดอาการจากไข้หวัดธรรมดาได้ โดยมีข้อมูลว่าฟ้าทะลายโจรสามารถช่วยรักษาอาการของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจได้ เช่น อาการไอ และเจ็บคอ นอกจากนี้ฟ้าทะลายโจรยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และแก้ปวด ต้านเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคบางชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย

ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 สามารถรับประทานได้เมื่อมีอาการไข้หวัด ไม่สบาย ไอ จาม แต่หากไม่ได้ป่วย มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงปกติ ยังไม่จำเป็นต้องรับประทานฟ้าทะลายโจร เพราะหากมีการกักตุนยาฟ้าทะลายโจรในช่วงนี้ อาจทำให้ผู้ป่วยจากโรคหวัดธรรมดาไม่มีฟ้าทะลายโจรใช้ หรือมีราคาที่สูงขึ้นมากได้

สำหรับวิธีรักษาร่างกายให้ปลอดภัยจากโควิด-19 ได้แก่

  • ล้างมือบ่อยๆ หรือพกเจลล้างมือหรือแอลกอฮอล์เอาไว้ใช้ระหว่างวันได้
  • หลีกเลี่ยงการร่วมทำกิจกรรม หรือในสถานที่ที่มีคนรวมอยู่กันเป็นจำนวนมาก รวมถึงงดรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ญาติๆ ด้วย งดเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ย
  • สวมหน้ากากอนามัยหากมีอาการไข้หวัด ไอ จาม กินร้อน ช้อนตัวเอง ไม่รับประทานอาหารด้วยอุปกรณ์ร่วมกัน
  • ทำความสะอาดบริเวณที่มีการสัมผัสจากหลายๆ คนบ่อยๆ เช่น ที่จับประตู ปุ่มกดลิฟท์ เป็นต้น

เรื่องนี้ นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้ความเห็นว่า สารแอนโดรกราโฟไลด์ของฟ้าทะลายโจร มีผลการศึกษาที่ประเทศจีนว่า มีผลต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์น้อยลง และการแบ่งตัวของไวรัสลดน้อยลง แต่การจะนำมาใช้ต้องมีการศึกษาข้อมูลเรื่องนี้ในประเทศไทยด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองในหลอดทดลองว่า “สารแอนโดนกราโฟไลด์” จะมีผลต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ก่อโรคโควิด-19 อย่างไร ทำให้เชื้อลดจำนวนลงหรือไม่ หรือว่ามีผลเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ยังต้องขอใช้เวลาในการศึกษา แต่หากพบว่าได้ผลดีก็จะมีการนำไปทดลองใช้ในผู้ป่วย ซึ่งจะมีการเสนอคณะกรรมกรจริยธรรมการวิจัยในคน โดยจะลองนำมาใช้ทั้งกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 และผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ว่าช่วยให้อาการดีขึ้นหรือไม่อย่างไร

ดังนั้น การใช้สารแอนโดรกราโฟไลด์มาใช้ต่อสู้โรคโควิด-19 ยังต้องรอผลการศึกษาที่ชัดเจน แต่การจะใช้ฟ้าทะลายโจรในการดูแลสุขภาพเกี่ยวกับโรคหวัดทั่วไป มีผลการศึกษาชัดเจนว่าสามารถช่วยได้

โดยฟ้าทะลายโจรมีความโดดเด่นใน 3 ด้าน คือ

  1. กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ถ้าภูมิคุ้มกันแข็งแรงก็จะจัดการกับไวรัสได้
  2. ต้านการอักเสบ ช่วยลดความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัส
  3. ต้านไวรัส โดยเฉพาะไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ ฟ้าทะลายโจรจะไปแย่งจับกับ adenosine receptor ทำให้ไวรัสไม่มีที่จับ เข้าไปทำลายเซลล์เราได้น้อยลง

ทั้งนี้ ภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เปรียบเสมือนทหารในร่างกายที่คอยปกป้องข้าศึก จากการติดเชื้อ ช่วยลดความรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัส

สุดท้ายเราขอทิ้งท้ายด้วยชื่อเรียกอื่นของฟ้าทะลายโจร อาทิ ฟ้าทะลาย หญ้ากันงู น้ำลายพังพอน เมฆทะลาย และฟ้าสะท้าน 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต