นั่งทำงานแล้วรู้สึก 'ตาพร่า' แค่อ่อนล้า หรือว่าเป็น CVS

วันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 10:00 น.
นั่งทำงานแล้วรู้สึก 'ตาพร่า' แค่อ่อนล้า หรือว่าเป็น CVS
สำหรับคนที่กำลังอ่านข้อความนี้ พฤติกรรมนี้แหละที่อาจสร้างผลเสียต่อสุขภาพดวงตา ยิ่งหากรู้สึกตาพร่า ต้องมาเช็กกันแล้วละว่า เราจะเป็น Computer Vision Syndrome (CVS) หรือไม่

เรื่องของสุขภาพดวงตานั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสำคัญที่สุด แต่ในยุคดิจิทัลที่ทุกคนคลั่งไคล้การสื่อสาร หลายคนใช้ชีวิตติดจอ หรือที่กล่าวกันว่าคนไทยตอนนี้เป็นสังคมก้มหน้า เพราะทุกคนเอาแต่ก้มหน้าตา จ้องจอสมาร์ทโฟน แท็บแล็ต หรือจ้องคอคอมพิวเตอร์กันละคนหลายชั่วโมงต่อวัน คนทำงานยุคดิจิทัลก็ใช่ย่อย จ้องจอกันวันหนึ่งไม่แพ้ลูกหลาน ก่อนที่จะจ้องจอนานเกินไปกว่านี้ และสร้างผลเสียต่อสุขภาพดวงตาไปมากกว่านี้ เราอยากแนะนำให้รู้จักกับโรคที่มีชื่อว่า ซีวีเอส (Computer Vision Syndrome-CVS)

สำหรับโรคซีวีเอส (Computer Vision Syndrome-CVS) มักเกิดกับคนที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ พบมากในคนที่อายุมากกว่า 40 ปี สาเหตุจากไม่ค่อยกระพริบตา และโดนแสงจ้าจากจอเป็นเวลานาน เกิดจากพฤติกรรมการมองจอภาพเป็นเวลานาน ๆ ต่อเนื่องเกิน 2-3 ชั่วโมงต่อวัน เพราะต้องใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตาและประสาทตาในลักษณะเพ่งจ้องตลอดเวลา นั่นทำให้เกิดอาการดวงตาล้า แสบตา ตามัว ตาแห้ง น้ำตาไหล มองเห็นภาพซ้อน ตาโฟกัสช้า เคืองตา และบ่อยครั้งมีอาการปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่ หรือปวดหลังร่วมด้วย

ถ้าไม่อยากเป็น Computer Vision Syndrome ต้องทำอย่างไร

1.วางหน้าจอคอมพวิเตอร์ให้ห่างจากดวงตา 20-28 นิ้ว และควรให้จุดกึ่งกลางของหน้าจออยู่ต่ำกว่าระดับสายตาในแนวราบ 4-5 นิ้ว

2.ปรับแสงสว่างหน้าจอให้พอเหมาะ ไม่สว่างเกินไป

3.ถ้าต้องอยู่หน้าจอทั้งวันเกิน 1-2 ชั่วโมง ควรพักสายตาเป็นระยะ ใช้สูตร 20-20-20 คือ ละสายตาจากหน้าจอทุก 20 นาที แล้วมองไปที่วัตถุไกลอย่างน้อย 20 ฟุต นาน 20 วินาที

4.เวลาอยู่หน้าจอ ต้องหมั่นกระพริบตาบ่อยๆ หากแสบตามาก อาจใช้น้ำตาเทียมช่วย

5.ควรใช้แผ่นกรองแสงวางหน้าจอ หรือใส่แว่นกรองแสง

6.ปรับเก้าอี้นั่งให้พอเหมาะ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ใช้แว่นตา 2 ชั้น จะต้องตั้งจอภาพให้ต่ำกว่าระดับ

7.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพดวงตา

 

 

3 กลุ่มสารอาหารสำคัญเพื่อสุขภาพดวงตา

1.แคโรทีนอยด์ สารอาหารในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในผักผลไม้หลากสี จำไว้ว่า ผักใบเขียวช่วยปกป้องแสงสีฟ้าจากหน้าจอมคอมพิวเตอร์และแสงแดดจ้าได้ ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคซีวีเอสได้ถึง 50%

2.น้ำมันปลา ให้สารสำคัญโอเมก้า-3 ที่ประกอบด้วยดีเอชเอ และอีพีเอ ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของเนื้อเยื่อจอประสาทตา อีกช่วยบำรุงสายตา ปรับสมดุลความดันในลูกตา เสริมประสิทธิภาพการมองเห็น

3.สารต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาเรื่องโรคจอประสาทตาเสื่อมที่สัมพันธ์กับอายุ (AREDS) โดยสถาบันดูแลดวงตาของสหรัฐอเมริกา พบว่า การกินสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณสูง ได้แก่ สังกะสี วิตามินอี ทองแดงและเบต้าแคโรทีน มีผลลดการกำเริบของโรคซีวีเอสได้ 25%

 

ภาพ Freepik

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต