ยืดอายุเกษียณ อย่างมีความสุข

วันที่ 03 ม.ค. 2562 เวลา 11:40 น.
ยืดอายุเกษียณ อย่างมีความสุข
เรื่อง : กั๊ตจัง ภาพ : เอพี, เอเอฟพี

อายุ 60 ต้องหยุดทำงานแล้วกลับมานอนอยู่บ้านจริงหรือ ความจริงข้อนี้ได้ถูกนำมาพิจารณาใหม่ด้วยตัวเลขการเกษียณอายุที่เพิ่มขึ้น ตามอายุขัยเฉลี่ยของคนเราที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ประกอบกับงานวิจัยใหม่ๆ ที่ระบุว่าผู้สูงอายุ ควรทำงานอยู่ตลอดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา

อีกทั้งสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ผู้สูงวัยในไทยมีแนวโน้มมีเงินออมเพิ่มขึ้น แต่มีเพียง 10% เท่านั้นที่มีเงินออมเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป และเงินเก็บจำนวนนี้ต้องถูกนำมาใช้รักษาโรคเฉลี่ย 1.5 ล้านบาท/คน/โรคตลอดอายุขัยหลังการเกษียณ และจากการสำรวจผู้เกษียณอายุทั่วไปล้วนบอกตรงกันว่า หากย้อนเวลากลับไปได้จะวางแผนเรื่องการเกษียณอายุให้ดีกว่านี้ และอีกส่วนหนึ่งอยากยืดเวลาทำงานออกไปอีกสัก 5-10 ปี เพื่อให้มีเงินเพียงพอหลังออกจากงานอย่างแท้จริง

ยืดอายุเกษียณอีก 5 ปี

ข้อดีของการยืดอายุเกษียณไปอยู่ในช่วงอายุ 63-65 นั้นแน่นอนว่าคุณจะมีเวลาเก็บเงินได้มากขึ้น ในขณะที่ตัวเองยังรู้สึกว่ามีแรงทำงานได้อยู่ และไม่รู้สึกเป็นคนไร้ค่า จนกว่าร่างกายจะเริ่มไม่มีแรงทำงานจริงๆ แนวคิดนี้ในต่างประเทศมีการใช้จริง เช่น ญี่ปุ่นเฉลี่ยของอายุการเกษียณจะอยู่ประมาณ 63 ปี ในขณะที่อังกฤษ สหรัฐอเมริกานั้น อายุเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 65 ปี แต่ยังไม่มีข้อมูลว่ามีประเทศไหนในโลกนี้ที่มีการเกษียณอายุที่ 70 ปีขึ้นไปในระดับพนักงานองค์กร

สำหรับประเทศไทยแนวคิดนี้ในภาครัฐยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพราะเกี่ยวพันกับเรื่องงบประมาณ และอัตราการจ้างงานใหม่ สำหรับองค์กรเอกชนเริ่มมีการขานรับแนวคิดนี้ด้วยการ คงพนักงานอาวุโสไว้ในองค์กรเป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษากับพนักงานรุ่นใหม่ๆ หรือเรียกง่ายว่าเก็บคนเก๋าหรือคนเก่งเอาไว้ในองค์กรให้นานที่สุด

แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนฐานเงินเดือน และสถานะจากพนักงานประจำเป็นอัตราจ้างพิเศษ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพงานที่ทำจริง แต่ยังคำนึงถึงความรู้ความสามารถที่จะช่วยเหลือองค์กรให้ประสบความสำเร็จไปได้

หากคุณทำงานอิสระหรือเป็นนายจ้างตัวเอง คำว่าเกษียณอายุนั้นแทบจะไม่มีผลอะไรเลยกับคุณ เพราะกลุ่มคนทำงานเหล่านี้ไม่เคยมีคำว่าหยุดพัก ตราบใดที่มีแรงก็รับงานได้ตลอด แต่สิ่งที่เราจะสังเกตได้จากคนที่ทำงานตลอดแม้จะอายุ 60 กว่าปี ก็คือสุขภาพร่างกายของพวกเขาจะแข็งแรงกว่าที่คนที่เกษียณแล้วอยู่บ้านเฉยๆ

ก่อนยืดอายุเกษียณต้องทำอย่างไร

ช่วงเวลาที่คุณควรจะรู้ตัวว่าต้องยืดอายุการเกษียณของคุณออกไปก็คือช่วงอายุประมาณ 45-50 ปี โดยพิจารณาจากเงินเก็บเงินลงทุนว่าเพียงพอกับการใช้ชีวิตหลังเกษียณหรือไม่

1.ปรับแนวคิดของตัวเองเสียใหม่

สังคมไทยปลูกฝังเรื่องการเกษียณอายุ หากได้อยู่บ้านกินเงินบำนาญเฉยๆ แล้วจะดี แต่ที่จริงแล้วคนในสังคมไทยกว่า 70% ยังคงทำงานอยู่แม้จะอายุมากกว่า 60 ปีแล้วก็ตามเพียงแต่งานของพวกเขาไม่ได้กลับไปนั่งอยู่ในสำนักงาน แต่อยู่ที่บ้าน ที่ตลาดร้านค้า เป็นงานเล็กๆน้อยๆ ที่พวกเขาฝันอยากทำนั่นเอง ดังนั้น คุณเองต้องรับรู้ความเป็นจริงของโลกไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ฝังหัวอย่างในละครหรือสิ่งที่ใครต่อใครบอกกันมา

2.เตรียมสุขภาพให้แข็งแรงเข้าไว้

มีเงินเก็บมากแค่ไหนก็ไม่ดีเท่าการมีสุขภาพที่ดี ออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยทำให้คุณแข็งแรงมากพอที่จะทำงานได้ไม่แพ้คนหนุ่มคนสาว เพราะเมื่อถึงเวลาอายุ 60 ปีขึ้นไปสิ่งที่เพื่อนๆ เราจะพูดคุยก็คือปัญหาสุขภาพใหม่ๆ หากคุณมีสุขภาพที่แข็งแรงก็จะช่วยให้คุณมีแรงทำงานทำเงินได้มากกว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน

3.มองหาช่องทางลงทุนที่ชอบ

เราเลือกที่จะใช้คำว่า “ช่องทางลงทุนที่ชอบ” แทนที่คำว่า “ช่องทางลงทุนใหม่ๆ” ถึงจะเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้มากกว่า แต่ถ้าไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบก็เปล่าประโยชน์ ทำไปก็มีแต่จะเบื่อหน่าย ยิ่งคุณอายุมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ความต้องการของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น สนใจเฉพาะสิ่งที่สำคัญกับชีวิต และใส่ใจในสิ่งรอบข้างน้อยลง

อย่าคาดหวังที่จะพึ่งพาใคร แต่ให้ทำทุกอย่างเพื่อพึ่งตัวเองให้มากที่สุด ให้คิดอยู่เสมอว่าเวลาทำงานของคุณไม่ได้หยุดที่เลข 60 แต่เป็นตลอดชีวิตแล้วเราจะทำงานอะไรที่จะมีความสุขไปตลอดชีวิตของคุณ

ดังนั้น การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ จึงไม่ใช่คำตอบเท่าลงทุนกับธุรกิจที่ใช่สำหรับคุณเอง สำคัญที่สุดคือคุณต้องหาให้เจอว่าคุณชอบอะไร อย่าตั้งคำถามว่าเมื่อถึงวันนั้นธุรกิจอะไรมาแรง แต่ให้ถามตัวเองว่าธุรกิจอะไรที่คุณทำแล้วรู้สึกมีแรงใจที่จะทำตลอดเวลาจะดีกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต