เทพ เพียมะลัง ใช้ศาสตร์พระราชาสร้างสุขเพื่อตนและคนอื่น

  • วันที่ 13 ม.ค. 2562 เวลา 09:46 น.

เทพ เพียมะลัง ใช้ศาสตร์พระราชาสร้างสุขเพื่อตนและคนอื่น

โดย วรธาร  

เทพ เพียมะลัง อาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ประธานเครือข่าย “คนต้นน้ำเพชบุระ ตามรอยพ่อของแผ่นดิน” นักวิชาการเกษตร ผู้ทิ้งความสุขสบายจากบริษัทที่ส่งเสริมการปลูกข้าวโพด ปุ๋ยยาฆ่าแมลง มาทำงานตามศาสตร์พระราชา เพราะสุขใจกว่าที่ได้ทำงานกับประชาชน

อาจารย์เทพเป็นหนึ่งในเครือข่ายคนมีใจของโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” โครงการที่เกิดจากแรงบันดาลใจจากกระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนนำโดย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จึงร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักและทำให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปเห็นความสำคัญของการเดินตามแนวทางศาสตร์พระราชา สร้างต้นแบบความสำเร็จของผู้ที่ลงมือทำตามรอยพ่อเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจต่อไปไม่สิ้นสุด

จากนักวิชาการเกษตร ไปทำงานบริษัทขายปุ๋ยเคมี

อาจารย์เทพ จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ สาขาการจัดการเกษตร และเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ เคยเป็นผู้รับผิดชอบโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 2541-2542 เป็นอาจารย์อยู่ 2 ปี ก็ลาออกไปทำงานบริษัทเอกชนที่ส่งเสริมการปลูกข้าวโพด ผลิตเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง

“ตอนนั้นผมไม่ได้ตระหนักว่างานที่ทำอยู่กับบริษัทเอกชนนั้น ทั้งการส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และยาฆ่าแมลง ล้วนเป็นเหตุแห่งการทำลายดิน ทำลายผืนป่าทั้งสิ้น ช่วงนั้นชีวิตมีแต่ความสบาย เต็มไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก เงินเดือนอยู่ครบเพราะเบิกได้ทุกอย่าง บริษัทมีรถให้ใช้ มีค่าน้ำมันรถให้ แต่ทำงานหนัก วันๆ เดินทางไม่ต่ำกว่า 300-400 กม. แต่พอทำไปได้ระยะหนึ่งรู้สึกไม่ถูกใจและกำลังจะถูกย้ายไปต่างประเทศ ประกอบกับผมมีครอบครัวมีลูกเล็ก เลยลาออก กลับไปเป็นอาจารย์ที่เดิมตั้งแต่ปลายปี 2546 จนถึงปัจจุบัน”

ถ้ารักในหลวง ให้มาเรียนรู้งานของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ในช่วงปี 2552 มหาวิทยาลัยอยากขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงใหม่อีกครั้ง หลังโครงการเดิมยุบไปเพราะเปลี่ยนผู้บริหาร อาจารย์เทพจึงไปอบรมกับสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ต่อเนื่อง 3 หลักสูตร เพราะอยากเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

ในปีถัดมาก็ได้จัดตั้งสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ และเป็นผู้อำนวยการคนแรกของสถาบัน จนมาในปี 2556 รัฐบาลยุคนั้นให้ยุบหน่วยงานนอกโครงสร้าง สถาบันจึงถูกยุบไปด้วย พอดีเพื่อนที่เป็นลูกศิษย์ อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติและสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มาชวนให้ไปร่วมกิจกรรมกับโครงการ “ตามรอยพ่อฯ”

“จากการที่ผมเข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการ ‘พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน’ ปีที่ 1 (ปี 2556) ถือเป็นจุดที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผมอย่างจริงจัง ในการขับเคลื่อนเพื่อฟื้นฟูต้นน้ำป่าสัก เมื่อผมได้เห็นเขาหัวโล้นซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำถูกทำลายถึง 5.5 แสนไร่ ผมจึงรวบรวมคนที่มีปณิธานเดียวกัน คือ ถ้ารักในหลวง รัชกาลที่ 9 ต้องมาเรียนรู้งานของพระองค์ และจัดตั้งเครือข่าย ‘คนต้นน้ำเพชบุระ ตามรอยพ่อของแผ่นดิน’ ในเวลาเดียวกับที่โครงการฯ ในปี 2 (ปี 2557) ได้ขับเคลื่อนไปยังที่พื้นที่บ้านหินโง่น ต. สักง่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ พอดี”

ความสุขที่แท้จริง คือ การได้ลงมือทำงานกับชาวบ้าน

“หลังจากนั้นผมได้จัดทำโครงการ ‘คืนป่าให้ภูเขา’ เพื่อฟื้นฟูต้นน้ำป่าสัก ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ผมได้พยายามพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อขอคืนผืนป่าที่ชาวบ้านเข้ามาจับจองทำกิน แต่ไม่ค่อยได้ผล ได้ผืนป่าคืนมาบ้างประมาณ 2,000 กว่าไร่ จนเมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ผมก็เข้าไปพูดกับชาวบ้านอีกครั้ง ปรากฏว่ามีชาวบ้าน 53 ราย ร่วมลงชื่อคืนพื้นที่ป่าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พื้นที่ป่าคืนกว่า 1 หมื่นไร่

ตอนนี้ผืนป่าดังกล่าวไม่มีการปลูกข้าวโพด แต่ปล่อยให้ป่าฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชอาหารหลากหลายในพื้นที่ทำกินที่เหลืออยู่ จนชาวบ้านมีรายได้ทุกวัน จากผลผลิตในไร่นา และค่อยๆ ลดการปลูกข้าวโพดลง ซึ่งทำให้ผมรู้สึกมีความสุขใจอย่างแท้จริงที่ได้ทำงานกับชาวบ้านแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง ชาวบ้านเริ่มเห็นด้วยและทำตาม”

ถ้าไม่ลงมือทำเอง จะสอนคนอื่นอย่างไร

“แรงกระตุ้น คือ คำพูดของอาจารย์ยักษ์ (วิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์) ที่ว่า ถ้าไม่ลงมือทำเอง จะสอนคนอื่นอย่างไร เมื่อปี 2560 ผมจึงมาซื้อที่ 8 ไร่ ที่ ต.นางั่ว อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำในทุกฤดูฝน และเริ่มลงมือทำโคก หนอง นา ซึ่งในปีแรกฝนตกน้ำท่วมสูง แต่หลังจากขุดหนองเพื่อกักเก็บน้ำในพื้นที่ ทำให้น้ำท่วมน้อยลง ตอนนี้ก็ปลูกข้าว พืชกินได้ ผลผลิตที่จำหน่ายจ่ายแจกได้แล้ว ก็มี ฟักทองดอกแค มะเขือ ผักชี เป็นต้น ผมมุ่งหวังให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแปลงสาธิต ที่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นต่อไปครับ”

ตั้งแต่ที่โครงการ “ตามรอยพ่อฯ” มาที่นี่ เมื่อ 4 ปีก่อน ชาวบ้านก็เกิดการตื่นตัวมากขึ้นจากกระแสการขับเคลื่อนของเรา แม้แต่ตัวผมเองก็ตื่นตัวในการพยายามพาชาวบ้านให้ก้าวเดินหน้า โดยเฉพาะการสร้างต้นแบบให้ชาวบ้านได้เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ถ้าเรารักพระองค์ท่าน เราต้องลงมือทำ “งาน” ของท่านต่อไป

อาจารย์เทพ เพียมะลัง หนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำป่าสัก เพื่อเป้าหมายในการหยุดท่วมหยุดแล้งอย่างยั่งยืน ยังคงมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่แนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นแก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการปฏิบัติบูชาต่อไปไม่สิ้นสุด

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ