ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล เมื่อหมอติดCOOK

วันที่ 21 ต.ค. 2561 เวลา 12:21 น.
ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล เมื่อหมอติดCOOK
โดย อณุสรา ทองอุไร ภาพ ไม่มีเครดิต 

แฟนหนังสือที่ชอบอ่านงานด้านสุขภาพ การชะลอวัย หรือแพทย์ทางเลือก ต้องคุ้นเคยกับ หมอผิง-พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ที่เธอมีงานพ็อกเกตบุ๊กออกมาอย่างสม่ำเสมอ โดยมีผลงานเล่มล่าสุดอันดับที่ 16 ในชื่อ “เมื่อหมอติด COOK” หนังสือที่รวม 40 เมนูอาหารคลีน สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นสุขภาพดีด้วยการทำอาหารกินเอง ผ่านอินสตาแกรมทุกเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ที่หมอจะตื่นมาทำอาหารเช้ากินเอง โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าการทำอาหารคลีนให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้อ่านรู้สึกฮึดและอยากทำอาหารคลีนกินเอง เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคตด้วยการเปลี่ยนอาหารให้เป็นยา ให้หมอพาคุณเข้าครัว

ถือว่าเป็นงานที่ฉีกแนวจากงานเล่มก่อนๆ ที่คุณหมอเคยเขียนมา เพราะเล่มนี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการทำอาหาร ซึ่งเป็นเมนูที่คุณหมอทำกินเองที่บ้าน เป็นเมนูง่ายๆ ทำได้รวดเร็วไม่ยุ่งยาก และเป็นเมนูแบบอาหารคลีนๆ ไม่เน้นเนื้อสัตว์มากมายนัก มีเพียงปลาหรืออกไก่เท่านั้น

คุณหมอบอกว่า ตอนนี้คนสนใจเรื่องอาหารคลีน แต่ถ้าต้องซื้อมาจากข้างนอกอาหารคลีนมักจะแพงเกินจริง แต่ถ้าซื้อวัตถุดิบต่างๆ มาทำเองที่บ้าน ก็จะไม่ได้แพงอย่างที่คิดซื้อมาแต่ละครั้งก็ทำได้ 2-3 มื้อ ซึ่งคุณหมอได้ทดลองทำอาหารคลีนด้วยตัวเองมา 5 ปีกว่า และรู้สึกว่ามันดีจริง อร่อยสะดวกและไม่แพง

ก่อนหน้านี้ คุณหมอได้ทำอาหารและขึ้นเฟซบุ๊กของตัวเอง ก็มีเพื่อนๆ แฟนหนังสือ แฟนคลับเข้ามาถามถึงวิธีการทำ ทั้งเมนูของคาวและของหวาน “เมื่อ 3-4 ปีก่อน หมอเคยทำคุกบ็อกซ์ โดยทำเมนูอาหารถ่ายรูปเป็นโปสการ์ดง่ายๆ ประมาณ 30 เมนู ใส่กล่องเป็นหนังสือทำมือ แล้วขายในงานการกุศลแห่งหนึ่งเพื่อเอาเงินไปทำบุญกับผู้จัดงานนั้น ทำประมาณ 200 กว่าชุด ก็ขายหมด ก็เลยคิดว่าน่าจะลองทำหนังสืออาหารดูบ้าง เพราะเป็นอีกเรื่องที่เราสนใจและลงมือทำเองทุกเมนูสะสมการทำเองมาเกือบ 10 ปี ลองผิดลองถูกมาจนพบว่าอร่อยจริงทำง่ายไม่ยากเกินไปสำหรับคนรักอาหารสุขภาพ” คุณหมอเล่าอย่างอารมณ์ดี

จากนั้นก็นำไปลงเฟซบุ๊กบ้าง แฟนเพจบ้าง แล้วก็มีคนเอาเมนูของคุณหมอไปลองทำแล้วมาแชร์ว่าอันนี้ทำแล้วอร่อยเวิร์ก หมอก็จะเลือกจากเมนูที่ขึ้นเฟซ ขึ้นแฟนเพจแล้วมีคนสนใจเยอะๆ มียอดไลค์มากๆ มารวมเล่ม โดยปรับปรุงสูตรใหม่ๆ เข้าไปและให้เกร็ดความรู้เพิ่มเติม ใส่ข้อมูลใหม่ๆ ด้านวิทยาศาสตร์การอาหารเข้าไป เช่น การเลือกมีดเซรามิกสีขาวในการทำอาหารดีกว่ามีดเหล็กหรือสเตนเลส จะช่วยลดการเกิดสารอนุมูลอิสระ ทำให้ผักผลไม้ไม่เหี่ยวง่าย ควรแยกเขียงหั่นให้ชัดเจนระหว่างเขียงหั่นผลไม้กับเขียงหั่นเนื้อสัตว์เพื่อความสะอาดและลดการสะสมแบคทีเรีย หรือการใช้ตะหลิวไม้กับกระทะเคลือบเพื่อยืดอายุการใช้งาน ดีกว่าไปใช้ตะหลิวสเตนเลสเพราะจะเกิดการขีดข่วนทำลายผิวเคลือบของกระทะได้ การปรับปรุงครั้งนี้มีการเพื่มสูตรการทำน้ำสมูทตี้เพิ่มเข้าไป 4-5 เมนู เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้อ่าน

ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ ได้อดีตบรรณาธิการของนิตยสารอาหารสุขภาพ มาช่วยดูแลรูปเล่มต่างๆให้ และได้คนดูแลด้านภาพประกอบที่จบอาร์ตจากศิลปากรมาช่วยดูแล ทำให้หนังสือมีรูปเล่มและภาพประกอบที่สวยงามมากกว่าที่เคยทำมา เรื่องเวลาในการเขียนนั้น คุณหมอบอกว่าใช้เวลาเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น เพราะมีข้อมูลอยู่ในมืออยู่แล้ว เพียงนำมาอัพเดทเพิ่มให้เนื้อหามีความทันสมัย

“โชคดีหมอเป็นคนที่เขียนหนังสือเร็ว จะจดบันทึกไว้ทุกวัน ข้อมูลก็มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ดึงมาใช้ได้เลย เวลาจะใช้ก็นำมาใส่ข้อมูลใหม่ๆ เข้าไปปรับเพิ่มเขียนเองรีไรต์เอง แล้วก็พิมพ์เอง ในนามสำนักพิมพ์ Please Health ควบคุมการผลิตเองเกือบทุกขั้นตอน ทุกอย่างจึงออกมาได้ตามกำหนดเวลา” คุณหมอกล่าวอย่างตั้งใจ

แน่นอนว่าแฟนประจำส่วนใหญ่ของคุณหมอจะเป็นผู้ที่สนใจในการดูแลสุขภาพ การออกหนังสือที่ฉีกแนวออกไปก็อยากจะให้ความรู้ในแง่มุมใหม่ๆ ในการทำอาหาร ไม่ใช่เชฟมาเขียนคุกบุ๊ก แต่เป็นหมอที่ชอบทำอาหารมาเขียนในแง่ของความรู้สึกก็ย่อมแตกต่างกันไป ได้ความรู้อย่างแน่นอน คุณจะเป็นใครก็ได้จะเด็ก หนุ่มสาว หรือสูงวัย ถ้าเป็นคนรักสุขภาพก็อ่านหนังสือเล่มนี้ได้อย่างมีความสุข เพราะหนังสือเล่มนี้จะบอกว่าการทำอาหารสุขภาพไม่ได้แพง ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แล้วคุณจะมีความสุขกับการทำอาหารกินเอง