‘ดาซุ-โอะ’ หัวหน้าแก๊งคุมเด็กแว้น 200 ชีวิต สู่เส้นทางแร็ปเปอร์

  • วันที่ 28 ต.ค. 2561 เวลา 09:44 น.

‘ดาซุ-โอะ’ หัวหน้าแก๊งคุมเด็กแว้น 200 ชีวิต สู่เส้นทางแร็ปเปอร์

โดย มัลลิกา นามสง่า ภาพ : อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์ 

“โอกาส” หลายคนได้โอกาสอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่คว้าไว้แล้วปล่อยให้หลุดผ่านไป แล้วมานั่งบ่นทีหลังว่า เสียดายโอกาส ถ้ารู้อย่างนี้... ถ้ารู้อย่างนั้น… หลายคนได้มาแต่ไม่เคยใช้โอกาสนั้นอย่างเต็มความสามารถ หากยังมีอีกหลายคนที่ต้องการโอกาส แต่เขาไม่เคยได้

“ดาซุ-โอะ” (Dazu-O) ชายญี่ปุ่น วัย 35 ปี ผ่านประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กอันแสบสัน เคยเป็นหัวหน้าแก๊งมอเตอร์ไซค์ คุมลูกน้องกว่า 200 คน เคยผ่านการชกต่อย เคยอยู่หลังลูกกรงหมดอิสรภาพไปช่วงหนึ่ง

เขาเคยได้รับโอกาส เคยทิ้งโอกาส และเคยขอโอกาส ซึ่งมักถูกปฏิเสธมากกว่าจะได้รับโอกาสในวันที่เขากลับตัวกลับใจ

วันนี้ ดาซุ-โอะ เดินทางสู่ดินแดนแหลมทอง เลือกจุดหมายปลายทาง คือ ประเทศไทย เพื่อจะสร้างสรรค์ผลงานเพลง ในบทบาท “แร็ปเปอร์” เปิดตัวกับซิงเกิ้ล “เวย์ไอ” (Way I)

ชีวิตบนท้องถนนจากลูกกระจ๊อกสู่พี่เบิ้ม

แม้ในวัยเด็ก ดาซุ-โอะ ซึมซับการร้องเพลงและเสียงดนตรีจากแม่ “มัตสุบาร่า โยโกะ” (Matsubara Yoko) ซึ่งเป็นครูสอนคาราโอเกะ แต่เขายังสนุกกับเพื่อนๆ และอยากเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลระดับตัวแทนจังหวัด

หากแต่ความฝันนั้นถูกทิ้งไว้กลางทาง เมื่อเขาเลือกเส้นทางให้กับชีวิตวัยรุ่นด้วยการหักเลี้ยวเข้าสู่ถนนของแก๊งมอเตอร์ไซค์

ชีวิตจมอยู่กับเส้นทางที่เสี่ยงอันตราย โลดโผน หากเป็นความคึกคะนองในวัยระเริง “Go Ko Ra Ku Ju” คือชื่อแก๊งที่ ดาซุ-โอะ เข้าร่วม เป็นแก๊งที่มีตำนานมานานในพื้นที่บ้านเกิดเมืองฟูกุชิมา

“ตอนอายุ 15 ปี ตั้งใจจะไปโตเกียว เรียนหนังสือ แต่ค่าเรียนแพง เลยกลับมาบ้าน แล้วเพื่อนชวนเข้าแก๊ง ตอนนั้นรู้สึกสนุก ไม่น่ากลัว มีหลายแก๊ง ทั้งแก๊งค้ายา แก๊งต่อสู้ แก๊งของผมมีกฎห้ามยุ่งกับยาเสพติด แค่ชกต่อยกับแก๊งอื่นแต่ต้องห้ามแพ้”

แก๊งมอเตอร์ไซค์ที่ญี่ปุ่น ไม่ได้เน้นขี่ใช้ความเร็ว แต่ขับรถกวนเมืองเสียมากกว่า มีการแต่งรถ ขับเบิ้ลท่อเสียงดัง สมาชิกส่วนมากเป็นคนชนชั้นล่างในสังคม มีการปะทะกันระหว่างแก๊ง

ดาซุ-โอะ เป็นสมาชิกแก๊ง Go Ko Ra Ku Ju รุ่นที่ 26 เริ่มจากการเป็นลูกน้องที่รองมือรองเท้ารุ่นพี่ จน 2 ปีต่อมา ก้าวสู่หัวหน้าแก๊งต้องคุมลูกน้องกว่า 200 คน

“บางคนก็ทนอยู่ไม่ได้ เพราะทนการซ้อมไม่ได้ บางคนทนกฎระเบียบไม่ได้ ถ้ารุ่นพี่เรียกมาต้องรีบไปทันที ตอนนั้นผมทำงานก่อสร้าง ใช้แรงงาน เพื่อหาเงินซื้อมอเตอร์ไซค์ เคยมีแก๊งยากูซ่ามาชวนผมไปอยู่ด้วย แต่ไกลบ้านผมก็ไม่ไป

พอเข้าแก๊งไม่ได้เรียนหนังสือ กลางคืนไม่นอนเพราะเป็นช่วงรวมตัวขี่รถ วันเสาร์มีประชุม ดูว่าต้องวิ่งเส้นทางไหน พวกเราขี่ช้า ไปกันที 200 กว่าคัน ไม่ได้แข่ง แค่แต่งรถให้สวย ให้เสียงดัง ทำให้รถติด ปิดเส้นทางแกล้งตำรวจ จะใช้ความเร็วตอนตำรวจไล่”

การคัดเลือกหัวหน้าแก๊ง Go Ko Ra Ku Ju ใครแข็งแกร่งที่สุดถึงจะได้ขึ้นสู่อำนาจ “ชกกันหนึ่งต่อหนึ่ง มี 7 ทีม แต่ผมชกไม่กี่ครั้ง มือหนักเลยไม่มีใครขึ้นเวทีแข่งด้วย

หน้าที่ของหัวหน้าแก๊ง นัดวันประชุม เคลียร์เจ้าหน้าที่คุมพื้นที่ วางแผน มีจ่ายเงินให้ขาใหญ่ รายได้มาจากทำหลายอย่าง เป็นหัวหน้าแก๊ง 1 ปี ก็ต้องออกจากแก๊ง เพราะกฎของแก๊งห้ามอายุเกิน 18 ปี”

รอยแผลที่ ดาซุ-โอะ ได้ติดตัวมาตลอดชีวิตแม้จะออกจากแก๊ง คือนิ้วกลางข้างขวาหักงอ สาเหตุมาจากการใช้มือในการชกต่อยมากนั่นเอง ตอนนี้ถ้าเขาโบกมือทักทายแฟนเพลงก็ดูคล้ายส่งสัญลักษณ์ I Love You

เส้นทางแร็ปเปอร์ กับการเจอทางตัน

ชีวิตจมอยู่กับทางเดินที่เสี่ยงอันตรายและโลดโผนได้ระยะหนึ่ง ดาซุ-โอะ เริ่มคิดได้ว่าสิ่งที่ชอบที่สุดในหัวใจคือเสียงดนตรี

เขาหันหลังให้บ้านเกิด มุ่งหน้าสู่โตเกียวมหานครที่หวังจะพลิกชีวิตของเขา เขามาพร้อมความใฝ่ฝัน ความมุ่งมั่น มั่นใจ พลุ่งพล่านอยู่ในเลือดเนื้อของชายวัย 19

ทำงานทุกอย่างแลกเงิน แลกที่พักอาศัย ผ่านอุปสรรคหลายอย่าง ด้วยน้ำอดน้ำทน มีระเบียบ มีวินัย ซึ่งสิ่งนี้ได้มาจากตอนอยู่ในแก๊ง เขาเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนเช่นกันว่าจะได้ใช้ประโยชน์อะไรจาก 3 ปีที่อยู่ในแก๊งมอเตอร์ไซค์ นอกจากความคึกคะนอง

“เคยทำงานอยู่ในร้านสัก ขายของข้างทางย่านชิบูย่า อะไรที่ได้เงินก็ทำหมด ชีวิตเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรจริงจัง จนได้ดูคอนเสิร์ตวงแนวร็อกพังก์ ชอบมาก เขาเท่ดี แต่ผมเริ่มสนใจแร็ป เพราะเราต้องร้องคนเดียว ระหว่างนั้นเลยเขียนเพลงเอง ใช้เวลา 6 เดือน แต่ก็ไม่รู้จะร้องที่ไหน”

ดาซุ-โอะ ขอโอกาสกับคนที่รู้จักเพื่อจะได้โชว์ในผับหลายต่อหลายครั้ง จนเขาทำงานเก็บเงินเพื่อเช่าผับจัดอีเวนต์โชว์เพลงของตัวเอง

การโชว์ในย่านชิบูย่า สตรีท อยู่หลายครั้ง และทำผลงานออกแจกจ่ายกับผู้คนที่เดินทางสัญจรไปมา ด้วยความมุมานะ ตั้งใจ ทำผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งความพยายามของ ดาซุ-โอะ ก็ประสบความสำเร็จ เมื่อค่ายเพลงเห็นความสามารถชวน ดาซุ-โอะ ออกแสดงทั่วญี่ปุ่นนานถึง 5 ปี

ดาซุ-โอะ ร้องเพลง Up To You feat. AK2 ซึ่ง AK2 เป็นนักแสดงตลกของญี่ปุ่น ผลงานครั้งนั้นทำให้ ดาซุ-โอะ เป็นที่รู้จักมากขึ้นในญี่ปุ่น

“ผมว่าก่อนเป็นศิลปินไม่ยากเท่ากับเป็นแล้ว มีคนรู้จักเราแล้ว ต้องคิดตลอดว่าทำยังไงให้ดัง ต้องทำยังไงให้มีผลงานดีๆ ออกมาให้ทุกคนฟัง

แต่งเพลงเอง ไม่ได้เขียนเก็บไว้ คือ ถ้าจะทำเพลงก็เขียนตอนนั้นเลย ชอบเขียนเกี่ยวกับความรัก เรื่องครอบครัว แต่ไม่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับแก๊งมอเตอร์ไซค์ เพราะผมอยากให้รู้ว่ากลับตัวได้แล้ว”

หากชีวิตของ ดาซุ-โอะ ก็ต้องแหกโค้งอีกครั้ง เมื่อมีเหตุทะเลาะวิวาท เขาถูกตัดสินจำคุก 4 ปี (ปี 2004-2007) วันนั้นความรู้สึกเลวร้ายถาโถมเข้ามา นอกจากสิ้นอิสรภาพแล้ว หนทางการเป็นแร็ปเปอร์อาจต้องพังทลายลงด้วย

“ติดคุกเยาวชน ชีวิตในคุกตื่นมาวิ่งรอบสนาม ออกกำลังกายหนักมาก ในคุกลำบากมากกว่าตอนอยู่ในแก๊ง ในนั้นเจอแต่คนไม่ดี เวลาคุยกันสอนกันก็มีแต่เรื่องไม่ดี ข้อดีที่ผมเจอ คือ ได้ผอมลง น้ำหนักลดไป 30 กิโลกรัม

ร้องไห้ อยากออกมา พ่อแม่ไม่มาเยี่ยม ตอนนั้นผมน้อยใจมาก ทำไมไม่มา เหงามาก ก็เลยคิดว่าถ้าได้ออกมา จะมุ่งมั่นกับการเป็นนักร้อง ต้องทำชีวิตให้ดีขึ้น”

แม้จะพ้นโทษแล้ว แต่หนทางสู่การเป็นแร็ปเปอร์ไม่ได้ราบเรียบดังที่ผ่านมาแล้ว เมื่อพื้นผิวของชีวิตได้ถูกทำลายไปบางส่วน หนทางข้างหน้าของ ดาซุ-โอะ จึงขรุขระ และขับเคลื่อนชีวิตไปอย่างทุลักทุเล

ไทยแลนด์ รันเวย์ใหม่ ของ ดาซุ-โอะ

เมื่อไตรมาสแรก ปี 2018 ดาซุ-โอะ ออกอัลบั้มแนวเพลงฮิปฮอปที่บ่งบอกถึงตัวตนของเขา กับอัลบั้มชื่อ “อันเชน” (Unchain) ภายใต้การผลิตของ Team 2 MVCH ที่ได้โปรดิวเซอร์ ISH-One มาควบคุมการผลิต

มีมิวสิควิดีโอ เพลง “Starting Over” ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ความสามารถที่ถูกพัฒนาจากประสบการณ์ของเขา ปล่อยเพลงที่ 2 Suppetta Koppetta มีมิวสิควิดีโอแนวกวนๆ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดี

เดือน ก.ค. ดาซุ-โอะ เลือกประเทศไทยเป็นโลเกชั่นถ่ายทำมิวสิควิดีโอและเปิดตัวเพลงใหม่ ชื่อ “เวย์ไอ” (Way I) ฟีเจอริ่งกับ Migalskie ที่เสมือนเป็นการเลือกเส้นทางใหม่บนถนนดนตรีของดาซุ-โอะ เพราะทางค่าย “อันเชน” ที่เขาสังกัดวางแผนจะร่วมทุนกับนักธุรกิจชาวไทยเปิดค่ายเพลงทำเพลงที่เมืองไทย

“เจ้าของค่ายแนะนำให้มาถ่ายที่เมืองไทย ผมเคยมาเมืองไทย 10 ครั้ง มาเที่ยวกันเองกับเพื่อน มาปีละครั้ง ชอบเมืองไทยมาก ชอบขี่ช้าง และตลาดน้ำ

ส่วนเอ็มวีเราเลือกถ่ายที่พัทยา และนั่งเรือยอชต์ไปถ่ายกลางทะเล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปพัทยา บรรยากาศทะเลสวยดี อาหารอร่อย”

ดาซุ-โอะ เล่าถึงรายละเอียดที่เลือกเมืองไทยโปรโมทเพลง “ผมเบื่อวงการฮิปฮอปของญี่ปุ่น เลยอยากเปลี่ยนบรรยากาศ แล้วศิลปินที่ญี่ปุ่นถ้ามีรอยสักจะดังได้รับความนิยมน้อยกว่า ไทยเป็นประเทศที่อิสรเสรี ที่ญี่ปุ่นศิลปินฮิปฮอปจะอยู่วงแคบ ไม่กว้าง การที่เคยติดคุกมาก็เป็นอุปสรรค ต้องปิดบัง”

ตอนนี้ในการทำงาน ดาซุ-โอะ ยังบินไปมาระหว่างญี่ปุ่นกับไทย และนอกจากผลงานเพลงของตัวเองแล้ว เส้นทางใหม่ ดาซุ-โอะ อยากทำงานโปรดิวซ์ให้ศิลปินแร็ปเปอร์ชาวญี่ปุ่น

“ผมอยากให้รุ่นน้องได้เห็นว่า คนเราสามารถกลับตัวกลับใจได้”

หนทางการเป็นแร็ปเปอร์ยังทอดยาวอีกไกล แม้จะมีสิ่งกีดขวางมาก ทว่าการที่คนหนึ่งเลี้ยวไปสู่หนทางที่ผิดพลาด แล้วเขาสามารถหาทางออกมาได้สำเร็จ เพียงโอกาสเท่านั้นที่เขาขอ เพื่อที่จะได้ขับเคลื่อนชีวิตไปอย่างอิสระบนเส้นทางที่เขาเลือก

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ