เช็กอาการส่อเค้าเฝ้าระวังของโรคหลอดเลือดหัวใจ

วันที่ 24 ก.พ. 2563 เวลา 15:50 น.
เช็กอาการส่อเค้าเฝ้าระวังของโรคหลอดเลือดหัวใจ
แพทย์อายุรศาสตร์หัวใจให้ความรู้เรื่อง 'โรคหลอดเลือดหัวใจ' ภัยเงียบที่น่ากลัว พร้อมแนะ 7 วิธีดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

ผ่านพ้นเทศกาลแห่งความรักไปแล้ว หลายคนคงได้บริหารหัวใจให้สดชื่นกระชุ่มกระชวย แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีคนมาทำให้หัวใจเป็นสีชมพู ก็ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจจนถึงกับเครียด เพราะความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิด “โรคหลอดเลือดหัวใจ” นำมาซึ่งการเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง โดยสถิติจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีคนไทยป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจกว่า 4 แสนคน และทุกๆ ชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิต 2 คน สิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือกว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจมักจะไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ

นายแพทย์ทัศนัย จันโหนง แพทย์อายุรศาสตร์หัวใจ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เผยว่า ในอดีตเราอาจจะเข้าใจว่าโรคหัวใจเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันโรคหัวใจมีโอกาสเกิดได้แม้แต่กับเด็กทารกที่เพิ่งคลอดออกมาลืมตาดูโลก หรือแม้แต่คนในวัยอายุ 20 ปีเท่านั้น ซึ่งข้อมูลที่น่าสนใจคือ โรคหลอดเลือดหัวใจแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ

  • แบบเรื้อรัง เกิดจากไขมันมาเกาะสะสมอยู่ที่ผนังหลอดเลือดทำให้เยื่อบุผนังหนาขึ้น หลอดเลือดตีบลง ทำให้เลือดนำออกซิเจนไหลผ่านได้น้อยลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีอาการเจ็บหน้าอกในช่วงที่ผู้ป่วยออกแรงเยอะ ๆ แต่เมื่อหยุดพักอาการ ก็จะดีขึ้น
  • แบบเฉียบพลัน เกิดจากคราบไขมันที่เกาะอยู่ที่ผนังของหลอดเลือดชั้นในนี้ได้ปริแตกออกและกลายเป็นลิ่มเลือด จนอุดตัน ส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน นำไปสู่การเสียชีวิตกะทันหันจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย หัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรง

อาการส่อเค้าที่ต้องเฝ้าระวัง

อาการเบื้องต้นที่ส่อเค้าว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ จะมีอาการเหนื่อยง่ายเมื่อออกแรง เจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงเหมือนมีอะไรมากดทับ ปวดร้าวไปที่กราม คอหอย แขนด้านซ้าย สะบักหลัง มีอาการใจสั่น ซีด เหงื่อออกมาก จุกที่บริเวณคอหอย จุกใต้ลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม และอาจหมดสติ

แบบไหนเข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง

ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่เป็นประจำ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ผู้ที่ออกกำลังกายน้อย น้ำหนักเกินมาตรฐาน และผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้หญิง

เครื่องมือตรวจวินิจฉัยแม่นยำปลอดภัยสูง

ปัจจุบันการตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง CT Scan 128 Slice นับว่ามีความแม่นยำและปลอดภัยสูง แม้แต่ผู้ป่วยเด็กก็สามารถตรวจได้ ใช้เวลาตรวจไม่นาน ผู้ป่วยได้รับรังสีเอ็กซเรย์น้อยลงกว่า 82% แสดงผลตรวจออกมาเป็นภาพ 3 มิติ สามารถดูภาพในระนาบต่าง ๆ ของหัวใจได้ ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น

วิธีรักษาตามความรุนแรงของโรค

ในระดับที่ไม่รุนแรงมากนัก แพทย์จะรักษาด้วยยา เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด ยาต้านการแข็งตัวของลิ่มเลือด ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ ยาลดไขมัน ยาควบคุมความดันโลหิต เป็นต้น และวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ การทำบอลลูนเพื่อรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ สำหรับผู้ที่มีหลอดเลือดหัวใจอุดตันไปแล้วกว่า 70% แพทย์จะใช้วิธีการทำบายพาสหัวใจ นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจในกรณีที่โรคมีระดับรุนแรงมากและไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้แล้ว

7 วิธีดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  2. หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน และอาหารรสจัด
  3. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน
  4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  5. งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอกอฮอล์
  6. ทำจิตใจให้แจ่มใส
  7. รับการตรวจสุขภาพหัวใจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

เมื่อสงสัยว่าตนเองมีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาอย่างทันท่วงที หรือสามารถขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ได้ทั้ง 8 แห่ง ติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ก: Principal Healthcare Company