ภราดร ปริศนานันทกุล สปอร์ตแมนสายไตรกีฬา

  • วันที่ 14 ต.ค. 2561 เวลา 09:46 น.

ภราดร ปริศนานันทกุล สปอร์ตแมนสายไตรกีฬา

โดย กษม จักรเครือ 

โลดแล่นอยู่บนเวทีการเมืองมากว่า 10 ปี ในฐานะนักการเมืองรุนใหม่ไฟแรง สำหรับ แบด-ภราดร ปริศนานันทกุล (วัย 39 ปี) สส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา แม้ภารกิจจะยุ่งเพียงใด แต่ยังสามารถแบ่งเวลาเล่นกีฬาที่ตัวเองชอบอย่างไตรกีฬา กีฬาที่ขึ้นชื่อว่าโหดสุดในบรรดากีฬาทุกชนิด ซึ่งหากร่างกายและจิตใจไม่พร้อม คุณก็อาจจะโยนผ้าขาวยอมแพ้ได้ทุกเมื่อ

“ตอนเด็กๆ เล่นฟุตบอล ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ โดยอยู่ในรุ่น SK115 ซึ่งเพื่อนๆ จะเตะบอลกันซะส่วนใหญ่โดยใช้ลูกบอลพลาสติก ทำให้ผมชอบฟุตบอลในตอนนั้น แต่อยู่มาวันหนึ่งมันเล่นไม่ไหว เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เอ็นขาด ผมจึงต้องหยุดเตะบอลแล้วหันไปออกกำลังกายอย่างอื่นแทน โดยเปลี่ยนมาเล่นเวตบ้าง วิ่งบ้างเป็นส่วนใหญ่ พอวิ่งหนักๆ เข้า ผมก็มีความคิดว่าเราน่าจะลงแข่งฮาล์ฟมาราธอนดูสักครั้ง

คิดได้แบบนั้นผมก็เริ่มซ้อมหนักขึ้น ก็มีอาการบาดเจ็บที่เท้า เลยหันไปเล่นกีฬาอย่างอื่น ทีนี้เพื่อนมาชวนปั่นจักรยานบ้าง ว่ายน้ำบ้าง ประกอบกับตอนนั้นไตรกีฬาเริ่มเข้ามาในเมืองไทย เพื่อนที่โรงเรียนสวนกุหลาบก็ชวนมาเล่นด้วยกันบ้าง ผมก็เลยสนใจไตรกีฬามาได้ 3-4 ปีแล้ว”

ภราดร บอกว่า เขามองว่าไตรกีฬาเป็นกีฬาชนิดเดียวที่แตกต่างจากกีฬาชนิดอื่น เพราะนักกีฬาสมัครเล่นหรือนักกีฬาอาชีพก็สามารถเล่นร่วมกันได้

“ไตรกีฬามันซ้อมไปเรื่อยๆ แข่งไปเรื่อยๆ เป็นกีฬาประเภทเดียวที่นักกีฬาสมัครเล่นกับนักกีฬาอาชีพสามารถลงแข่งในสนามเดียวกันได้ แล้วยังเป็นกีฬาที่แข่งกับตัวเอง เราจะทำได้ดีกว่าครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ การซ้อมของเราดีพอหรือยัง ถือเป็นความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่ง ผมเริ่มจากระยะสั้น (สปรินต์) คือว่ายน้ำ 750 เมตร ปั่นจักรยาน 20 กิโลเมตร (กม.) และวิ่ง 5 กม.

ต่อจากนั้นก็เริ่มลงแข่งระยะสแตนดาร์ด คือ ว่ายน้ำ 1.5 กม. ปั่นจักรยาน 40 กม. และวิ่ง 10 กม. แล้วก็ซ้อมไปเรื่อยๆ จนไปถึง Half Iron Man คือว่ายน้ำ 3.8 กม. ปั่นจักรยาน 180 กม. และวิ่งอีก 42 กม. เรียกว่าผมเขียนตารางซ้อมทุกวัน จนไปแข่ง Full Iron Man ได้ การเตรียมพร้อมร่างกายนั้น คุณต้องพร้อมมาก ต้องฝึกความทนทานให้ชิน แล้วสภาพจิตใจก็ต้องเข้มแข็งด้วย”

ภราดร บอกว่า วิธีที่จะจัดการกับความเบื่อหน่ายในการฝึกซ้อมก็คือทุกคนต้องมีความมุ่งมั่นและต้องวางเป้าหมายของตัวเองให้ชัดเจน

“ที่จริงแล้วมันไม่ได้รู้สึกท้อในการฝึกซ้อม แต่มันเป็นความน่าเบื่อมากกว่าครับ คิดดูปั่นจักรยานวันละ 7-8 ชั่วโมงต่อเนื่องกันเป็นเดือนๆ ฉะนั้นเราจึงต้องมีเป้าหมาย ต้องจบ Iron Man ระยะฟูลมาธาธอนให้ได้ ผมบอกตัวเองไว้อย่างนั้น การที่มีเป้าหมายรออยู่ ถ้าคุณไม่มีวินัยคุณจะไปไม่ถึงเป้าหมาย

ที่ผ่านมาผมไปแข่งขันที่เกาหลีใต้มาแล้ว รวมถึงที่เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย โดยแข่ง Iron Man 2 ครั้ง ที่ถือเป็นรายการระดับอินเตอร์ฯ ส่วนเมืองไทยมีแค่ Half Iron Man ที่ จ.ภูเก็ต และนครนายก ส่วนปีหน้าจะจัดที่บางแสน จ.ชลบุรี ครับ”

ภราดรเสริมว่า สำหรับการแข่งไตรกีฬาร่างกายและจิตใจต้องเดินไปด้วยกัน ส่วนเรื่องอาหารกับการพักผ่อนนั้นสำคัญที่สุด

“การเตรียมความพร้อมสำหรับลงแข่งไตรกีฬาร่างกายสำคัญมาก รวมถึงเรื่องอาหารต้องมีหลักโภชนาการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการฝึกซ้อม การพักผ่อนก็เช่นกัน ต้องนอนให้เต็มที่ 2-3 ทุ่มผมนอนแล้ว เพราะต้องตื่นตี 5 ซ้อมวันละ 5-6 ชม. ทำอย่างนี้ต่อเนื่องเป็นเดือนๆ เรียกว่าใจต้องสู้ครับ”

นอกจากไตรกีฬาที่ชื่นชอบแล้ว ภราดรยังมีอีกบทบาทหนึ่งเกี่ยวกับกีฬานั่นคือเป็นผู้จัดการทีมสโมสรอ่างทอง เอฟซี ทีมในดิวิชั่น 2

“เริ่มทำฟุตบอลมาตั้งแต่ปี 2551 เพราะถูกเรียกร้องให้มาทำ สมัยก่อนจะมีโปรลีก แล้วก็ลีกภูมิภาคในจังหวัดใกล้เคียงอย่าง สิงห์บุรี ลพบุรี และอ่างทอง ซึ่งมีทีมของเขา แล้วเราอยู่ตรงกลาง แต่ชาวบ้านเรียกร้องว่าอยากมีทีม โดยนำเด็กอ่างทองที่เป็นคนในพื้นที่จริงๆ มาเตะ ปีแรกก็ขลุกขลักพอสมควร แต่หลังจากใช้เวลา 3-4 ปีทีมก็ขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 เราก็พยายามที่จะพัฒนาต่อไป เพราะเป้าหมายของการทำทีมฟุตบอล ความท้าทายมันอยู่ที่ทำทีมฟุตบอลให้เป็นสโมสร

คือต้องมีองค์ประกอบของความเป็นอาชีพขึ้นมา โดยมีภาพที่ใหญ่กว่านั้น แฟนบอล การบริหารจัดการทีม การทำทีมฟุตบอล ที่สำคัญคือการพัฒนาโครงสร้างเยาวชนที่ยั่งยืนในอนาคตและการสร้างอะคาเดมี่

กีฬาสอนคนให้รู้จักอดทนและฝึกให้รู้จักน้ำใจนักกีฬา บางครั้งคนเป็นนักฟุตบอลทุกคนที่ลงไปแข่งขันก็อยากชนะ แต่บางครั้งมันก็ไม่สมหวังเสมอไป กีฬาจึงสอนให้เรารู้จักอดทน ทำให้คนได้เรียนรู้และอยู่กับความพ่ายแพ้ได้ มันสำคัญมากตรงจุดนี้ สรุปง่ายๆ ก็คือ กีฬาสอนคนให้เคารพกฎกติกาและเรียนรู้ที่จะยอมแพ้ เพื่อสักวันเราจะได้กลับมาเป็นผู้ชนะ ซึ่งข้อคิดนี้เป็นสิ่งที่ผมยึดเหนี่ยวและปฏิบัติตามเสมอมา”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ