ป่าประกอบ ทุกสิ่งล้วนสัมพันธ์กัน

วันที่ 21 ต.ค. 2561 เวลา 11:52 น.
ป่าประกอบ ทุกสิ่งล้วนสัมพันธ์กัน
โดย มัลลิกา นามสง่า ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

“ป่าประกอบ” ชื่อนิทรรศการผลงานจิตรกรรมจัดแสดงในห้องสี่เหลี่ยม พื้นผนังสีขาวถูกใช้งานเพียงด้านเดียว เพียงเดินเข้าไปในห้องก็สัมผัสได้ถึงพลังของภาพที่พุ่งออกมาให้เราเพ่งพิจ ประหนึ่งเป็นงานศิลปะชิ้นเดียว เห็นสิงสาราสัตว์และความเขียวขจีของใบไม้ต้นไม้ หากแต่เมื่อเขยิบเข้าใกล้ๆ มีผลงานถึง 64 ชิ้นที่นำมาวางประกอบกันบนผืนผนัง

ทั้ง 64 ชิ้น คือ 1 ผลงานนั้นล่ะ หากจะจับแยกดูรายละเอียดแต่ละชิ้นก็มีแง่งามของมัน หรือจะค่อยๆ ดูแล้วไล่ความเชื่อมโยงกันไป ต่อประกอบให้เกิดเป็นรูปร่างก็ได้เห็นแง่งามอีกมุม นี่คือความสนุกของการชมงานศิลปะชุดนี้

“กรรณิการ์ จันทร์สุวรรณ” คือ จิตรกรผู้สร้างป่าประกอบ

ป่าในความหมายของเธอไม่ได้หมายความถึงป่าโดยตรง หากเป็นการนำเอกลักษณ์สีสันของป่ามาใช้นั้นก็คือสีเขียว

“ป่า เราให้ความหมายการใช้ชีวิตในสังคม สังคมนี้มีสิ่งแวดล้อมหนึ่ง มีระบบของสังคมหนึ่งที่เราต้องอยู่ในกฎของที่นี้ แต่ละสังคมก็มีกฎ

ประกอบ เรานึกถึงการเอามารวมกัน ทุกคน ทุกสังคมเชื่อมโยงกัน

ผลจึงออกมาว่าเราทำงานนี้ 64 ชิ้นต่อกัน ในตัวงานมีภาพรวม แต่ในแต่ละชิ้นมีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน แทนความหมายของการใช้ชีวิตในสังคม ทุกคนมีสิ่งแวดล้อมของตัวเอง แต่เราก็อยู่รวมกันในโลกใบนี้”

สัตว์นานาชนิดไม่ว่าจะสัตว์บกสัตว์น้ำสัตว์ป่า ถูกนำมาใช้แทนชนชั้น อำนาจ หน้าที่ ความแตกต่าง ประหนึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนกฎของป่าหรือสังคมนั้นเอง

“ชอบวาดสัตว์ ชอบดูสารดี ในป่ามีกฎ มีราชสีห์ มีแม่น้ำที่ม้าลายไม่ควรข้ามไป การใช้ชีวิตในป่ามันดูเข้มข้น เราพลาดก็ตายไม่ได้แค่ทำงานผิดโดนไล่ออก ในป่าเห็นความเป็นสิ่งนั้นชัด เลยชอบวาดสัตว์ วาดธรรมชาติ”

หากไม่พิจารณาดีๆ เราอาจสัมผัสได้แค่สีสันของสัตว์และสีเขียวของใบไม้ แต่ถ้าไล่ลายเส้นความเชื่อมโยงกัน นำมาประกอบกัน จะเห็นลายเส้นสีชมพูที่เป็นรูปทรงของมนุษย์

“ถ้ารวมในหนึ่งภาพ ความหมายองค์ประกอบหนึ่งของป่าแห่งนี้ มีคน มีสัตว์ มีดอกไม้ พันธุ์พืช มีการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง เส้นสีชมพูคือคน มีอยู่ 6 คน ที่มีคนอยู่ในนั้นต้องการสื่อว่า คนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ต่อให้เราสร้างตึกขึ้นมาใหญ่โตแค่ไหนทุกชีวิตก็อยู่ในกฎของธรรมชาติอยู่ดี ไม่ว่าจะทำอะไรกระทบถึงกันหมด เชื่อมต่อกัน”

ในกระบวนการทำงานก็ผ่านวิธีการคิดแยกส่วนแล้วนำมาประกอบเป็นรูปร่าง ซึ่งน่าสนใจเลยทีเดียว

“รู้ขนาดห้องที่จะจัดแสดง ก็เลยวางแผนเลือกจัดวางในเฟรมเดียวกัน จะได้มองเห็นภาพใหญ่ แต่เลือกจัดวางให้มีช่องว่างเล็กน้อย เพราะลองวางชิดกัน ไม่มีช่องว่างให้คนได้คิด

งานชิ้นเล็กสุด 10x10 เซนติเมตร ภาพใหญ่ 90x90x80 เซนติเมตร ทั้งเฟรมขนาด 2.20X3.10 เมตร ตอนขึ้นงานร่างบนกระดาษก่อน แล้วตัดแยกออกมา 64 ชิ้น สร้างเฟรมแต่ละขนาด

ตอนทำงานก็มีแบบวาดภาพนี้แล้วทิ้งไว้ไปวาดส่วนอื่น แล้ววาดเสร็จทีก็นำมาประกอบกันที มันสนุกตอนนี้ เริ่มทำทีละกลุ่มไปเรื่อยๆ เพราะเราวางสีเข้มอยู่ล่างแล้วไล่รายละเอียดขึ้นมา จับเซตโซนนี้สีม่วง ฟ้า แดง

งานชุดนี้เล่นสีสันเยอะเหมือนกัน สีเขียวธรรมชาติของต้นไม้ ปีกผีเสื้อมีหลายร้อยสี แล้วเรามองในแบบคนมองโลกในแง่ดี สีสันมันเลยมาแบบนี้”

รายละเอียดในงานยังมีเท็กซ์เจอร์ นูนแบบภาพสามมิติด้วย หรือจะเรียกว่า การปั้นสีน้ำมัน ที่เสริมให้ได้อารมณ์เหมือนจริง ได้แสงเงาที่สมจริง

“เริ่มจากภาพนี้ร่างแรกใช้มือซ้ายวาด เราจะทำอะไรก็ได้ในเส้นที่มือซ้ายได้แบบนี้มือขวาได้แบบนี้ แล้วเรารู้สึกดีที่เราได้ใช้ทั้งสองมือ มันเหมือนตัวปลดล็อกตัวเอง

ทีแรกวาดโครงไว้ จัดสี แล้วมาวาดในส่วนที่เป็นเรียลิสติก ใช้พู่กันคัดขึ้นมาให้เห็นภาพว่าเป็นตัวอะไร หลังจากนั้นไปเจอเทคนิคที่ทำให้สีนูน เลยปั้นต่อมา ซึ่งขั้นตอนนี้กว่าสีจะแห้งเป็นเดือนก็มี”

ที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างในป่าแห่งนี้จะเชื่อมโยงกันอย่างมีความหมาย ไม่ว่าหนทางของแต่ละคนจะแตกต่างกันเพียงใด

นิทรรศการป่าประกอบ เปิดให้ชมถึงวันที่ 28 ต.ค. ณ พีเพิลส์แกลเลอรี่ ห้อง P3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร