ตรีนุช วงษ์สมตระกูล สาวปริญญาโทหลงรักการปลูกผัก

  • วันที่ 04 พ.ย. 2561 เวลา 09:29 น.

ตรีนุช วงษ์สมตระกูล สาวปริญญาโทหลงรักการปลูกผัก

โดย วรธาร ทัดแก้ว ภาพ เพจ Me&Mom's Organic Farm

สาวพระนครศรีอยุธยา ดีกรีปริญญาโท วิศวะ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) วัยแค่ 25 ปี แต่เลือกเส้นทางอาชีพด้วยการเป็นนายตัวเอง ปลูกผักอินทรีย์และแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากผักในสวนในรูปแบบต่างๆ ขายภายใต้แบรนด์ Me&Mom’s Organic Farm ของตัวเอง สร้างรายได้ให้กับครอบครัวทุกวัน

ตรีนุชเพิ่งเริ่มทำอย่างจริงจังมาได้ประมาณเกือบ 2 ปี กับคุณแม่ ในพื้นที่ 1 งานกว่าๆ ด้วยการปลูกผักหลากหลายชนิดตามฤดูกาล อาทิ ผักอิตาเลียนเคล (Italian Kale) ผักบุ้งต้นอ่อน จิงจูฉ่าย ซึ่งเป็นสินค้าขายดีที่สุดของสวน ที่ขาดไม่ได้คือผักสลัด ทั้งกรีนโอ๊ค เรดโบลว์ กรีนโบลว์ บัตเตอร์เฮด คะน้าใบ กวางตุ้งไต้หวัน ผักโขม มะเขือเทศ รวมทั้งผักสวนครัวและสมุนไพรอีกมากมาย ลูกค้าสั่งทุกวัน บางทีลูกค้าก็มาซื้อที่หน้าสวน

นอกจากนี้ เธอกับคุณแม่ยังนำผักทั้งหลายในสวนของตัวเอง และวัตถุดิบออร์แกนิกจากแหล่งอื่นๆ เช่น ผลไม้ออร์แกนิก แป้งสาลีคุณภาพดี ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกหลายชนิด เช่น ขนมปังโฮมเมด เป็นขนมปังผักโขมอบชีส ขนมปังฟักทอง น้ำสลัดโฮมเมดหลากรสชาติ แยมโฮมแมด เช่น แยมเสาวรส แยมสตรอเบอร์รี่ สลัดโบลว์พร้อมรับประทาน ฯลฯ ซึ่งของกินที่นำมาแปรรูปทุกอย่างไม่มีการใส่สารกันบูด นอกจากนี้เธอยังทำสบู่ออร์แกนิกขายและใช้เองอีกด้วย

ณ ปัจจุบัน ธุรกิจ Me&Mom’s Organic Farm ของตรีนุชเป็นที่รู้จักของลูกค้าอย่างแพร่หลาย ทั้งในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาที่เดินทางไปมาซื้อที่หน้าสวน ทั้งลูกค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ โดยการส่งให้ทางรถไฟ ซึ่งลูกค้าที่สั่งซื้อหรือมาซื้อเองมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผักของเธอรสชาติอร่อยสัมผัสได้ถึงความหวานและกรอบ ที่สำคัญเป็นผักอินทรีย์ปลอดสารเคมี

“ผักของจิ๊บลูกค้าชมว่าอร่อย มีความสด กรอบ หวานค่ะ เวลาลูกค้าสั่งหรือมาซื้อเอง ก็มักจะพูดอย่างนั้นก็ทำให้มีกำลังใจปลูก ช่วงแรกๆ คนยังไม่รู้จักเท่าไรก็ขายยากหน่อยจิ๊บกับแม่จึงไปออกบูธตามตลาดกรีนในที่ต่างๆ เช่น เอสซีจี ก็ไปประจำ แต่หลังๆ หลายเดือนมาแล้วไม่ได้ไป เพราะหลังจากมีรายการทีวีมาสัมภาษณ์หลายรายการ ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีคนสั่งสินค้าทุกวัน ทั้งสินค้าแปรรูปและผักสดทำให้ไม่มีเวลาไปออกบูธ” ตรีนุชกล่าว

สำหรับจุดเริ่มที่ทำให้สาวปริญญาโทผู้นี้เลือกเดินในวิถีของเกษตรอินทรีย์ เธอเล่าว่ามีแรงผลักดันมาจากคุณแม่ (พรรณทิพา ศรีประเสริฐ) ที่เป็นคนรักสุขภาพมานานหลายสิบปี โดยเฉพาะอาหารการกิน มีความใส่ใจเป็นพิเศษในวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร ก่อนซื้อต้องมั่นใจว่าปลอดภัยไร้สารเคมีหรือสารพิษตกค้าง ผักที่คุณแม่กินต้องเป็นออร์แกนิกหรือปลูกในรูปแบบอินทรีย์ ไม่มีการใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลง เพราะฉะนั้นก็ไปเสาะหาแหล่งที่ขายเพื่อซื้อมาทำอาหาร

“ตอนจิ๊บเรียนปริญญาตรีที่ มธ.ศูนย์รังสิต คุณแม่เป็นคนขับรถมาส่งที่มหาวิทยาลัย จากนั้นแม่ก็จะไปซื้อผักอินทรีย์และผักปลอดสารที่ตลาดนัดสีเขียวของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ที่เปิดให้มีตลาดนัดสีเขียวทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี ซึ่งตลอดเวลาที่จิ๊บเรียนธรรมศาสตร์ทั้งปริญญาตรีและโทคุณแม่ก็เป็นลูกค้าประจำของตลาดนัดสีเขียวแห่งนี้ ซึ่งระหว่างนี้คุณแม่ได้มีโอกาสอบรมเกี่ยวกับการปลูกผักที่จัดขึ้นในบริเวณพื้นที่ของตลาดด้วย จากนั้นก็ได้ไปทดลองปลูก ถึงแม้จะปลูกได้แต่รสชาติของผักไม่อร่อย พอดีช่วงที่จิ๊บเรียนปริญญาโทปีที่ 2 ช่วงทำธีซิส ซึ่งเป็นช่วงที่พอมีเวลาว่าง เลยคุยกับคุณแม่ว่าเราไปอบรมเรื่องการเกษตร ปลูกผักกันดีกว่า เพื่อต่อไปแม่จะได้ไม่ต้องซื้อเขากิน ปลูกเองกินเองเลย (หัวเราะ)”

เมื่อตั้งใจจะปลูกผักกินเองเธอกับคุณแม่จึงไปอบรมเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรและปลูกผักในหลายที่ที่จัดอบรม เช่น คลีนฟาร์ม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ของอาจารย์ยักษ์ (ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ปัจจุบันเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) จ.ชลบุรี ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เรียนเกี่ยวกับการทำเกษตรทั่วไปและเจาะในในเรื่องที่อยากรู้ เช่น การเลี้ยงไส้เดือน การปรับปรุงดิน การปลูกผักสลัด การเพาะถั่วงอก การทำปุ๋ย การทำน้ำหมักจุลินทรีย์ ฯลฯ

“ตอนแรกที่ตัดสินใจไปอบรมกับคุณแม่ ไม่ได้คิดว่าอบรมแล้วจะไปปลูกทำเป็นธุรกิจ เพียงแค่ต้องการปลูกผักไว้กิน ไม่ต้องไปซื้อกิน เพราะตอนหลังคุณแม่มักบ่นว่าเวลาไปตลาดนัดสีเขียว บางทีผักหมดก่อน ไปไม่ทันเขา บางทีผักที่เหลืออยู่ไม่สวยและไม่ใช่ผักที่ต้องการ แต่พอได้ไปอบรมที่ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว กลับทำให้มั่นใจว่าการเป็นเกษตรกรปลูกผักเนี่ยเป็นอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้ให้อยู่ได้สบาย เนื่องจากมีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จประมาณ 30 คน มาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเขาตั้งแต่ทำงานประจำเงินเดือนหลายหมื่น แล้วลาออกมาทำเกษตรประสบความสำเร็จได้อย่างไร”

ตรีนุช เล่าต่อว่า กลับมาก็ลงมือทำเลย เริ่มจากปลูกผักสลัดของกินที่ตัวเองชอบ พอเก็บเกี่ยวก็นำไปแจกจ่ายให้คนอื่นและญาติกินก่อน ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าผักอร่อย กรอบ มีความหวาน จากนั้นก็ปลูกผักอื่นๆ หลากหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นผักตามฤดูกาล รวมทั้งยังปลูกผักสวนครัวและสมุนไพรอีกด้วย ส่วนผลผลิตนอกจากขายแล้วก็นำมาแปรรูปต่างๆ เช่น ทำขนมปัง แยม น้ำสลัดโฮมเมด ไม่ใส่สารกันบูด ปรากฏว่าขายดีคนนิยมซื้อ

“ช่องทางการขาย ช่วงแรกๆ มีไปออกบูธตามที่ต่างๆ แต่ปัจจุบันไม่ได้ไปแล้วเพราะมีงานให้ทำทุกวัน เวลา 7 โมงเช้าลงไปตรวจแปลงผัก กลางวันแปรรูปอาหาร กลางคืนแพ็กของเตรียมส่งให้ลูกค้า แต่ละวันแทบไม่มีเวลาว่าง แต่ก็มีความสุข เพราะมีรายได้ทุกวัน ทั้งยังได้อยู่กับคุณแม่และครอบครัวตลอดดีกว่าการไปทำงานประจำ”

ทุกวันนี้ที่สวน Me&Mom’s Organic Farm มีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อผักทุกวัน บางวันก็มีเด็กนักเรียนโดยคุณครูพามาเรียนรู้เรื่องการปลูกผักถึงในสวน นอกจากนี้เธอกับคุณแม่ยังได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการปลูกผักอินทรีย์และการทำปุ๋ยอินทรีย์ ล่าสุดเมื่อ เดือน ส.ค.ที่ผ่านมาได้ไปเป็นวิทยากร ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งก็เป็นหนึ่งสถานที่ที่เธอและแม่เคยมาอบรมการทำเกษตร

สนใจอยากกินผักอินทรีย์และอาหารแปรรูปของ Me&Mom’s Organic Farm สามารถเดินทางมาได้ที่ 8/14 หมู่ 2 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง พระนครศรีอยุธยา หรือสั่งซื้อได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Me&Mom’s Organic Farm โทร. 08-1178-5809 หรือแอดไลน์ @mmorganicss

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ