ทักษะ อรเอก ลดน้ำหนักปรับเปลี่ยนชีวิต

วันที่ 31 มี.ค. 2562 เวลา 09:31 น.
ทักษะ อรเอก ลดน้ำหนักปรับเปลี่ยนชีวิต
การลดน้ำหนักอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาของใครบางคน แต่สำหรับใครหลายคนมันก็เป็นเรื่องยากที่ลดมาทั้งชีวิตก็แทบจะไม่ลง แต่บางคนก็รอไม่ได้อีกต่อไป ถ้ามันส่งผลรบกวนกับชีวิตประจำวันกีฬาที่เคยเล่นก็เริ่มเล่นไม่ได้ เพราะน้ำหนักที่แบกอยู่มากเกินไปนั้นชักจะเป็นอุปสรรคในหลายๆ เรื่องเช่นเดียวกับเขาคนนี้

ควอตซ์-ทักษะ อรเอก ทนายความ โค้ชด้านการลงทุน นักธุรกิจออนไลน์ เขาบอกว่าการลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องยากแต่การเริ่มต้นอย่างถูกวิธีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน หลายๆ คนคงล้มเหลวกับการลดน้ำหนักนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งๆ ที่ไปวิ่ง ตีแบด เข้าฟิตเนส และการอดอาหาร หลากหลายวิธีที่สรรหามาอย่างสารพัดเพื่อขับไล่น้ำหนักส่วนเกินออกไปซึ่งก็ไม่เป็นผลดี แต่ไม่ใช่กับเขาคนนี้ ที่ได้ผันตัวออกมาทำในอาชีพที่หลากหลายจากจุดเริ่มต้นการลดน้ำหนักที่ต่อยอดถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิต

การปฏิวัติครั้งใหญ่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ

ย้อนไปถึงก่อนช่วงจะลดน้ำหนักควอตซ์เล่าให้ฟังว่า “ที่จริงผมเป็นคนที่ไม่เคยพอใจในรูปร่างของตัวเองอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ ป.2 ก็รู้สึกว่าตัวเองอวบเจ้าเนื้อมาตลอด พอเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นน้ำหนักก็เริ่มลดลงก็จริงแต่ก็ยังไม่ค่อยผอม แต่มันจะมีช่วงที่ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงที่แย่ที่สุด คือหลังจากที่เรียนจบ น้ำหนักก็ขึ้นมาเรื่อยๆ จาก 75 กิโล มันขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุด น้ำหนักสูงสุดอยู่ที่ 86 กิโลครับ จริงๆ ส่วนใหญ่ผู้ชายเขาก็ไม่ค่อยเดือดร้อนกับน้ำหนัก ถ้าเกิดมันไม่ได้มีเรื่องมากระทบอะไรมาก ผมก็ไม่ได้หวังอยากรูปร่างดีขนาดที่ต้องมานั่งตั้งเป้าสำคัญว่าหุ่นต้องดีต้องเฟิร์มให้ได้ขนาดนั้น” เขาเล่าอย่างอารมณ์ดี

จนกระทั่งอายุย่างเข้า 29 ปี ถือเป็นจุดที่พีกที่สุด ก็คือวันนั้นเป็นวันเกิด แล้วเขาไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทย ปรากฏว่าทางกาชาดไม่รับเลือด ก็รู้สึกตกใจเหมือนกันเพราะก่อนหน้านี้เขาก็บริจาคเลือดมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เรียนอยู่ ม.4 ม.5 แต่ไม่ได้สม่ำเสมอมากเท่าไหร่ และก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

แต่ก่อนหน้านั้น เขาก็ไม่ได้บริจาคเลือดมาสักพักใหญ่ จนกระทั่งที่มาบริจาคตอนนี้อายุ 29 ปีนี้แหละ ไปบริจาคไว้แล้วทางสภากาชาดไทยเขาก็ส่งจดหมายกลับมาประมาณ 2-3 วันหลังจากนั้น บอกว่ารับเลือดไว้ไม่ได้ โดยเขาให้เหตุผลว่ามีไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ซึ่งมันเกิดจากการกินของจำพวกแป้งและน้ำตาลสูง เขาก็เลยไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล ทำให้รู้ว่าไม่ได้มีแค่ไตรกลีเซอร์ไรด์สูงอย่างเดียว คอเลสเตอรอล ยูริก แอซิด ความดัน น้ำตาล แต่สิ่งที่ทำให้สภากาชาดไทยปฏิเสธการรับเลือดมาจากตัวไตรกลีเซอร์ไรด์ที่สูงเกินไป

หลังจากที่รับรู้เรื่องนี้แล้วก็พยายามที่จะปฏิวัติตัวเองเสียใหม่ เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะตัวใหญ่ขนาดนี้ แต่พอไปเข้ากลุ่มแอ็กทิวิตี้ ที่ต้องปีนหน้าผา ปรากฏว่าเขาปีนไม่ขึ้น ในขณะที่เขาก็มองว่าตัวเองเป็นสปอร์ตแมนพอสมควร ก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าไม่ฟิต ในช่วงที่ออกกำลังอยู่เขาพบว่า การออกกำลังกายอย่างเดียวสำหรับเขานั้นมันไม่เวิร์กมากๆ พอออกกำลังกายหนักๆ ก็อาจจะลงไปสักกิโลหนึ่ง แต่พอหยุดออกก็ขึ้นมา 2 กิโล คือ มันลบหนึ่งบวกสองลบหนึ่งบวกสองแบบนี้

เพราะเวลาที่เขาออกกำลังกายหนักๆ มันจะหิว แล้วพอเขาไม่สามารถรักษาวินัยในการออกกำลังกายได้ตลอดไปแล้วไปกินแบบเดิม น้ำหนักมันก็ยิ่งเด้ง เขาก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ แต่ ณ ตอนนั้นก็ไม่รู้วิธีที่ดีกว่านั้น มันเป็นช่วงที่เกิดอะไรหลายๆ อย่างขึ้นในชีวิตด้วย ทั้งเปลี่ยนงาน อะไรต่างๆ มันก็ทำให้เกิดความเครียดซึ่งก็อ้วนอีก เพราะเครียดแล้วก็กิน เครียดแล้วก็กินวนอยู่อย่างนั้น

“ตอนทำทนายเต็มตัว ก็ดูแลเรื่องร่างเอกสารสัญญา ตรวจสัญญาต่างๆ ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ก็จะนั่งทั้งวัน วันละหลายชั่วโมงแล้วก็ชอบกินถั่วต้มยามว่าง ลดน้ำหนักได้สักพักกลับมาใช้ชีวิตเดิมๆ นั่งแหมะก็อ้วนอีก ก็เลยคิดว่าต้องเปลี่ยนงาน เปลี่ยนวิถีชีวิตแบบใหม่”

เขาตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพก็เป็นหนึ่งสิ่งที่เริ่มมาพร้อมกับการลดน้ำหนัก จากการเป็นทนายแบบเต็มเวลา ก็เปลี่ยนไปเป็นแค่แบบพาร์ตไทม์ ปัจจุบันนี้งานที่ทำอยู่คือ ทำธุรกิจ Nu Skin อันนี้มาทำต่อจากคุณแม่ สอนกฎหมายที่มหาวิทยาลัย สอนภาษาอังกฤษหลักสูตรของสภาทนายความ พอ AEC เข้ามาทนายต้องใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น เขาก็ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายคนหนึ่งของสภาทนายความในสมัยของนายกฯ คนปัจจุบัน

นอกจากนี้ เขายังเป็นเทรนเนอร์ที่ทำร่วมกันกับเพื่อน เขาทำเทรนเนอร์หลายส่วน ส่วนแรกที่ทำอยู่ทุกเดือนก็คือค่ายสัมมนาธุรกิจที่จะสอนสกิลในด้านต่างๆ อย่าง Marketing Sale การเงิน การสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์ ทำมาประมาณปีกว่าๆ แล้ว หัวข้อจะเปลี่ยนทุกเดือนที่จำเป็นกับการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ

อย่างที่ทราบกันว่าคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายจะต้องเสียเงินกับการเรียนคอร์สต่างๆ เพื่อเสริมความแกร่งให้ธุรกิจซึ่งเขาหมดเงินไปเยอะมาก แรกๆ เขามาเปิดสอนก็ไม่ได้มีรายได้ แต่เขาอยากนำความรู้ที่ได้มาแบ่งปันให้คนไทยได้รู้เยอะๆ เพราะมันเปลี่ยนชีวิตเขาได้มันก็เปลี่ยนชีวิตของคนอื่นได้เหมือนกัน

ต่อไปในอนาคตเขาก็อยากจะให้ความรู้กับ ทหาร ตำรวจ พยาบาล มาเรียนฟรีกับเขา เพราะรู้ว่าอาชีพเหล่านี้เป็นโครงสร้างใหญ่ของสัมคม อย่างทหารเป็นอาชีพที่รายได้น้อยทหารเป็นอาชีพที่เสียสละตัวเองเพื่อดูแลประเทศชาติ พอหลังจากที่ปลดประจำการจะได้นำความรู้เหล่านี้ไปต่อยอด เพื่อให้รู้สึกว่าสิ่งที่ทหารทำนั้นมีคนเห็นคุณค่า

นอกจากนี้ เขาก็มีค่ายสัมมนาเด็ก สอนเด็กตั้งเป้าหมายในชีวิตและการสร้างแรงบันดาลใจ จัดปีละ 2 ครั้ง เป็นงานที่เขาทำร่วมกับบริษัทอื่น โดยจะเป็นเด็กที่อายุระหว่าง 12-18 ปี เพื่อให้เด็กสามารถค้นพบตัวตนที่เป็นเป้าหมายของตัวเองและภาวะความเป็นผู้นำ สิ่งเหล่านี้ได้มาจากการที่เปลี่ยนวิธีคิดมุมมองที่มาจากการลดความอ้วนที่ต่อยอดจนได้สิ่งอื่นๆ ตามมา คือคอนเซ็ปต์ของการปลี่ยนแปลงตัวเองมันเริ่มจากการที่เขามีเป้าหมายในชีวิต พอมีมิชชั่นหรืออยากเริ่มต้นอะไรบางอย่าง ถึงรู้สึกอยากจะเปลี่ยนแปลง เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงอาชีพ เปลี่ยนแปลงสุขภาพ แล้วถ่ายทอด รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนอื่น

สาเหตุที่เขาเปลี่ยนงาน เพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถนั่งทำงานอยู่กับที่หรือการอยู่กับเอกสารนานๆ ได้อีกต่อไป เพราะเขาจะทำหน้าที่ดูสัญญาเป็นหลัก มันไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพแล้ว แต่มันรวมไปถึงเรื่องความรู้สึกของเขาด้วย พอเริ่มเปลี่ยนมันทำให้ทำงานได้หลากหลาย และมี Movement มากขึ้น คล่องตัวขึ้นแอ็กทีฟขึ้น เดินเยอะขึ้น เนื้องานมันเปลี่ยน ไลฟ์สไตล์ก็เปลี่ยน

Six pack เริ่มจากในครัว

ปัจจุบันน้ำหนักเขาอยู่ที่ 70 กิโลกรัม ลดลงมาประมาณ 16 กิโลภายในเวลา 3 เดือน วิธีการดูแลสุขภาพคือ ต้องเข้าใจก่อนว่าปัจจัยที่มีผลต่อการทำให้น้ำหนักลดมากที่สุดมันไม่ใช่เรื่องของการเอาออก แต่มันเป็นการดูแลในเรื่องของการเอาเข้า คือคุณจะเลือกกินอะไร แบบไหน อย่างไร เพราะส่วนใหญ่แล้วคนจะไปโฟกัสเรื่องการเอาออกมากกว่า

แต่สำหรับเขาแล้วก็ช่วยดูแลเพื่อนๆ หลายคนเรื่องการลดน้ำหนัก สิ่งหนึ่งที่ย้ำอยู่เสมอว่า มีคนจำนวนมากอยากลดน้ำหนัก ซึ่งร้อยวันพันปีไม่เคยออกกำลังกาย แล้วอยู่ดีๆ จะไปต่อยมวยออกกำลังกายแล้วมันไม่เวิร์ก เพราะมันหักดิบเกินไป ทำให้ไม่สามารถรักษาวินัยได้เมตาบอลิกเพี้ยนก็จะเกิดอาการหิวมากกว่าปกติ

ดังนั้น ควรจะเริ่มต้นจากการเอาเข้าก่อน คือถ้าไปถามพวกนักเล่นกล้ามการควบคุมอาหารการกินของเขานี้สุดๆ จริงๆ เขาจะเลือกกินมาก พอจะเข้าใจในเรื่องของโครงสร้างสุขภาพ เข้าใจโครงสร้างของโภชนาการ ว่าสัดส่วนที่ถูกต้องควรจะเป็นอย่างไร วิธีการคือใช้มือในการวัดที่จะกินในหนึ่งมื้ออาหาร คือจะกินผลไม้หนึ่งกำปั้น ซึ่งผลไม้ในที่นี้จะกินแค่ประมาณ 4-5 ชนิด คือผลไม้ที่ไม่ฉ่ำน้ำ แอปเปิ้ล ฝรั่ง สาลี่ ชมพู่ ก็ประมาณแอปเปิ้ลลูกหนึ่ง ผักประมาณหนึ่งมือหรือหนึ่งจาน

หลังจากนั้นก็จะเป็นโปรตีนหนึ่งกำปั้น ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่คนลดน้ำหนักส่วนใหญ่มองข้ามไป แต่จริงๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะจะช่วยให้อยู่ท้องและช่วยสร้างกล้ามเนื้อ เพราะหลังจากที่เราลีนจนเป็นกล้ามเนื้อแล้วไขมันจะกลับมายาก อีกทั้งกล้ามเนื้อยังเป็นเตาเผาไขมัน

สุดท้ายเป็นแป้งหนึ่งอุ้งมือ หรือประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ จริงๆ เป็นสิ่งที่ต้องกินเพราะแป้งเป็นพลังงานคือบางคนอาจจะลดโดยการหักดิบแป้ง ซึ่งมันอาจจะทำให้เป็นลมได้ ก็กินได้เพียงแต่ต้องกินน้อย จะเห็นว่าการลดน้ำหนักที่ไม่ลดการกินแต่เป็นการเลือกกินอย่างไรให้ถูกต้องมากกว่า

สิ่งสำคัญหลังจากที่เขาเลิกลดน้ำหนักแล้วสามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือเปล่า คือหลายคนที่รู้จักมักจะหักดิบ เช่น กินแต่น้ำผักอย่างเดียวเลย 10 วัน ถามว่าลดไหม มันลดแต่หลังจากนั้นพอหยุดน้ำหนักก็กลับมาเหมือนเดิม ถ้ายังไม่เปลี่ยนวิธีกิน เพราะมันเป็นสิ่งที่ฝืนธรรมชาติของร่างกายไม่สามารถทำได้ในระยะยาว จริงๆ มันเป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพองค์รวม

ส่วนรูปร่างดีมันเป็นผลพลอยได้ ต้องบอกว่าตอนนี้เขารู้สึกหนุ่มกว่าตอนอายุ 30 เสียอีก ตอนนี้เขาก็ยังดูแลตัวเองปกติ แต่ก็จะมีช่วงที่ต้องปล่อยวางเพื่อไม่ให้เคร่งจนเกินไป แต่ด้วยความที่ผ่านขั้นตอนของการลดน้ำหนักและการเมนเทนมานานจนเคยชินแล้ว ทำให้เวลาที่น้ำหนักขึ้นก็จะรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะไม่กลับมา

การปฏิวัติตัวเองจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

“ผมมองว่า Why สำคัญ คือเราทำไปทำไมเป้าหมายเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ แต่วิธีการก็เป็นสิ่งสำคัญหลังจากที่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน คนแข็งแรงกับคนสุขภาพดีแตกต่างกัน นักวิ่งมาราธอน 40-50คุณคิดว่าสุขภาพเขาดีหรือเปล่า มันก็ไม่เสมอไป เราก็เห็นเขาไปเป็นลมคาสนามมาไม่รู้กี่รายแล้ว เพราะเขาแค่แข็งแรงแต่มีสุขภาพที่ไม่ดี การที่วิ่งไหวเพราะแข็งแรงไม่ได้แปลว่าคุณสุขภาพดีเสมอไป ในขณะที่คนที่เขาดูแลเรื่องอาหารการกินอาจจะไม่ใช่คนที่ยกเวตได้เยอะๆ”

สุดท้ายสิ่งเหล่านี้มันก็วัดกับตัวเลขของมวลไขมันในร่างกายอยู่ดี เพราะน้ำหนักที่คุณลดไปอย่างสัปดาห์ที่แล้วหนัก 70 สัปดาห์นี้หนัก 69 ถ้า 1 กิโลที่หายไปเป็นกล้ามเนื้อ ไขมันมันก็ยังเท่าเดิม มันก็ไม่เวิร์ก นั่นก็แปลว่าวิธีที่คุณใช้มันผิด ต้องเปลี่ยนวิธี ยิ่งถ้าคุณอดอาหารมันเป็นแบบนั้นแน่นอน พอเริ่มกินใหม่มันก็เกิดการโยโย่ไขมันเพิ่มขึ้นอีก

ดังนั้น การลดน้ำหนักคือการดูแลระยะยาวไม่ใช่แค่ 3-4 เดือนแล้วเลิก มันเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่อง