อยากรวย ต้องคิดแบบมหาเศรษฐี

  • วันที่ 02 ต.ค. 2561 เวลา 13:30 น.

อยากรวย ต้องคิดแบบมหาเศรษฐี

เรื่อง  กันย์ ภาพ  pixabay

มีงานวิจัยจากฝั่งตะวันตกบอกไว้ว่าความคิดมีแรงดึงดูด ความคิดมีพลัง คิดอย่างไรจะได้อย่างนั้น สั่งจิตตัวเองไว้ให้ดีแล้วกำหนดเป้าหมาย วางแผนแล้วเดินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่น คิดว่าจะมีเงินเก็บ 1 ล้านบาท ภายใน 1 ปี เมื่อมีความคิดแบบนี้มีการตั้งเป้าก็จะมีทิศทาง จะใช้เงินแบบมีกำหนดกฎเกณฑ์ เพราะเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าอยากมีเงินเก็บ เราจะไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย เพราะอยากเก็บเงินให้ได้ตามที่ตั้งใจไว้

อยากรวยต้องเปลี่ยนความคิด ลองพิจารณาแนวคิดความเชื่อของคนส่วนใหญ่ว่าถูกต้องหรือไม่ ข่าวให้เห็นกันบ่อยๆ คนถูกหวยรวยชั่วข้ามคืน แต่ไม่นานก็กลับมาจน คนรายได้สูงแต่ผ่อนไม่ไหวจนต้องโดนยึดบ้านยึดรถ คนเรียนหนังสือเก่งแต่ประสบความสำเร็จสู้คนที่เรียนไม่เก่งไม่ได้ เพราะแนวคิดความเชื่อเรื่องเงินบางอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้เสียเวลาเสียโอกาสในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

จริงๆ แล้วการศึกษาไทยควรบรรจุวิชาการเงินส่วนบุคคล (Personal Finance) เป็นวิชาภาคบังคับให้เด็กได้เรียนตั้งแต่ชั้นประถม เพื่อให้ติดเป็นนิสัยการใช้เงินที่ดีมีวินัย โดยการศึกษาต้องเปลี่ยนจากเน้นท่องจำมาลงมือปฏิบัติให้เห็นของจริงจนเกิดทักษะความชำนาญในวิชาที่ช่วยให้เอาชีวิตรอดได้ (Skillset) และปลูกฝังแนวคิดความเชื่อเรื่องเงินที่ถูกต้อง (Mindset) ซึ่งต้องมีทั้งสองอย่างคู่กันถึงจะประสบความสำเร็จด้านการเงิน แต่คนส่วนใหญ่มักมีปัญหา Mindset อย่างที่กล่าวไปตอนต้น เพราะเรื่องเงินไม่เกี่ยวกับเกรด ไม่เกี่ยวกับการทำงานหนัก แต่เกี่ยวกับการหารายได้มั่นคง ออมใช้น้อยกว่าที่หาได้ ลงทุนให้เงินงอกเงย และควบคุมหนี้สินไม่ฟุ่มเฟือย

ขอแจกแจงองค์ประกอบที่สำคัญตามความคิดของนักการเงิน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในชีวิต โดยทักษะความชำนาญ (Skillset) ที่จำเป็นต้องมีอยู่ 4 ด้าน คือ

 Financial Literacy ความรู้เรื่องการเงินส่วนบุคคล เช่น เข้าใจรายรับรายจ่าย กระแสเงินสด การคิดดอกเบี้ย ผลตอบแทนจากการลงทุน การจัดพอร์ตทรัพย์สิน เป็นต้น

 Economics ความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ เช่น เข้าใจภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในและต่างประเทศ วัฏจักรเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ของตัวแปรทางเศรษฐกิจ การจัดการความเสี่ยง เป็นต้น

 International Language ความรู้เรื่องภาษาสากล ได้แก่ ภาษาอังกฤษกับภาษาจีนกลาง เป็นโอกาสในการติดต่อทำธุรกิจกับผู้คนได้เกือบทั้งโลก

 Advance Technology ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์ ต้องเข้าใจและรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิต

สุดท้ายก็คือแนวคิดความเชื่อ (Mindset) ในจิตใจต้องใช่ด้วย เป็นเหมือนเข็มทิศนำทางไปทิศที่ถูกต้อง โดยแบ่งจำแนกได้เป็น 4 ข้อ ดังนี้

 Money Lover รักเงินมีความสุขในการหาเงินได้มากกว่าจ่ายเงินไป ซึ่งปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะทำตรงข้ามคือทำงานเครียดก็อยากใช้เงินซื้อหาความสุข หากรักเงินจริงต้องอยากเก็บไว้กับตัวเองมากกว่านำไปใช้จ่าย โดยการเปลี่ยนจุดโฟกัสความสุขอยู่ที่ตัวเลขในบัญชีธนาคารเพิ่มขึ้นแทน

 Think Big คิดใหญ่ตั้งเป้าหมายเป็นขนาดทรัพย์สินที่มีขนาดใหญ่พอใช้ได้ตลอดชีวิตหลังเกษียณ สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่ารักษาพยาบาล สำรองเผื่อฉุกเฉิน และใช้ลงทุนสร้างความมั่งคั่ง หากใครท้อว่าตัวเลขช่างห่างไกลจากปัจจุบันที่มี ขอแนะนำว่าให้ตั้งเป้าหมายย่อยเป็นปีๆ แล้วลงมือทำ พอทำสำเร็จจะมีกำลังใจทำต่อจนถึงเส้นชัย

 Passionate Desire ปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าต้องบรรลุเป้าหมายให้ได้แม้ว่าจะผ่านอุปสรรคมากมายสักเพียงไหน มองความล้มเหลวเป็นบทเรียนล้ำค่าทำให้เราแกร่งขึ้น ยิ่งผ่านอุปสรรคมากยิ่งสร้างความภาคภูมิใจเมื่อทำสำเร็จ หากขาดแรงจูงใจที่จะก้าวเดินต่อไปให้นึกถึงคนข้างหลังที่ร่วมเดินทางไปกับเราแล้วจะมีกำลังใจทำต่อไป

 Wealth in Mild ความมั่งคั่งในจิตใจแทนที่ความร่ำรวย เพราะเป็นการมองในหลายมิติมากกว่าเรื่องจำนวนทรัพย์สินเงินทองที่มีเพียงอย่างเดียว ในชีวิตคนเรายังต้องมีความมั่งคั่งเรื่องอื่นประกอบด้วย ได้แก่ ความมั่งคั่งเวลา สุขภาพ และครอบครัว เป็นต้น หมายถึงมีเวลาอิสระทำตามใจต้องการ มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และมีครอบครัวอบอุ่นอยู่กันพร้อมหน้า ตามลำดับ หากมีไม่ครบ เช่น ร่ำรวยแต่สุขภาพไม่ดีนอนติดเตียง เงินทองที่หามาได้ก็ต้องจ่ายเป็นค่ารักษาหมด

แนวคิดความเชื่อสมองเงินล้าน (Millionaire Mindset) จะทำให้เรามั่งคั่งได้ด้วยหนึ่งสมองและสองมือของตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นกำลังหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้าอีกด้วย เพราะฐานะการเงินของคนในชาติจะดีขึ้น คนจำนวนมากหลุดพ้นกับดักความยากจนด้วยปัญญาของตนเอง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ