‘หลงใหลในความเร็วรถ และเรือนเวลา’ ฉัตรพล เจียมวิจิตร

วันที่ 24 ต.ค. 2561 เวลา 16:00 น.
‘หลงใหลในความเร็วรถ และเรือนเวลา’ ฉัตรพล เจียมวิจิตร
เรื่อง วราภรณ์  ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

อาร์ต-ฉัตรพล เจียมวิจิตร ปัจจุบันนอกจากเป็นนักแข่งรถมืออาชีพที่ชื่นชอบในความเร็วของรถยนต์แล้ว เขายังนั่งเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของทีมผู้บริหาร บริษัท สกาย โปรดักส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นเหล็กพรีเมียม ตอบโจทย์ทุกการออกแบบที่แตกต่าง ด้วยวัสดุสินค้ากลุ่มหลังคา ผนังสำเร็จรูปชั้นนำแห่งประเทศไทย นอกจากนี้เขายังนั่งในตำแหน่งกรรมการบริหารของบริษัทในเครือ เอ พลัส บี (A plus B Property Co.,Ltd. & A plus B Real Estate Co.,Ltd. & A plus B Steel) ที่จัดการตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ และผู้ขายแผ่นเหล็กสำหรับงานก่อสร้าง ทำให้วันนี้ ฉัตรพลขึ้นแท่นหัวเรือใหญ่ ในฐานะที่ปรึกษาคนสำคัญของทีมผู้บริหาร บริษัท สกาย โปรดักส์ ผู้จัดจำหน่ายวัสดุสินค้ากลุ่มหลังคา ผนังสำเร็จรูปชั้นนำแห่งประเทศไทยอีกด้วย

ดีกรีด้านการศึกษาฉัตรพลศึกษาจบปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยรังสิต และศึกษาต่อปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกาในสาขาเศรษฐศาสตร์ จาก Eastern Michigan University พ่วงด้วยปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในสาขาบริหารธุรกิจ สำหรับก้าวแห่งการทำงาน ในฐานะที่เขาเป็นที่ปรึกษาทีมผู้บริหาร บริษัท สกาย โปรดักส์ นั้นคือการนำความรู้ความเชี่ยวชาญจากธุรกิจที่เคยทำ มาพัฒนาวงการสถาปัตยกรรมไทยตามปรัชญาของบริษัทที่มุ่งหวังจะตอบโจทย์ทุกการออกแบบที่แตกต่าง ด้วยวัสดุพรีเมียมที่ดีที่สุดในโลก ปัจจุบันทางบริษัท สกาย โปรดักส์ เป็นที่รู้จักกันในฐานะบริษัทผลิตจำหน่ายและพัฒนาสินค้ากลุ่มหลังคา ผนังสำเร็จรูป SKY PANEL และแผ่นเหล็กตกแต่งดีไซน์ล้ำสมัยนำเข้าจากต่างประเทศ และในปีนี้ สกาย โปรดักส์ ตัดสินใจริเริ่มนำเข้าวัสดุทองแดงพรีเมียมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ นอร์ดิก คอปเปอร์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักออกแบบชาวไทยได้ลองสัมผัสกับสุดยอดวัสดุประเภทโลหะที่เป็นที่นิยมในยุโรปมาช้านาน ถือเป็นทางเลือกใหม่แห่งอนาคตที่จะมาพลิกโฉมหน้าวงการสถาปัตยกรรมแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

ในแง่การทำงาน ฉัตรพล บอกว่า “สินค้าประเภทวัสดุก่อสร้างและตกแต่งมีมากมายในท้องตลาดปัจจุบัน ต่างก็ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มการใช้งานที่มักจะผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาภายใต้ปัจจัยแวดล้อมที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้มากที่สุด ดังนั้นในฐานะที่เขาเป็นบริษัทผู้ผลิตเมทัลชีท ก่อนจะเริ่มผันตัวมาเป็นผู้นำเข้า เขาจึงพยายามที่จะค้นหาวัสดุแปลกใหม่และแตกต่าง เพื่อสามารถตอบโจทย์กับลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มดีไซเนอร์ หรือสถาปนิกที่สามารถนำไปต่อยอดในงานออกแบบได้มากกว่าที่เป็น”

นอกจากความชอบส่วนตัวที่มีในทองแดงแล้ว ฉัตรพลยังมองว่าด้วยคุณสมบัติยืดหยุ่นของทองแดงที่ดัดโค้งได้ดั่งใจ ทำให้ทองแดงเป็นโลหะที่ดีที่สุดสำหรับงานสถาปัตยกรรมเพื่อการตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ที่จะช่วยสร้างคุณค่าและความแตกต่างให้กับตัวอาคารด้วยกลิ่นอายความหรูหราแต่เรียบง่ายสไตล์นอร์ดิกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร การนำเข้าแบรนด์ นอร์ดิก คอปเปอร์ มาในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโลกวงการดีไซน์ในไทย ให้ได้มีโอกาสรู้จักและเลือกใช้วัสดุที่เรียกได้ว่า “มีชีวิตเหนือกาลเวลา” เพราะทองแดงจะทำปฏิกิริยาทางเคมีกับอากาศและความชื้น ทำให้ทองแดงนั้นสามารถเปลี่ยนสีได้ตามกาลเวลา เป็นการสร้างเรื่องราวและมนต์ขลังให้กับสิ่งก่อสร้างได้อย่างดี

นั่นคือความรู้ด้านการทำงาน แต่สำหรับการใช้ชีวิตวันพักผ่อน ฉัตรพลเป็นนักแข่งรถตั้งแต่เด็ก ทำให้เขามีรถโมดิฟายทำเป็นรถแข่งถึง 15 คัน ปัจจุบันรถแข่งของเขาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งหมดยังเก็บไว้อย่างดี

“ผมขับรถเป็นตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยคุณพ่อให้นั่งตักขับเล่นในซอยบ้าน ทำให้ผมได้ควบคุมรถมีคลัตช์มีพวงมาลัยมันสนุกมาก ผมเฝ้ารอวันที่โตพอที่จะเหยียบคลัตช์เอง พอมัธยม 1 ได้ขับรถเล่นเฉพาะในซอยบ้าน ผมแข่งรถครั้งแรกสนามแข่งที่นครชัยศรีระยะ 250 เมตร คือควอเตอร์ไมล์ หรือการแข่งระยะสั้น และได้แข่งรถยนต์ทางตรง 400 เมตร ไม่จำกัดอายุ เรียกว่าผมอยู่ในสนามแข่งตั้งแต่อายุ 17 ปี แข่งรถครั้งแรกผมก็ได้ที่ 3 เพราะผมชอบขับรถ คิดว่ามันคือทางของผมเพราะผมชอบความตื่นเต้น ได้ฝึกตัวเองให้อยู่ในสถานการณ์คับขันทำให้ผมมีสติ ไม่กลัว”

ฉัตรพล ยอมรับว่า เขาบ้ารถมากๆ ถึงขนาดไปเฝ้าที่อู่รถเวลาเอารถไปซ่อม ล้างรถด้วยตัวเองเกือบทุกวัน ด้วยความชื่นชอบรถและรักในการแข่งรถเข้าเส้น ทำให้ฉัตรพลทำผลงานได้ดี เคยเป็นแชมป์ประเทศไทยสนามเซอร์กิต เมื่อปี 1997 โดยเข้าอยู่ในทีมนักแข่งรถ RMI เรซซิ่ง ซึ่งมีนักแข่งรถราว 20 คน ปัจจุบันฉัตรพลเป็นหัวหน้าทีมโดยก่อตั้งทีมตั้งแต่ปี 2011 เพราะเขาอยากให้โอกาสคนที่รักการแข่งรถ ได้ทำฝันให้เป็นจริงนั่นคือการเป็นนักแข่ง

สำหรับครูคนแรกที่สอนเขาขับรถแข่งคือ ครูณัฐวุฒิ เจริญสุขวัฒนะ คำที่ครูสอนแล้วเขาจดจำได้แม่นยำคือ ในการฝึกซ้อมหรือการแข่งรถความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ อีกทั้งต้องดูแลรักษาร่างกายให้ดี ต้องโนแอลกอฮอล์ก่อนแข่งแต่นักรบย่อมมีบาดแผล ฉัตรพลเคยประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในชีวิตในปี 2010 ขณะแข่งรถรายการหนึ่ง เขาขับรถชนกำแพงเพราะแข่งขันหนักเกินไป ทำให้กระดูกสันหลังแตกมากถึง 100 ชิ้นเกือบเอาชีวิตไม่รอดเกือบเสียชีวิตต้องนำตัวขึ้นเครื่องบินจากเชียงใหม่ เข้ามารักษาตัวในกรุงเทพฯ และต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 6 เดือนเต็ม

“บทเรียนที่ผมได้คือ หลังจากเจ็บแล้วจำคือในวัย 30 ผมรู้สึกมั่นใจ มีความคิดและมั่นใจในตัวเองสูงว่าเราทำได้ เพราะไม่เคยพลาด พอพลาดครั้งนั้นทำให้ผมไม่รู้สึกกลัวแต่มีสติมากขึ้น คอนโทรลตัวเองมากขึ้น โค้ชแนะนำผมว่าชนะตัวเองพอแล้ว แม้ได้ที่ 10 แต่ ณ วันนี้ทำเวลาได้ดีกว่าสนามที่แล้ว ถือว่าเราชนะแล้ว”

ในชีวิตฉัตรพลเล่าว่า เขามีรถยนต์ครั้งแรกคุณแม่ซื้อให้คือ ฮอนด้า ซีวิคปี 1992 เป็นรถยนต์คันเก่งที่ใช้แข่งในสนามจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ต่อมาเขามีรถนิสสัน เอ็นเอ็กซ์ คูเป้มีการวางเครื่องนิสสัน Nissan Silvia S14 เป็นรถแข่งโมดิฟายปรับแต่งจนมีราคาแพงราว 2 ล้านบาท และกลายเป็นรถในตำนานใครเห็นก็ฮือฮาตลอด แม้เป็นรถตั้งแต่ปี 1999 อายุ 19 ปีแล้ว แต่ยังคงความสวยงามอยู่เลยเพราะเขาดูแลรักษาเป็นอย่างดี

สำหรับรถยนต์สุดรักคันที่ 2 คือ Hummer หรือภาษาทหารเรียกว่า Humvee เป็นรถบุกลุยที่สุดยอดมากในยุคนี้ คันที่ฉัตรพลมีคือ Hummer ที่พี่ชายกับคุณพ่อซื้อให้เขาในวันคล้ายวันเกิด มูลค่า 4 ล้านบาท

“ผมชอบรถยนต์ยี่ห้อนี้เพราะสมบุกสมบัน จำได้ว่าวันนั้นรถรุ่นนี้เพิ่งออกพอดี ปี 2009 ผมชวนพี่ชายไปดูที่ศูนย์รถวินาทีที่เห็นคันนี้ผมชอบมาก พี่ชายก็รู้ว่าผมอยากได้ แต่พบว่าฮัมเมอร์คันนี้ถูกจองแล้วผมรู้สึกเซ็งมาก ซึ่งพี่ชายจองให้ผมและใบจองก็เป็นชื่อผมถือเป็นของขวัญที่ทำให้ผมรู้สึกดีใจมาก ไม่ใช่มูลค่ารถอย่างเดียวแต่มันมีมูลค่าทางใจเพราะพี่ชายกับพ่อลงขันซื้อให้ผม ทุกวันนี้รถคันนี้ก็ยังอยู่กับผม 9 ปีแล้ว รูปลักษณ์หาชมยาก เพราะโรงงานหยุดผลิตไปแล้ว และมีเพียงไม่กี่คันในประเทศไทย เต็มที่ 3 คันและไม่ค่อยเห็นวิ่งบนท้องถนน คันนี้ผมใช้ลุยทำงานที่ต่างจังหวัด”

รถยนต์อีกคันที่ฉัตรพลเป็นเจ้าของ คือ ปอร์เช่ เคย์แมน เอส ปี 2009 ค่ายรถนำเข้ารถคันนี้มาโชว์ในไทยเป็นครั้งแรกครั้งแรกที่ฉัตรพลเห็นรถคันนี้คือ จอดโชว์อยู่บนแท่นในงานมอเตอร์โชว์ ปี 2009 มูลค่า 10 ล้าน 7 แสนบาท

“ผมชวนคุณพ่อไปดูเห็นแล้วรู้สึกชอบมากเห็นคันนี้โชว์อยู่บนแท่น และเป็นครั้งแรกที่ปอร์เช่ทำรถขนาดไซส์กลางๆ ออกมา คุยกับตัวแทนจำหน่ายบอกว่า เขาเอามาโชว์เดี๋ยวจะเอากลับเยอรมันแล้ว ผมจึงรีบจองเลย เพราะรักมากเพราะเป็นสีดำ รถสีดำดูเท่มีเสน่ห์ ดูดุดัน ขับแล้วสนุก ผมใช้ขับวันเสาร์อาทิตย์ แต่ปอร์เช่ใช้ได้ทุกวัน ไม่ต้องดูแลอะไรมาก แข็งแรงทนทาน ผมซื้อแล้วขับจริงไม่ได้ซื้อมาโชว์ยิ่งผมทำธุรกิจเกี่ยวกับงานดีไซน์และอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในปัจจัยที่ยังขายได้คือดีไซน์มีความแข็งแรง”

นอกจากรถยนต์สุดรักทั้ง 3 คัน ฉัตรพล ยังเก็บสะสมนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ รุ่นเดย์โทน่า หน้าปัดสีดำ มีเข็มบอกไมล์ ใช้ดูในการแข่งรถได้ดี มีอยู่หลายเรือนมูลค่าเรือนละ 4 แสนบาท

“เดย์โทน่าเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กับรถที่มีความเร็ว เพราะมีหน่วยวัดความเร็วอยู่บนหน้าปัด ราคาประมาณ 4 แสน ผมมีตอนอายุ 25 เรือนนี้อายุ 16 ปีแล้ว มันมีคุณค่าทางใจเพราะคุณพ่อซื้อให้ นาฬิกาโรเล็กซ์แต่ละเรือนผมเก็บเพราะผมชอบในดีไซน์และการใช้ประโยชน์ครับ”