'โน้ต' วัชรบูล ลี้สุวรรณ ภาพถ่ายรักษ์ผืนป่า

วันที่ 17 พ.ย. 2561 เวลา 10:10 น.
'โน้ต' วัชรบูล ลี้สุวรรณ ภาพถ่ายรักษ์ผืนป่า
โดย กั๊ตจัง 

คงจะมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักดาราหนุ่ม “โน้ต” วัชรบูล ลี้สุวรรณ อาจจะรู้จักเขาในมุมมองของดารานักแสดง แต่ในอีกงานหนึ่งเขาคือช่างภาพสัตว์ป่า ผู้นำเรื่องราวจากป่าลึกสู่สายตาคนเมือง

แม้เขาจะถ่อมตนว่าไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพ แต่ผลงานภาพถ่ายของเขาก็ช่วยกระตุ้นจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะภาพถ่ายสัตว์ป่าและธรรมชาติในโครงการ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติผ่านภาพถ่ายที่สะท้อนถึงความสวยงามแห่งธรรมชาติ

“ผมเห็นโครงการนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว และก็รู้สึกว่าเราอยากจะถ่ายภาพแบบนี้ได้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นการสะท้อนภาพของสัตว์ป่าและความสวยงามของธรรมชาติ อย่างเช่นภาพเสือโคร่งที่ผมถ่ายมาได้ ไม่ได้แค่ต้องการให้เห็นว่าเป็นภาพเสือโคร่งที่อยู่ในป่า แต่ต้องการให้ภาพเสือโคร่งนั้น สะท้อนวิถีชีวิตของพวกมันที่อาศัยอยู่ในป่า อยู่ในลำน้ำ มีการหาอาหาร ใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร

สายน้ำนี้ก็เป็นสายน้ำที่เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และพวกเราทุกคนที่ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ทำให้ต้นน้ำแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงปลาและสัตว์ป่าในผืนป่าแห่งนี้ ซึ่งรวมทั้งเสือโคร่งยังคงอยู่”

โน้ต บอกว่า เพียงแค่หนึ่งภาพก็สะท้อนเรื่องราวมากมาย ที่เกิดขึ้นกับเรื่องราวของการอนุรักษ์ธรรมชาติ ในงานแสดงภาพถ่ายที่มีภาพของเขาเข้าไปจัดแสดง มีนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่งมาจากสหรัฐอเมริกา มาพูดว่าเสือโคร่งในประเทศไทยนั้น เป็นประชากรเสือโคร่งที่มีคุณภาพสามารถที่จะเพิ่มจำนวนเพื่อให้การดำรงอยู่ของสายพันธุ์เสือโคร่งยั่งยืน ทำให้รู้สึกเลยว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่น่าภูมิใจ

“เสือโคร่งในผืนป่าประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าป่าแห่งนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ดังนั้นการที่เห็นเสือโคร่งอาศัยอยู่ในป่าแห่งใดแห่งหนึ่ง นั่นหมายความว่าจะต้องมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เป็นอาหารของเสืออาศัยอยู่ในป่าแห่งนั้นมากมาย”

ประโยชน์อย่างหนึ่งของการถ่ายภาพสัตว์ป่า โน้ต อธิบายความรู้สึกว่าคือการที่ทำให้เขาได้เข้าใจในระบบนิเวศของผืนป่า ทำความเข้าใจในเรื่องพฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ ที่ต้องการเข้าไปเก็บภาพ

“การถ่ายภาพสัตว์ป่าก็เหมือนเป็นการเปิดประตูเข้าไปสู่โลกของการอนุรักษ์ธรรมชาติ สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ สะท้อนถึงปัญหาของผืนป่า สะท้อนถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับป่า ที่ส่งผลกระทบกับตัวเรา

ทุกอย่างนั้นมีส่วนเชื่อมโยงกันที่สะท้อนออกมาผ่านทางภาพถ่ายให้ทุกคนได้เห็น แต่เวลาเข้าไปถ่ายภาพก็ต้องใช้เวลาหลายวันในศึกษาการแกะรอยและคาดเดาว่าเขาจะมาปรากฏให้เห็นแถวนี้หรือไม่ จากนั้นเราก็จะตั้งกล้องวางในจุดที่คิดว่าจะถ่ายภาพของเขาได้ บางครั้งก็ใช้คาเมร่าแทรปเพื่อดักถ่ายภาพสัตว์ป่าที่เดินผ่านในบริเวณนั้น”

ภาพที่ได้จากคาเมร่าแทรปที่โน้ตจับได้ ก็คือภาพเสือดาวที่กำลังหันมองกล้อง ซึ่งเขาบอกว่าถือว่าโชคดีมากที่เสือดาวหันมามองกล้องพอดี

“ทำให้ได้ภาพที่สวยและเห็นพฤติกรรมชัดเจน ผมสังเกตอย่างหนึ่งว่าสัตว์ในตระกูลแมวจะชอบมองกล้องด้วยความสงสัยว่าคืออะไร เขาก็จะเดินวนเวียนอยู่แถวนั้นทำให้เราเก็บได้หลายภาพ แต่ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่เข้าไปถ่ายภาพแล้วจะได้ภาพออกมานะครับ บางครั้งไปแล้วก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลยก็มี

บางครั้งเราไปถึงจุดที่คิดว่าเขาอยู่แต่เขาเพิ่งเดินผ่านไป ก็อดถ่ายภาพได้เหมือนกัน เราไม่สามารถไปกำหนดสัตว์ป่าให้เขาเดินออกมาในจุดที่เราต้องการ แล้วหันมามองกล้องได้ ไม่รู้เลยว่าถึงเวลาจริงๆ แล้ว จะต้องเจอกับอะไร หรือไปแล้วอาจจะไม่ได้ภาพกลับมาก็มี”

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม โน้ต บอกว่าการที่ได้ใช้เวลาอยู่ในป่า เป็นการปลดเปลื้องตัวตนต่างๆ ในชีวิต

“ทำให้เรารู้ว่าชีวิตจริงๆ แล้ว เราต้องการอะไร และทำให้รู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่มันเกินความพอดีไป ผมอยากจะชวนให้ทุกๆ คนที่มีใจอนุรักษ์ธรรมชาติมาร่วมกันถ่ายภาพสัตว์ป่าเพื่อการอนุรักษ์ ชีวิตที่สวยงามเหล่านี้เอาไว้”