‘รัฐ จิโรจน์วณิชชากร’ รันเนอร์เลิฟเวอร์ สู่เจ้าพ่องานวิ่งมาตรฐานโลก

  • วันที่ 03 พ.ย. 2561 เวลา 13:21 น.

‘รัฐ จิโรจน์วณิชชากร’ รันเนอร์เลิฟเวอร์ สู่เจ้าพ่องานวิ่งมาตรฐานโลก

เรื่อง : ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

กว่าจะมาเป็น “รันเนอร์ เลิฟเวอร์” ผู้หลงใหลการวิ่ง ที่เอนดอร์ฟินหลั่งยามสองเท้าเคลื่อนตัวเป็นจังหวะไปข้างหน้า ขณะที่รอยยิ้มผุดพรายหลังผ่านบททดสอบความเข้มแข็งของจิตใจ ยามร่างกายแตะเส้นชัยที่ปลายทางในสนามมาราธอน 100 กิโลเมตร ...เชื่อไหมว่า รัฐ จิโรจน์วณิชชากร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น (MICE & COMMUNICATION Co., Ltd.) ผู้จัดงานวิ่งมาตรฐานระดับโลกรายเดียวในประเทศไทย กลับไม่ใช่คนที่รักการวิ่งมาแต่ไหนแต่ไร

ที่มาที่ไปกับนิกเนม “เจ้าพ่องานวิ่ง” ที่เหล่านักวิ่งทั้งไทยและต่างชาติยกสถานะให้ “รัฐ” ก่อนที่งานวิ่งบางแสนในความทรงจำจะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 4 พ.ย. 2561 นี้ ณ บางแสน จ.ชลบุรี กับชื่องาน “บางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018”

รัฐวางเป้าหมายให้งานวิ่งครั้งนี้ เป็นแรงผลักไปสู่รางวัลมาตรฐานสากลโลก IAAF Gold Label ในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อให้งานวิ่งที่เขาจัดขึ้นพรั่งพร้อมด้วยความปลอดภัยแก่ผู้ที่ชื่นชอบการวิ่ง และเพื่อเป็นการทดสอบสู่เส้นทางผู้นำด้านการจัดงานวิ่งอย่างแท้จริง รัฐยังจะนำนักวิ่งไทยไปร่วมสัมผัสงานวิ่งระดับ IAAF Gold Label ที่สนามหลานโจว อินเตอร์เนชั่นแนล มาราธอน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2019 อีกด้วย

ในวัย 45 ปี นอกจากตำแหน่ง CEO ในบริษัท ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น อีกบทบาทสำคัญรัฐยังพ่วงตำแหน่งเป็นคุณพ่อลูกสอง เจ้าตัวบอกว่าลูกแฝดชาย-หญิงนี้เอง คือเหตุผลที่เขาพลิกชีวิตมนุษย์กรุงเทพฯ ที่เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมุ่งมั่นสนุกกับการทำงาน สร้างเนื้อสร้างตัว เวลาว่างก็ดูหนัง เดินห้าง หาอะไรอร่อยทาน ถ้ามีวันหยุดยาวก็ไปเที่ยวพักผ่อนนอนเล่นที่ต่างจังหวัด จนละเลยการออกกำลังกายมานานนับสิบปี มาสู่เส้นทางนักวิ่งเต็มตัว

ยิ่งกว่านั้น ช่วงเวลานั้นเขาเคยมีน้ำหนักตัวเกือบร้อยกิโล จนต้องพึ่งยาหาหมอเป็นว่าเล่น เพราะปัญหาทั้งคอเลสเตอรอล ไมเกรน แค่เดินต่อเนื่องนานๆ ยังเหนื่อย รู้สึกไม่ไหว จนคิดว่า ต้องรักชีวิต รักสุขภาพมากกว่านี้โดยเฉพาะการที่เขามีลูกแฝดชายหญิงที่น่ารัก ทำให้อยากอยู่กับลูกนานๆ เห็นเขาเติบโตมีพัฒนาการและเป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษายามวัยรุ่นจนเป็นผู้ใหญ่

“ตอนนั้นฉุกคิดว่า ถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้ เวลานั้นอาจไม่ได้อยู่ข้างๆ ลูก เพราะคนในครอบครัวมีอาการป่วยด้วยโรคเบาหวาน หัวใจ เส้นเลือดใสสมองตีบ มะเร็ง พูดได้ว่าครบ และถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง เราก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น เมื่อเพื่อนชวนมาวิ่งออกกำลังกาย ก็พยายามฝีนมาวิ่ง จากก้าว เป็น กิโล จากกิโลเป็นหลายกิโล จนจบมาราธอนได้”

งานวิ่งแรกในชีวิตของ CEO ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น คือสนามมาราธอนระยะทาง 42.195 กิโลเมตร และมีเวลาเตรียมตัวซ้อมเพียง 4 เดือนเท่านั้น เมื่อจบงานวิ่งรัฐถึงกับออกปากว่าร่างกายพังไม่มีชิ้นดี เพราะระยะทางดังกล่าวต้องใช้เวลาเป็นปีในการซ้อมเพื่อความเสถียรของร่างกาย

“ผมเคยคิดว่ามาราธอนเป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อ กับการทำอะไรซ้ำๆ นานเป็นชั่วโมง ให้เล่นฟุตบอล บาสเกตบอล ตีแบด สนุกกว่าเยอะ ที่สำคัญไม่เคยเห็นภาพตัวเองเป็นนักวิ่งเลย” รัฐ กล่าว

แต่หลังจากจบมาราธอนแรกความคิดของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การวิ่งกลายเป็นเรื่องสนุก เมื่อวิ่งมากขึ้น เขาก็ยิ่งค้นพบถึงความสนุกที่เพิ่มพูนมากขึ้นทุกขณะ เพราะได้รู้จักเพื่อนคอเดียวกัน จนตกหลุมรักการวิ่งในที่สุด โดยเฉพาะการวิ่งระยะไกล สิ่งสำคัญ ไม่มีอะไรเกินความตั้งใจ หากทุกคนทำได้ มีวินัยพอ แค่ลุกออกมาเดินทุกวัน คุณก็ชนะใจตัวเองแล้ว

หลังจากนั้น รัฐได้ลงวิ่งในหลายสนาม ทั้ง 10 กิโลเมตรบ้าง 21 กิโลเมตรบ้าง วิ่งเทรลขึ้นภูเขา แต่ระยะทางที่ไกลที่สุดคือ 100 กิโลเมตร ในงาน Hongkong 100 ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งเขาใช้เวลาวิ่งประมาณ 28 ชั่วโมงกว่าๆ เรียกได้ว่าวิ่งกันข้ามวันข้ามคืน ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่รัฐไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอ

ทว่า หลังพาตัวเองไปสัมผัสงานวิ่งมาไม่น้อยทั้งในและต่างประเทศ รัฐกลับเจอปัญหาที่ทำให้ความสุขที่ได้จากการวิ่งลดลง ไม่ว่าจะเป็น น้ำไม่พอ แก้วไม่พอ น้ำไม่เย็น ระยะขาด ระยะเกิน หรืออาหารหมด

จนเป็นที่มาของความคิดที่ว่า “อยากจัดงานวิ่งในฝันที่ประเทศไทยดูสักครั้ง” ซึ่งรัฐบอกแบบติดตลกว่า อาจเป็นการจัดงานวิ่งครั้งแรกและครั้งเดียวของบริษัท ไมซ์ฯ ที่ก่อตั้งมานานกว่า 15 ปี กระทั่งคอนเซ็ปต์งานคลอดออกเป็น “งานวิ่งที่แสนสุขที่สุด” หรือ “The Finest Running Event Ever” ซึ่งก็คืองานวิ่งบางแสน21 ณ บางแสน จ.ชลบุรี เมื่อปี 2558

เมื่อทุ่มเทอย่างถึงที่สุด งานวิ่งบางแสน21 ได้รับการโหวตจากนักวิ่ง ให้เป็นงานวิ่งยอดเยี่ยมของประเทศไทย ด้วยคะแนนโหวต 5 ดาว ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม และยังได้รับการโหวตให้เป็นงานวิ่งยอดเยี่ยมในปี 2559 และ 2560 รวม 3 ปีซ้อน สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการวิ่งไทย ด้วยมาตรฐานการจัดงานที่มีนักวิ่งหลายคนชื่นชมว่าจัดได้ไม่แพ้งานวิ่งดังๆ ในต่างประเทศจนคว้ารางวัล IAAF Bronze Label จากองค์กร IAAF Label Road Race ที่ดูแลกำกับงานวิ่งทั่วโลก ซึ่งถือเป็นงานวิ่งงานแรกและงานเดียวของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว และเป็นงานวิ่งที่ 2 ของอาเซียน โดยจากทั่วโลกมี 113 งานวิ่งที่ได้รับรางวัล

รางวัล IAAF Bronze Label ที่ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น ได้รับนั้น ยังทำให้ทาง Enterprise Asia ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ส่งเสริมสปิริตผู้ประกอบการทั่วเอเชียมอบรางวัลผู้ประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นแห่งเอเชีย หรือ Asia Pacific Entrepreneurship Awards 2018 ให้อีกหนึ่งรางวัล ในฐานะที่รัฐและไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น เป็นองค์กรที่มีดำเนินกิจการมาอย่างยาวนาน จนกลายผู้นำในอุตสาหกรรมที่ดำเนินการได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งตอกย้ำภารกิจที่บริษัทไมซ์ฯ ทำ สามารถสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศได้เป็นอย่างดี

เท่ากับว่า รางวัล IAAF Bronze Label ไม่เฉพาะสร้างชื่อเสียงให้กับ รัฐ และ ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น เท่านั้น หากแต่ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และเป็นใบเบิกทางที่ดีให้กับประเทศไทยที่จะก้าวไปสู่การเป็นเมือง Sport Tourism ให้นักวิ่งทั่วโลกรู้จักด้วยมาตรฐานที่นักวิ่งต่างให้ความเชื่อมั่น มีกฎ กติกา ที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างชัดเจน เช่น การปิดถนน การดูแลทางการแพทย์ฉุกเฉิน การเชิญนักวิ่งระดับโลกมาร่วมแข่งขัน ฯลฯ

“ในอนาคตเรามุ่งสู่การเป็น Sport Event Management Company เต็มตัว ภารกิจที่เราตั้งเป้าไว้คือ อยากนำงานวิ่งไทยไปสู่สายตาชาวโลก ให้งานวิ่งที่เราจัดเป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดคนทั่วโลกให้มาที่ประเทศไทย ใช้งานวิ่งของเราในการส่งความสุข สร้างพลังใหม่ๆ ให้คนที่ได้มาร่วมกิจกรรม เป็นประสบการณ์แห่งความสุขร่วมกัน” รัฐ กล่าวทิ้งท้าย 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ