วัยทองกับอาหารที่ควรกิน-ควรหลีกเลี่ยง

  • วันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 06:10 น.

วัยทองกับอาหารที่ควรกิน-ควรหลีกเลี่ยง

ปรับตัว กลับใจ เลือกกินอาหารที่ใช่ ช่วยลดอารมณ์วัยทอง

คนทำงานหลายคนที่อยู่ในช่วงวัย 45-50 ปี โดยเฉพาะกับสุภาพสตรี มักมีอาการแปลกๆ จากสภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล หลายอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายส่งผลถึงอารมณ์จนทำให้คนใกล้ตัวเริ่มไม่อยากเข้าใกล้ ซึ่งเป็นอาการที่ถูกเรียกว่า "อารมณ์วัยทอง" ซึ่งฟังแล้วเจ็บปวดสำหรับผู้หญิงบางคน แต่อย่าคิดให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากรู้เท่าทันและรับมือกับอาการที่เกิดขึ้นอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้มีความสุขได้

วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน เกิดจากสารเคมีในร่างกายไม่สมดุลด้วยสาเหตุจากรังไข่หยุดทำงาน ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดลง จนส่งผลถึงสุขภาพร่างกายภายนอก หากผู้หญิงคนไหนมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกในเวลากลางคืน นอนไม่หลับหรือหลับยาก อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หลงลืมง่ายละก็ อาการเหล่านี้เป็นอาการเบื้องต้นที่มีเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนโดยตรง ดังนั้น การกินอาหารที่ประกอบด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการใช้อย่างเอสโตรเจน ก็สามารถช่วยเสริมฮอร์โมนส่วนที่ขาดได้เช่นกัน

หลักการบริโภคอาหารในวัยทอง

อายุที่มากขึ้นส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานน้อยลง การเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมตามหลักโภชนาการ ย่อยง่าย และมีกากใยสูง จะช่วยลดอาการวัยทองในระยะเริ่มต้นและระยะยาว อีกทั้งยังช่วยให้ผิวดี ไม่แห้งแตก รวมถึงป้องกันโรคที่อาจเกิดจากน้ำหนักตัวที่มากเกิน

อาหารที่ควรรับประทาน

เนื่องจากระดับฮอร์โมนเพศองคนวัยนี้ลดลง อาหารที่ควรรับประทานเป็นประจำจึงเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุข เช่น

เต้าหู้ และน้ำเต้าหู้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้จากถั่วเหลืองทุกชนิด ควรรับประทานเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด นี่แหละคืออาหารที่อุดมไปด้วยเอสโตรเจนระดับสูง ขณะเดียวกันยังมีไฟโตเอสโตรเจนที่อยู่ในรูปของเหลว ช่วยให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว 

โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไขมันต่ำ  วัยทองยังเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน มีโอกาสที่จะกระดูกแตกหักง่าย จึงควรรับประทานอาหารอุดมด้วยแคลเซียม เช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไขมันต่ำ ผักใบเขียวและผลไม้ ซึ่งผักและผลไม้ส่วนใหญ่มีธาตุโบรอน ช่วยเพิ่มความสามารถในการกักฮอร์โมนเอสโตรเจนและช่วยลดการสูญเสียแคลเซียมได้ โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ รวมถึงแอปเปิ้ล องุ่น และส้ม ทั้งนี้ผักในตระกูลกะหล่ำอุดมด้วยธาตุโบรอน ได้แก่ บล็อกโคลี แขนงผัก ดอกกะหล่ำ หัวไชเท้า เป็นต้น

ผักและผลไม้ การเลือกรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นยังช่วยเพิ่มวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์กับร่างกาย รวมถึงกากใยยังช่วยในเรื่องการขับถ่าย ลดอาการท้องผูกเรื้อรัง และช่วยให้สบายตัว ทั้งนี้ ในผักผลไม้ยังอุดมด้วยสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยบรรเทาอาการวัยทองลงได้

น้ำมะพร้าว ผลไม้เพื่อสุภาพสตรีที่หาซื้อง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เป็นน้ำมะพร้าว มีสรรพคุณช่วยขับพิษและของเสียออกจากร่างกาย เปรียบเสมือนของขวัญจากธรรมชาติที่อัดแน่นไปด้วยปริมาณเอสโตรเจน และยังมีสารจำพวกคอลลาเจนและอิลาสตินที่จะช่วยให้ผิวสตรีวัยทองเปล่งปลั่งดุจสาวแรกรุ่นด้วยเช่นกัน

ข้าวสาลีและธัญพืช อาหารเพื่อสุขภาพอย่างข้าวสาลีและธัญพืชเต็มเมล็ดไม่ผ่านการขัดสีนี่ก็ถูกพูดถึงกันมากในกลุ่มอาหารสุขภาพ อันอุดมไปด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนจากธรรมชาติ ชนิดไอโซฟลาโวน มีคุณสมบัติในการปรับฮอร์โมนเอสโตรเจนภายในร่างกายสุภาพสตรีทั้งหลายให้สมดุลด้วยเช่นกัน

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ นอกจากจะมีวิตามินซีสูงแล้ว สารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ยัง เป็นสารซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน และเป็นศูนย์รวมสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปรับสภาพผิว ต่อต้านริ้วรอยก่อนวัย และยังเป็นผลไม้กลุ่มที่กินแล้วไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารบางชนิดอาจไปกระตุ้นให้ภาวะวัยทองมีอาการมากขึ้นได้ เช่น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ทั้งนี้การดื่มชา กาแฟเป็นประจำยังส่งผลทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน

ผู้ที่อยู่ในภาวะวัยทองควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัดหรือเผ็ดร้อน ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน และอาหารแปรรูป เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรนลดต่ำลง ส่งผลให้ไขมันสะสมที่หน้าท้อง อ้วนได้ง่าย ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ รวมถึงโรคเบาหวาน

 

 

ข่าวอื่นๆ