พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ 'นางงามสายไฟท์เตอร์'

  • วันที่ 11 พ.ย. 2561 เวลา 09:37 น.

พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ 'นางงามสายไฟท์เตอร์'

โดย ปอย ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

“...น้ำตาแห่งความสุข คือโมเมนต์ที่นิโคลขอจดจำไปตลอดชีวิตค่ะ” คือคำพูดสุขสมหวังหลังจากคว้ามงกุฎ

“นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ก่อนหน้านี้ผิดหวังรุนแรงถึงขั้นนอนซมไปหลายวัน สาวผิวสีน้ำผึ้งวัย 20 ปี ลูกครึ่งไทย-จีน-อเมริกัน เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากสหรัฐมาประเทศไทย เพื่อประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 และสามารถผ่านเข้ารอบลึก หากไปไม่ถึงฝั่งฝันจบที่รอบ 10 คนสุดท้าย

นิโคลีนไม่ยอมรับคำว่าพ่ายแพ้ ขอเดินหน้าสู้ๆ ต่อไป ก้าวขึ้นเวทีประกวดอีกครั้ง สาวงามนักสู้ได้รับสิ่งตอบแทนคว้าตำแหน่งคนสวยที่สุดมาครองได้ในที่สุด

“นางงามสายไฟท์เตอร์” คือนิยามของสาวงามวัย 20 ปี นิโคลีน บอกว่า ตอนร่วงลงจากเวทีที่แล้ว พลังจากพี่ๆ แฟนๆ นางงามเข้ามาบอกว่า “...อย่าหยุดฝัน นิโคลสตรองอยู่แล้วเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ต้องการคนสวยสไตล์นักกีฬา แข็งแกร่ง และไม่ใช่แค่สวย ต้องมีจิตอาสา นิโคลทำงานเพื่อสังคมตั้งแต่ 5 ขวบแล้วค่ะ ได้รางวัลจิตอาสาดีเด่น ‘The President’s Volunteer Service Awards’ จากประธานาธิบดี บารัก โอบามา เป็นนักกีฬาของโรงเรียนเราเป็นหมวยแต่ได้ผิวสีแทนจากการเล่นกีฬา ควงธง ควงดาบ ควงปืน ชอบโหดๆ ค่ะ และทุกคุณสมบัติที่เวทีนี้ต้องการก็คือตัวเราค่ะ

พี่ๆ เขามั่นใจในตัวเรา แล้วทำไมเราจะไม่มั่นใจในตัวเองล่ะ? นี่คือเหตุผลของการกลับมาเลยค่ะ นิโคลใช้เวลากอบกู้ความมั่นใจในเวลาเพียง 1 เดือน หลังจากพลาดดำแหน่งจากเวทีที่แล้ว ขอขอบคุณประสบการณ์นี้ที่ทำให้เรารู้ค่ะว่า ควรพัฒนาอะไร นิโคลไปเรียนเรื่องบุคลิกภาพ เรียนภาษาจีนอีกนิดหน่อยค่ะ

อย่าหยุดฝัน ฝากคนที่เคยแพ้แบบนิโคล วันนั้นอาจไม่ใช่วันของเรา แต่ชีวิตของเรามีอีกหลายๆ วันที่เราจะจุดไฟ จุดแรงบันดาลใจใหม่ ให้พัฒนาตัวเองก้าวต่อไปได้เสมอค่ะ”

ส่งใจไปเชียร์นางงามนักสู้ “คว้ามงฟ้า”

โบกมือบ๊ายบายคนไทย ไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมประกวดเวทีระดับโลก “มิสเวิลด์ 2018” ณ เมืองซานย่า ประเทศจีน ในรอบตัดสินเฟ้นหาสาวงามจาก 120 ประเทศ เพื่อสวมมงกุฎสีฟ้าน้ำทะเลเลอค่า ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค.นี้ เอฟซีชาวไทยติดตามชม แชร์ และให้กำลังใจสาวงามจากประเทศไทย ได้ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก Miss World – Thailand

หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น MOBSTAR เพื่อเข้าไปกดโหวตกดไลค์ด้วยการพิมพ์ชื่อ Nicolene แล้วกดเข้าไปชมภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แล้วสไลด์ทุกภาพไปทางขวาเพื่อให้ขึ้นว่า Yes เป็นการโหวต โดยสามารถเข้าไปโหวตได้ทุกวัน

มงกฎสวมวันนี้คือรางวัลสูงสุด นิโคลเลือกคติชีวิตในแบบ “ทำอะไรแล้ว ต้องไปให้สุด” เคยประกวดและได้ตำแหน่ง Miss Thai New Year 2014-2015 และ Miss Teen Asia USA ทำด้วยความรักการเป็นนางงามตั้งแต่เด็กๆ เริ่มเดินสายประกวดเวทีเล็กๆ เก็บประสบการณ์มาเรื่อยๆ และนำมาพัฒนาตัวเอง โดยมีเป้าหมายคือเวทีใหญ่ในประเทศไทย

“อีกคนที่อยากขอบคุณคือคุณน้าของนิโคลค่ะ การฉีกสัญญาก็ต้องมีค่าปรับ นิโคลกลับมาเมืองไทยกับแม่ซึ่งต้องทิ้งงานที่สหรัฐ มาดูแลลูกสาวคนโตโดยไม่มีรายได้ มีแต่ค่าใช้จ่าย ต้องเช่าที่พัก ค่าอยู่ค่ากิน โดยเราก็ไม่ได้มีเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้น คุณน้ายื่นมือเข้ามาช่วยค่ะ เพื่อให้นิโคลเข้าประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ คุณน้าให้ความเชื่อมั่นในตัวนิโคล และนี่คืออีกแรงบันดาลใจให้เราสู้ต่อไปค่ะ

มงกุฎเปลี่ยนชีวิตจริงๆ ค่ะ นิโคลรู้ว่าคนไทยฝากความหวัง และจับตามองเราอยู่ ‘จูเลีย มอร์ลีย์’ ประธาน Miss World Organisation เจ้าของเวทีนี้ก็มองเราอยู่เช่นกัน จะทำอย่างไรให้ผู้หญิงอายุ 20 ปี ที่มาจากครอบครัวธรรมดาๆ เข้าตาจูเลีย ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ การเป็นนางงามเป็นเรื่องยากมากค่ะ (บอกพร้อมรอยยิ้มสดใส) เรื่องจิตอาสานิโคลทำเต็มที่ที่สุดอยู่แล้ว เรื่องความงามก็ต้องเต็มที่เหมือนกันค่ะ นิโคลไม่ใช่นางงามที่นั่งหลังตรงสวยเป๊ะได้ตลอดเวลา แต่ก็ต้องดูแลตัวเองให้สวยในแบบธรรมชาติ สวยในแบบที่เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งแค่นี้ก็เหนื่อยแล้วค่ะ”

นิโคลีน บอกว่า ชอบนิยามนางงามสายไฟท์เตอร์มากๆ คำนี้ดึงพลังออกมาได้มากมาย ความหวังในวันนี้คือจะคว้ามงกุฎมิสเวิลด์เป็นคนแรกของประเทศไทยอีกด้วย

“นางงามคือความฝันที่เราอยากเป็นตั้งแต่วัยเด็ก คุณแม่จับแต่งตัวส่งประกวดตั้งแต่เด็กๆ นางงามนพมาศ นางงามสงกรานต์ เด็กได้แต่งชุดไทยก็สนุกดี ได้ตำแหน่งมาเรื่อยๆ คุณแม่ก็ให้ลองเวทีใหญ่ ได้ตำแหน่ง Miss Thai New Year 2014-2015 แล้วนิโคลก็ลงประกวดเองในเวที Miss Teen Asia USA เพราะเริ่มรู้สึกว่าชอบค่ะ การแข่งขันทำให้เรามีน้ำใจนักกีฬา แล้วประกวดนางงามก็ไม่ใช่ว่าจะวัดกันที่ความสวยอย่างเดียว

ความเป็นจริงเราก็ไม่ได้สวยที่สุดด้วยค่ะ (บอกพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ) การใช้ชีวิตที่เติบโตในแอลเอ สหรัฐ นิโคลชอบทำงานจิตอาสา เล่นกีฬาลุยๆ สนุกกลางแสงแดดก็เลยไม่ใช่คนสวย ผิวขาวใส ไม่กังวลค่ะ เวทีมิสเวิลด์ต้องการสาวสวยในแบบสปอร์ตเกิร์ล การพัฒนาตัวเองเพื่อเตรียมขึ้นเวทีก็คือการดูแลผิวพรรณให้ดี เราเล่นกีฬากลางแดด มีเหงื่อก็เป็นสิวอุดตันได้ง่าย ต้องล้างหน้าให้สะอาดผิวพรรณดีคือพื้นฐานความงามที่ดี ส่วนรูปร่าง น้ำหนักเทียบกับเวทีที่แล้วลดลงไปเกือบ 5 กิโลกรัม ตอนนี้สัดส่วน 34-24-36 น้ำหนัก 53 กิโลกรัม สูง 170 เซนติเมตร นิโคลเข้าฟิตเนสเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณสะโพกรูปร่างสไตล์นางงามฝรั่ง นางงามละติน ยังเป็นความนิยมนะคะ

การประกวดนางงามคือการโชว์พลังของผู้หญิง โชว์ความมั่นใจในตัวเองค่ะว่าเรามีศักยภาพ มุ่งมั่น ไม่ใช่แค่โชว์สวยเดินไปเดินมาบนเวที”

นิโคลีน บอกว่า การประกวด “คว้ามง” มาโดยตลอด เพิ่งมาตกรอบก็ในไทยเป็นครั้งแรก แต่จากที่เคยนอนซมร้องไห้ไป 3 วันเต็มๆ ตอนนี้มีเสียงหัวเราะใสๆ ได้แล้ว

“เรามาจากพื้นฐานครอบครัวที่ใจต้องสู้ด้วยค่ะ คุณแม่เลือกไปใช้ชีวิตที่แอลเอ แม่ทำงานหลายๆ อย่างตั้งแต่เปิดร้านวิดีโอให้เช่า พอโลกเปลี่ยนไปมีหนังออนไลน์เข้ามาก็ต้องปิดร้าน แล้วมาทำอาหารกล่องขาย โดยช่วยกันทำกับคุณยาย อาหารไทยแท้ๆ เลยค่ะ ฝีมือแกงไตปลา ข้าวยำ ข้าวซอย คุณยายทำอร่อยที่สุดในโลก (หัวเราะ) นิโคลเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย อายุ 16 ปี ทำงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารไทย หาเงินซื้อรถเฟียสขับไปเรียนได้แล้ว ไปเรียน ไปทำงาน ขับรถกลับบ้าน คุณแม่คุณยายเลี้ยงแบบไทยแท้ ไม่ให้มีแฟนค่ะ” นิโคลีน บอกพร้อมรอยยิ้มสวย

นางงามจิตอาสา Beauty With A Purpose

เหตุผลที่กรอกไว้ในใบสมัคร การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาประกวดที่ประเทศไทย ไม่ใช่แค่หวังมงกุฎเพียงเท่านั้น หากต้องการใช้ตำแหน่งนี้เป็นกระบอกเสียงสื่อเรื่องเด็กด้อยโอกาสในสังคม คือกลุ่มเด็กออทิสติก

ชุดราตรีที่เตรียมสวมใส่ในรอบการประกวด Best Design Award ชุดสีขาวมีลายเพนต์สีสันสดใส เป็นผลงานออกแบบร่วมกันระหว่างดีไซเนอร์ชื่อดัง ประภากาศ อังศุสิงห์ และน้องๆ กลุ่ม Art Story มูลนิธิออทิสติกไทย ช่วยกันเพนต์ลายภาพในหัวข้อ Love หรือความรัก ลงบนผืนผ้าก่อนที่จะถูกนำไปตัดเย็บเป็นชุดราตรีสีขาวงดงาม ภายใต้แนวความคิดที่ต่อยอดมาจากโครงการ Love for All โครงการเพื่อสังคมที่นิโคลีนก่อตั้งขึ้นมา โดยต้องการส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของเด็กออทิสติกให้ออกสู่ระดับสากล

“คุณพ่อกับคุณแม่หย่ากันตั้งแต่นิโคลเด็กๆ ค่ะ แม่แต่งงานใหม่และมีน้องชายให้นิโคล 1 คน น้องป่วยเป็นออทิสติก น้องเป็นแรงบันดาลใจให้นิโคลทำโครงการนี้ค่ะ ในสหรัฐ เด็กๆ กลุ่มนี้ใช้ชีวิตลำบากมาก สังคมมีStereotype มองพวกเขาว่าก้าวร้าว นิสัยงี่เง่า แต่ไม่จริงเลยค่ะ น้องชายนิโคลน่ารักมาก เรียนได้เกรด A ทุกวิชา เล่นเกมคอมพิวเตอร์เก่งมากๆ ศักยภาพนี้นำไปต่อยอดให้เขาได้รับโอกาสในเรื่องอนาคตการทำงานได้

น้องไปโรงเรียนโดนเพื่อนๆ ล้อตลอดเวลา เราอยากช่วยให้เด็กเหล่านี้สามารถเข้าสังคมได้อย่างราบรื่น ในระดับที่เท่าเทียมกับเด็กธรรมดาทั่วไป สังคมมีทัศนคติค่อนข้างโหดร้ายกับเด็กกลุ่มนี้ นิโคลส่งโครงการนี้เข้าขอทุนที่ยูเอ็น และทางประเทศเยอรมนีสนใจโครงการนี้ ซึ่งตอนส่งไปในฐานะผู้เข้าประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ เขาก็ให้เกียรติสนใจเราแล้ว ถ้ามีมงกุฎระดับโลก นิโคลต้องทำอะไรได้มากกว่านี้นะคะ”

ความเป็นจิตอาสานั้น ไม่ได้เพิ่งมาเริ่มต้นตอนที่เข้ามาลงประกวดที่เมืองไทยเท่านั้น แต่เริ่มขึ้นมาตั้งแต่นิโคลีนยังเป็นเด็กหญิง อายุแค่ 5 ขวบ เมื่อครั้งประเทศไทยต้องเจอกับภัยพิบัติอย่างรุนแรง “สึนามิ” ด.ญ.นิโคลีน รับรู้ข่าวสารรู้สึกเสียใจกับภัยพิบัติครั้งนั้นมาก และต้องการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนประสบภัย จึงรวบรวมเศษเงินจากกระปุกออมสินของตัวเอง และเพื่อนๆ ที่โรงเรียนประมาณ 1,000 กว่าเหรียญ ตั้งเป็นโครงการแรกในชีวิต ใช้ชื่อว่า Change for Change

โดยมีคุณแม่ช่วยประสานงานผ่านสภากาชาดไทย ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เดินหน้าทำจิตอาสาดีเด่น และได้รับรางวัลจิตอาสาดีเด่น “The President’s Volunteer Service Awards” จากประธานาธิบดี บารัก โอบามา

“คุณแม่สอนว่าแม้เงินเล็กๆ ของเราก็สามารถช่วยเหลือผู้คนได้ นิโคลทำมาตลอดค่ะ ตั้งแต่สึนามิ ก็มีเหตุการณ์น้ำท่วมในญี่ปุ่น แผ่นดินไหวในเนปาล การมีสายสะพาย มีมงกุฎ แม้เวทีเล็กๆ ก็ทำให้คนสนใจเรา นิโคลใส่สายสะพายไปงานการกุศลของกลุ่มคนไทยในแอลเอ ช่วยทำขนม ทำวาฟเฟิลขายให้ผู้ใหญ่ ได้เงินเยอะกว่าขายทั่วไป ได้เงินให้มูลนิธิขาเทียม หรือเดินแฟชั่นโชว์แล้วระดมเงินบริจาคเข้าการกุศล เป็นงานที่ทำแล้วมีความสุขมากค่ะ

มอตโต้ในการใช้ชีวิตของนิโคล คือ It’s ok to be different ไม่เป็นไรแม้เราไม่เหมือนคนอื่น แต่เราก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือขับเคลื่อนโลกใบนี้ได้

คำว่าแตกต่างสำหรับนิโคล คือ ใจร้อน ทำอะไรฉุบฉับ (สาวลูกครึ่งเติบโตในสหรัฐพูดคำนี้จริงๆ) เป็นตัวของตัวเอง โดยบุคลิกภายนอกซึ่งหลายๆ คนมองนิโคลว่า หน้าตาร้าย (หัวเราะ) สายตาดูเหวี่ยง อาจเพราะดวงตานิโคลโตกระมังคะ เพื่อนๆ นางงามก็บอกว่าตาเราสวย อยู่บนเวทีแล้วตาดึงดูดคนได้ ซึ่งนิโคลก็ชอบนัยน์ตาของตัวเองมากที่สุดเลยค่ะ

จากใจจริงๆ บุคลิกภายนอกแตกต่างจากภายในใจโดยสิ้นเชิงค่ะ นิโคลอยากเป็นผู้ให้ อยากช่วยเหลือผู้คน นิโคลไม่ได้บอกว่าเราเป็นคนดีนะคะ ไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะคะ การมีตำแหน่งทำให้เราเปลี่ยนตัวเอง ไม่ใช่เปลี่ยนเป็นคนดีนะคะ (ย้ำพร้อมเสียงหัวเราะ) แต่การวางตัว การพูดจา เราต้องดูแลและระวังตัวเองให้มากขึ้นค่ะ

นิยามความงามสำหรับการเป็นนางงามเปลี่ยนไปแล้วค่ะ คงไม่มีใครอยากชื่นชมนางงามสวยๆ มองอยู่ไกลๆ แต่ถ้าความสวยนั้นจับต้องได้ โดยคือความงดงามจากใจข้างใจ ไม่เฟก ไม่หลอกลวง ทำอะไรทำจริง นิโคลไม่กังวลใจเลยค่ะว่าเราต้องงดงามสวยสมบูรณ์แบบ ซึ่งเวทีมิสเวิลด์ก็เช่นกันค่ะ นิโคลมั่นใจว่าเขาไม่ได้สรรหาคนสวยที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ความงามจากภายในคืออีกคุณสมบัติหนึ่ง ซึ่งนางงามยุคนี้ต้องมีนะคะ นิโคลเชื่อว่าจูเลียกำลังมองหาคนสวยที่จริงใจ และมีความพยายามมากที่สุดค่ะ”

แม้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคว้ามงกุฎมิสเวิลด์มาครอบครอง บนเวทีการแข่งขันกับสาวงามอีก 120 ประเทศ แต่คำยืนยัน “นิโคลจะสู้ จะไฟท์ให้เต็มที่ถึงที่สุดค่ะ” ส่งใจไปเชียร์ “นิโคลีน”พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 กับคุณสมบัติความงามอย่างมีคุณค่า ตัวแทนสาวงามนักสู้จากประเทศไทยบอกไว้มั่นใจจะคว้ามาฝากคนไทยให้ได้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ