posttoday
หมอแนะ 'ลดไขมันในเลือด' อย่าเอาแต่อดข้าว ชี้คอเลสเตอรอลสูงสาเหตุมาจากอาหารเพียง 20%

หมอแนะ 'ลดไขมันในเลือด' อย่าเอาแต่อดข้าว ชี้คอเลสเตอรอลสูงสาเหตุมาจากอาหารเพียง 20%

29 สิงหาคม 2562

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ แนะ 6 วิธีง่ายๆ ควบคุมปริมาณไขมันในร่างกาย

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ แนะ 6 วิธีง่ายๆ ควบคุมปริมาณไขมันในร่างกาย

หมอแนะ 'ลดไขมันในเลือด' อย่าเอาแต่อดข้าว ชี้คอเลสเตอรอลสูงสาเหตุมาจากอาหารเพียง 20%

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า หลายท่านคงจะกังวลทุกครั้งเมื่อตรวจเช็กร่างกายและแพทย์ระบุว่ามีไขมันสูง ด้วยสาเหตุหลักสองประการคือ จากการกินและการใช้ชีวิต เช่น การนอนหลับพักผ่อน เพราะไขมันในเลือดไม่ได้มีผู้ร้ายมาจากอาหารทั้งหมด แต่ที่จริงมีสาเหตุจากอาหารอยู่ที่ประมาณ 20% เท่านั้นซึ่งเรื่องนี้วารสารการแพทย์ของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด มีรายงานว่า คอเลสเตอรอลในเลือดเรามีสาเหตุมาจากอาหารเพียง 20% เท่านั้น นั่นแปลว่าส่วนใหญ่มาจากการใช้ชีวิตทุกเมื่อเชื่อวันของเรา

"เอาง่ายๆ ให้หลายท่านสังเกตว่าเราก็คุมอาหารอย่างหมอสั่งแต่เจาะเลือดก็ยังพบไขมันสูง เพราะอวัยวะที่ผลิตไขมัน 'คอเลสเตอรอล' เป็นหลักถึง 80% คือตับกับทางเดินอาหาร ดังนั้น การดูแลตับและคุมการบริโภคน้ำตาลกับโปรตีนให้ดีจึงมีส่วนช่วยควบคุมประชากรไขมันในเลือดให้เราได้มาก ซึ่งแม้บางครั้งเราจะบำรุงตับดีไปสักหน่อยด้วยการกินดีอยู่ดีตามที่ชอบจนทำให้เกิดภาวะไขมันแทรกตับ (Non-alcoholic fatty liver) แต่มันก็สามารถย้อนวัยตับกลับไปดีได้ด้วยการกินและวิถีชีวิตที่ไม่เพิ่มไขมันเช่นกัน" นพ.กฤษดา กล่าว

หมอแนะ 'ลดไขมันในเลือด' อย่าเอาแต่อดข้าว ชี้คอเลสเตอรอลสูงสาเหตุมาจากอาหารเพียง 20%

6 วิธีง่ายๆ เพื่อควบคุมปริมาณไขมันในร่างกาย

1) อย่ากลัวคอเลสเตอรอลจนเกินไป เพราะไขมันก็มีประโยชน์ เราอาจใช้วิธี "กินมันลดไขมัน" ได้ โดยการเลือกรับประทานไขมันดีที่มีมากในปลาทู ทูน่า แซลมอน หรือปลากระป๋องก็ยังได้ อีกทั้งยังมีน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ คาโนล่า น้ำมันมะพร้าว อะโวคาโด และบรรดาพืชน้ำมันต่างๆ รวมถึงไข่แดงที่หลายท่านกลัวก็ยังคงรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะมันช่วยสมองกับกระดูกของเรามาก

2) ให้ระวังไขมันทรานส์ดีกว่า อย่าลืมว่าไขมันที่ร้ายไม่ใช่ไขมันอิ่มตัวเสมอไปแต่เป็นไขมันในรูป "ทรานส์" ที่ทำให้เพิ่มคอเลสเตอรอลแอลดีแอลในร่างกายแต่ไปกดไขมันดีอย่างเอชดีแอลให้ต่ำลง ซึ่งไขมันทรานส์มีมากในเนยเทียม คุกกี้ แครกเกอร์ วิปครีม มันฝรั่งทอด โดนัท และเบเกอรี่อีกหลายชนิด

3) อย่าอดนอนหรือนอนมากไป มีการศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Sleep ว่าสุภาพสตรีที่นอนหลับน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อคืน และที่นอนมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อคืนนั้น พบว่า มีระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูงและไขมันดีตกต่ำ นอกจากนั้น นักวิจัยยังพบว่าการกรน ยังสัมพันธ์กับระดับของไขมันดีที่ต่ำลงด้วย แต่ขอเสริมไว้ว่าอย่ากินมื้อดึกด้วย

4) ให้ใส่ใจเลี่ยงน้ำตาล โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่ฉลากบอกว่ามีฟรุกโตส ซูโครส หรือ HFCS (High-Fructose Corn Syrup) เพราะมันอาจเป็นความเสี่ยงใหญ่หลวงต่อการเกิด "ไขมันแทรกตับ (Non-alcoholic fatty liver disease)" ที่หลายท่านเรียกว่ามันพอกตับ ซึ่งที่จริงแล้วแนวทางปฏิบัติด้านโภชนาการแนะว่าถ้าลดการเพิ่มน้ำตาลลงได้เพียง 5% ของพลังงานทั้งหมดต่อวันก็จะช่วยลดความชุกของไขมันแทรกตับและผลร้ายตามมาของมันได้

5) โปรดเลี่ยงเมรัย ขอให้ใส่ใจเรื่องแอลกอฮอล์ด้วย เพราะจะช่วยคุมคอเลสเตอรอลได้ เพราะแอลกอฮอล์ที่บริโภคเข้าไปทำให้ร่างกายได้แคลอรีเพิ่มซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นน้ำหนักตัวหรือภาวะลงพุง ที่นำมฤตยูมาอยู่ใกล้ตัวขึ้น การที่น้ำหนักตัวเพิ่มสามารถแกล้งให้ค่าคอเลสเตอรอลแอลดีแอลสูงขึ้นได้ ในขณะที่ทำให้ไขมันดีต่ำลง อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจกับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์จุกตับได้อีก

6) ให้เจาะเลือดตรวจไขมัน โดยสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association,AHA) ได้แนะนำไว้ว่าผู้ใหญ่ทุกคนที่มีวัยตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองภาวะไขมันสูงอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งผู้ที่มีความเสี่ยงไขมันสูงควรต้องได้รับการตรวจเช่นกัน ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ชายอายุตั้งแต่ 45 ปี หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้สูบบุหรี่ และผู้ที่มีประวัติไขมันสูงในครอบครัว

 

 

ภาพ freepik

ข่าวล่าสุด

"บิว ภูริพล" แข่งวันนี้ กี่โมง  วิ่ง 100ม. เอเชียนเกมส์ 2026 ช่องไหน

"บิว ภูริพล" แข่งวันนี้ กี่โมง วิ่ง 100ม. เอเชียนเกมส์ 2026 ช่องไหน