"หัวใจวาย" ป้องกันและรับมืออย่างไรให้ทันท่วงที

  • วันที่ 14 ส.ค. 2562 เวลา 19:00 น.

"หัวใจวาย" ป้องกันและรับมืออย่างไรให้ทันท่วงที

ทุกวันนี้คำว่า "หัวใจวาย" กับ "หัวใจล้มเหลว" ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจไม่ถูกต้อง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย มีคำตอบเพื่อทุกคนจะได้รู้และตระหนักก่อนที่จะเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง ถูกวิธี เพื่อที่จะรักษาชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีและทันการณ์

ผศ.นพ.สุรพันธ์ สิทธิสุข เผยข้อมูลเกี่ยวกับภาวะหัวใจวายและหัวใจล้มเหลวว่า "หัวใจวาย" หมายถึงการทำงานของหัวใจสิ้นสุดลง ก็คือหัวใจหยุดเต้น หยุดบีบตัวส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย อวัยวะทุกอย่างจะหยุดทำงานตามไปด้วย อาการนี้ร้ายแรง เกิดขึ้นกะทันหัน ถ้าไม่ได้รับการกู้ชีวิตก็จะถึงแก่ความตายทันที

สำหรับ "หัวใจล้มเหลว" เป็นภาวะที่เกิดจากหัวใจทำงานไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่น การบีบตัวของหัวใจอ่อนลง หรือหัวใจขยายตัวไม่ดี ไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้เพียงพอ เกิดการ คั่งของน้ำในปอด มีน้ำท่วมปอด ขาบวม มีน้ำในท้อง ตับโต ซึ่งเป็นได้ทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง ซึ่งอาการของหัวใจล้มเหลวมีตั้งแต่อาการจากน้อยจนถึงอาการหนักมาก เช่น เหนื่อยมาก นอนราบไม่ได้ ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้

หัวใจวายที่อาจทำให้เกิดการเสียชีวิตกะทันหันเกิดจากสาเหตุหลายอย่าง ทั้งที่เป็นโรคที่หัวใจเองและโรคอื่นที่มีผลกระทบร้ายแรงมาที่หัวใจ โรคที่เป็นพันธุกรรมจากกำเนิด หรือโรคที่เกิดขึ้นภายหลังก็ทำให้เกิดหัวใจวายได้ สามารถเกิดได้ทั้งในคนที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเป็นโรคหัวใจ และในคนที่เคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจอยู่นานแล้ว รวมทั้งสามารถเกิดกับนักกีฬาที่ลงแข่งในสนาม ซึ่งมีร่างกายฟิตแข็งแรงมากได้ด้วย

สาเหตุที่พบได้บ่อย คือหัวใจวายที่เกิดจากโรคหัวใจขาดเลือด มักพบในผู้ใหญ่อายุกลางคนขึ้นไป พบบ่อยในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ได้แก่ผู้ที่เป็นเบาหวาน สูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง มีภาวะไขมันในเลือดสูง มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจอุดตัน ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น

เนื่องจากภาวะหัวใจวายเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะนำไปสู่การสูญเสีย จึงต้องหาทางป้องกันและรับมือเตรียมพร้อมไว้ก่อนเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจะได้ผ่อนหนักเป็นเบา หรือรับมือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการป้องกันและรับมือไม่ใช่จะต้องทำเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจเท่านั้น ผู้ที่ยังไม่เป็นโรคอะไร รวมทั้งญาติรอบข้างทุกคนก็ควรเตรียมการให้พร้อมด้วย มีข้อแนะนำ ดังนี้

1.ตรวจหาความเสี่ยงของตัวเราเอง รวมทั้งญาติพี่น้องในครอบครัวว่ามีใครมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดหัวใจวายได้หรือไม่ เช่น ดูอายุสมาชิกในครอบครัว ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน โดยการตรวจเช็กร่างกายประจำปีทุกปีในคนอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป หากมีประวัติการตายที่ไม่ทราบสาเหตุในครอบครัวหรือประวัติหลอดเลือดสมองหรือหลอดเลือดหัวใจตีบก็อาจตรวจหาความเสี่ยงในอายุที่น้อยกว่านี้ก็ยิ่งเป็นการดี หากพบปัจจัยเสี่ยงใดๆ ควรรีบดำเนินการควบคุมทุกปัจจัยเสี่ยงให้ดี

2.เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการกู้ชีพ ปัจจุบันมีการเปิดอบรมทักษะการกู้ชีวิตในเชิงปฏิบัติให้แก่ประชาชนทั่วไปในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หลายแห่ง ควรหาโอกาสอ่านภาคทฤษฎี ดูวิดีโอและไปฝึกปฏิบัติด้วย โดยมองหาโรงพยาบาลใกล้บ้าน และศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินที่ถ้าเกิดหัวใจวายขึ้น เราจะมีคนช่วยกู้สถานการณ์ให้รอดพ้นไปได้

รวมทั้งมองหาตำแหน่งของอุปกรณ์ช่วยในการกู้ชีพ คือ เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจกึ่งอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator หรือ AED) ที่มีอยู่ตามที่ต่างๆ เช่น สถานีรถไฟฟ้า สนามบิน โรงพยาบาลและสถานที่ราชการขนาดใหญ่ ควรดูวิดีโอสาธิตการใช้เครื่องมือดังกล่าว ซึ่งการจะกู้ชีวิตคนที่เกิดหัวใจวายต้องกระทำทันทีและควรหาเครื่อง AED มาช่วยภายในเวลาอันสั้น จึงควรต้องเตรียมรับสถานการณ์ให้พร้อม หัวใจวายจะเกิดกับใครก็ได้ เมื่อไรก็ได้ ทุกสถานที่จึงควรเตรียมการป้องกันและรับมือให้ทันท่วงที

 

 

ภาพ freepik

ข่าวอื่นๆ