7 เส้นทางปั่นจักรยานสุดชิลในหลายมุมโลก

วันที่ 03 มิ.ย. 2562 เวลา 12:15 น.
7 เส้นทางปั่นจักรยานสุดชิลในหลายมุมโลก
3 มิถุนายน "วันจักรยานโลก" อโกด้าชี้เป้า 7 เส้นทางปั่นจักรยานสุดชิลที่ใครๆ ก็ปั่นได้

การปั่นจักรยาน นอกเหนือจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการเดินทางท่องเที่ยวที่ช่วยให้เราสามารถทำความรู้จักกับผู้คน และวัฒนธรรมของสถานที่ต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน เนื่องในโอกาส "วันจักรยานโลก" (3 มิถุนายน) อโกด้า หนึ่งในผู้ให้บริการการจองห้องพักออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แนะนำสถานที่ที่คนชอบขี่จักรยานชอบไปปั่นตระเวนเที่ยวกินลมชมวิว ณ เจ็ดเมืองดัง มีทั้งเส้นทางเที่ยวในตัวเมือง ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และท่องเที่ยวธรรมชาติให้เลือกตามสไตล์ที่ถูกใจ

1.ปักกิ่ง, ประเทศจีน

การเที่ยวรอบเมืองหลวงของจีนแบบชิลๆ และไม่แพงนั้นทำได้ไม่ยาก แค่มองหาบริการให้เช่าจักรยานที่มีอยู่มากมายทั่วเมือง แถมวิธีเช่าก็สะดวก เพียงสแกนคิวอาร์โค้ดบนจักรยานเพื่อปลดล็อกจักรยานออกจากจุดจอด จากนั้นก็ขี่ไปที่ไหนก็ได้ในเมือง หากใครกำลังวางแผนไปขี่จักรยานเที่ยวปักกิ่งเป็นครั้งแรก เส้นทางปั่นระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมไฮไลท์ของสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในเมือง เช่น พระราชวังต้องห้าม ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติ (โรงละครไข่ยักษ์) และสนามกีฬารังนก เป็นหนึ่งในเส้นทางที่ไม่ควรพลาด

ส่วนที่พักใกล้สถานที่สำคัญในตัวเมือง ลองไปเช็คอินที่ The Imperial Mansion, Beijing Marriott Executive Apartments (https://www.agoda.com/the-imperial-mansion-beijing-marriott-executive-apartments/hotel/beijing-cn.html?site_id=1811392) เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ต์เมนต์ที่ ตั้งอยู่ห่างจากจัตุรัสเทียนอันเหมินเพียง 940 เมตร

2.ปารีส, ประเทศฝรั่งเศส

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ใครๆ ก็สามารถสัมผัสกลิ่นอายความโรแมนติกของเมืองแห่งความรักอย่างปารีสได้ ก็คือการปั่นจักรยานไปตามเส้นทางเรียบแม่น้ำแซน (Seine) ผ่านสวนปาร์ก ริฟส์ เดอ แซนน์ (Parc Rives de Seine) ที่ได้รับยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เดิมเส้นทางดังกล่าวเป็นเพียงทางด่วนที่ใช้ในการเดินรถเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้รับการเนรมิตขึ้นให้เป็นเส้นทางสำหรับนักปั่นและคนเดินถนน เป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวปารีสและนักท่องเที่ยว ด้านในสวนมีทั้งที่นั่ง ร้านอาหาร และคาเฟ่ต่าง ๆ รวมถึงลานจัดกิจกรรม ให้ผู้คนได้มานั่งชิลเอ้าท์กันได้อย่างสบายใจ

โรงแรม Hotel de la Porte Doree (https://www.agoda.com/hotel-de-la-porte-doree/hotel/paris-fr.html?site_id=1811392) มีจักยานให้เช่าปั่นไปแม่น้ำแซน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวโรงแรมไปเพียง 10 นาทีเท่านั้น

3.ฮอยอัน, ประเทศเวียดนาม

หากใครชอบเที่ยวชมความสวยงามของย่านชุมชนเมืองเก่า ทุ่งนาข้าวสีเขียวชอุ่ม หรือเพลิดเพลินกับการเดินชมภูมิทัศน์อันงดงามของฟาร์ม ทัวร์ปั่นจักรยานที่มีให้บริการจองบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นอโกด้า ถือเป็นทางเลือกที่จะทำให้นักปั่นสัมผัสกับเอกลักษณ์ของฮอยอันได้อย่างแท้จริงในช่วงเวลา 4 ชั่วโมง โดยจะได้เรียนรู้ความเป็นมาของฮอยอันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมท้องถิ่น สัมผัสวิถีชีวิตและความเป็นกันเองของครอบครัวชาวฮอยอัน พร้อมทั้งลองทำงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่

ถ้าต้องการสำรวจเส้นทางปั่นจักรยานที่ฮอยฮันเพิ่มเติม อโกด้า แนะนำให้พักบริเวณย่านเมืองเก่าที่โรงแรมสร้างใหม่อย่าง Allegro Hoi An (https://www.agoda.com/allegro-hoi-an-a-little-luxury-hotel-spa/hotel/hoi-an-vn.html?site_id=1811392) ซึ่งมีบริการให้เช่าจักรยานฟรีด้วย

4.ฟลอเรนซ์, ประเทศอิตาลี

การปั่นจักรยานนานหลายชั่วโมง อาจไม่ใช่ทางของใครหลายคน อโกด้า จึงขอแนะนำบริการทัวร์ปั่นจักรยานไฟฟ้าชมเมืองแบบไม่เหนื่อยจนเกินไป ซึ่งจะพาไปปั่นจักรยานเที่ยวฟลอเรนซ์ ชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ อย่าง จุดชมวิวมุมสูงของเมือง ที่จตุรัสมิเคลลันเจโล (Piazzale Michelangelo) และชมความใส่ใจในรายละเอียดอันน่าทึ่งของศิลปะเรเนซอง ณ มหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์ (The Duomo) นอกจากนี้ระหว่างทางก็ยังมีร้านรวงให้หยุดพักชิมไวน์อิตาลีแท้ ๆ และอาหารพื้นเมืองได้ด้วย

อโกด้า แนะนำโรงแรมใจกลางเมือง Hotel Spadai (https://www.agoda.com/hotel-spadai_15/hotel/florence-it.html?site_id=1811392) เพื่อการพักผ่อนแบบเต็มอิ่ม เพิ่มความประทับใจให้กับการท่องเมืองเก่าอันน่าตื่นเต้น

5.เมลเบิร์น, ประเทศออสเตรเลีย

คนเมลเบิร์นชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง และใช้จักรยานสัญจรไปมาในเมืองเป็นชีวิตจิตใจ สำหรับคนที่ยังไม่อยากขี่ออกไกล ลองไปสำรวจเส้นทางเลียบแม่น้ำยาร์รา (Yarra River) ที่ตัดผ่านรัฐวิกตอเรีย ซึ่งโด่งดังเรื่องโรงกลั่นไวน์ที่มีอยู่มากมาย แต่หากมีเวลาเพิ่มอีกสองถึงสามวัน เราแนะนำให้ไปปั่นสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ถนน เกรท โอเชียน โรด (Great Ocean Road) หนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ที่เมืองวอรร์นามบูล (Warrnambool) พร้อมตื่นตากับเสาหิน 12 อัครสาวก (Twelve Apostles) และวิวทิวทัศน์อันงดงาม ของชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย

ใครที่แพลนไว้ว่าอยากปั่นไปเที่ยวไกล ๆ ควรวางแผนเส้นทางและจุดแวะพักให้เรียบร้อย รวมถึงที่พัก ซึ่ง อโกด้า มีที่พักให้เลือกมากกว่า 10,000 แห่ง (https://www.agoda.com/en-sg/region/victoria-state-au.html?site_id=1811392) ในรัฐวิกตอเรีย

6.แคลิฟอร์เนีย, ประเทศสหรัฐอเมริกา

ที่โกลเด้นสเตท (Golden State) ซึ่งเป็นชื่อเล่นอันคุ้นหูของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย มีทั้งภูเขา ชายหาด และทะเลทรายอันอุดมสมบูรณ์หลายแห่ง และนับได้ว่าสวยมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ สำหรับนักปั่นที่มีประสบการณ์ ผู้กำลังแสวงหาการผจญภัย เส้นทางถนนยิบรอลตาร์ (Gibraltar) ในเมืองซานตาบาร์บารา (Santa Barbara) เหมาะสำหรับคนชอบปั่นแบบขึ้นเขา ไปชมวิวอันน่าทึ่งของมหาสมุทรอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และเมื่อเริ่มรู้สึกเมื่อยล้าอยากพักเติมพลัง ให้มุ่งหน้ากลับตัวเมืองไปยัง Handlebar Coffee Roasters แล้วไปดื่มด่ำกับกาแฟชั้นดีในร้านกาแฟธีมจักรยาน ที่สร้างขึ้นโดยอดีตนักปั่นมืออาชีพ เพื่อคนรักการปั่นโดยเฉพาะ

อโกด้า มีที่พักกว่า 200 แห่ง (https://www.agoda.com/en-sg/city/santa-barbara-ca-us.html?site_id=1811392) ในเมืองซานตาบาร์บารา ให้ได้แวะนอนพักผ่อนชาร์จเอนเนอร์จี้ เตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่

7.สุโขทัย, ประเทศไทย

จังหวัดอันเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของเส้นทางปั่นจักรยานที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม เริ่มต้นเส้นทางโดยปั่นเลียบคลองแม่รำพันซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก เพื่อชื่นชมวิถีชีวิตของคนริมคลอง ต่อด้วยเส้นเลียบผ่านหมู่บ้านชนบทชมวิวนาข้าวเขียวขจีไกลสุดลูกหูลูกตา และจบเส้นทางในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่วัดช้างล้อม อันเป็นที่ตั้งของเจดีย์เก่าแก่ทรงลังกา ยกฐานล้อมรอบด้วยช้างปูนปั้นขนาดใหญ่แกะสลักสวยงามจำนวน 39 เชือก

ไม่ไกลจากตัวเมืองสุโขทัยนักคือที่ตั้งของ Hotel De Peal Sukhothai (https://www.agoda.com/hotel-de-peal-sukhothai/hotel/sukhothai-th.html?site=id1811392) โรงแรมที่ตกแต่งสไตล์วินเทจให้อารมณ์คลาสสิก พร้อมทั้งยังมีร้านกาแฟและสปาไว้ให้บริการผู้เข้าพักด้วย

 

 

ภาพ : freepik 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต