ธนา สุขกุล ชีวิตเลือกได้ ขอสุขในแบบตัวเอง

  • วันที่ 30 ก.ย. 2561 เวลา 09:38 น.

ธนา สุขกุล ชีวิตเลือกได้ ขอสุขในแบบตัวเอง

โดย วรธาร ทัดแก้ว 

 

ต้องยอมรับว่า กรุงเทพมหานครเป็นจุดหมายปลายทางของหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้คนในต่างจังหวัด มักจะเดินทางเข้ามาทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงตัวและส่งให้ทางบ้าน ออย-ธนา สุขกุล หนุ่มยโสธร วัย 36 ปี เป็นคนหนึ่งที่พอเรียนจบ ปวส. ก็มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเหมือนเช่นหลายๆ คน

 

ทว่า ชีวิตในเมืองหลวงดูไม่ถูกโฉลกกับธนา เขาจึงเลือกหันหลังให้เมืองกรุงที่อยู่มานานถึง 9 ปี เดินทางกลับบ้านเกิด บ้านน้ำคำ ต.น้ำคำ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร เพื่อใช้ชีวิตในรูปแบบที่ต้องการ เรียบง่ายในวิถีแห่งความพอเพียง ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสอน ไม่ต้องไปแข่งขัน แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่นกับใคร แต่เลือกใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง

 

 

ธนา บอกว่า การกลับมาใช้ชีวิตในคอนเซ็ปต์ของการพึ่งตนเองที่บ้านเกิด มีเหตุผล 2 ข้อเป็นแรงผลักดัน ข้อแรก เขารู้สึกเบื่อสังคมเมืองที่มีแต่ความวุ่นวาย แก่งแย่ง ผู้คนค่อนขางเห็นแก่ตัว มีความจริงใจต่อกันน้อย ตั้งแต่ในที่ทำงานไปจนถึงสังคมข้างนอก ทำให้รู้สึกว่าทุกก้าวย่างชีวิตในเมืองกรุงไม่มีอะไรที่ง่าย รู้สึกอึดอัด ไม่มีความสุข จึงคิดว่าชีวิตถ้าทำให้ง่ายๆ อยู่แบบง่ายๆ ก็น่าจะมีความสุขได้ ประการที่ 2 ช่วงอยู่กรุงเทพฯ ได้ศึกษาชีวิต “โจน จันได” มนุษย์บ้านดินที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยหลักปัจจัยสี่

 

“สองเหตุผลนี้ ทำให้ผมตัดสินใจกลับบ้านเกิดในปี 2558 เชื่อไหมว่าตอนที่ผมเดินทางกลับบ้าน มีเงินในกระเป๋าเพียง 800 บาท ซึ่ง 800 บาท ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ไม่กี่วันก็หมดแล้ว แต่ถ้าอยู่บ้านเรา ค่าเช่าบ้านไม่มี ข้าวไม่ต้องซื้อ เพราะที่บ้านทำนาอยู่แล้ว ส่วนอาหารก็มีอยู่ในธรรมชาติ ในท้องทุ่งนาและในป่า

 

 

ผมเลือกทำเกษตรผสมผสาน ขอพ่อแม่ใช้พื้นที่ 1 ไร่กว่าๆ เกือบ 2 ไร่ ขุดบ่อน้ำในพื้นที่ 1 งาน เลี้ยงปลา (ปลานิล ปลาดุก) ปลูกต้นไม้และพืชผักต่างๆ ทั้งพืชผักสวนครัว ทั้งพืชสมุนไพร ไว้กิน เลี้ยงไก่ไข่ เจริญรอยตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสอน ทำเอง ปลูกเองทุกอย่าง กินทุกอย่างที่ปลูกที่เลี้ยง เลี้ยงและปลูกทุกอย่างที่กินได้ เหลือกินก็แบ่งปันและขาย

 

นอกจากสร้างแหล่งอาหารและสมุนไพรที่ใช้เป็นยารักษาโรค 2 ในปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์แล้วก็สร้างที่อยู่อาศัยเป็นบ้านไม้ไผ่ซึ่งผมออกแบบเอง มีระเบียงหน้าบ้าน ปลูกติดกับบ่อน้ำ หาวัสดุเองและทำเองทุกอย่าง มีอย่างเดียวที่คุณพ่อมาช่วยคือไพหญ้าสำหรับมุงหลังคา ซึ่งผมหาหญ้าคามาแล้วท่านก็มาช่วยทำ

 

 

ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในบ้าน เช่น เตียงนอน เก้าอี้ แคร่ โซฟา ที่ใส่สบู่ยาสีฟัน ชั้นวางของ และอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ที่จำเป็น ฯลฯ ทุกอย่างทำด้วยไม้ไผ่และผมทำเอง บางอย่างทำไม่เป็นก็ศึกษาในยูทูบแล้วเอามาประยุกต์เอง บางอย่างก็ถามพ่อ มาถึงตรงนี้ผมภูมิใจกับสิ่งที่ผมมีและได้ลงมือทำไป แม้ไม่ได้เป็นช่างสร้างบ้าน ก็สามารถสร้างบ้านเองได้ เฟอร์นิเจอร์ของใช้ต่างๆ แม้ไม่เคยทำก็ทำเองได้ ไม่ต้องซื้อคนอื่น ปัจจุบันผมมีบ้านไม้ไผ่ 2 หลัง และตั้งใจทำเป็นโฮมสเตย์ คาดว่าจะเปิดให้คนมาพักในช่วงเดือน พ.ย.นี้ ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นการเตรียมกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้คนที่มาพักได้ทำเพื่อผ่อนคลาย ทั้งได้ประโยชน์ ได้ความรู้ และความประทับใจกลับไป ซึ่งก็จะเป็นกิจกรรมที่อิงกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และอาชีพของคนที่นี่ เช่น การให้ลองทำอาหารกินเอง โดยเรามีวัตถุดิบให้ฟรี เช่น อยากได้ผักก็ลงไปสวน อยากได้ไข่ก็ไปเอาที่เล้าไก่ การพาไปดูการทำเสื่อของคนในหมู่บ้าน เป็นต้น” ธนา เล่าด้วยความภูมิใจ

 

เขายอมรับว่า กว่าที่จะมาถึงวันนี้ที่เขาภูมิใจมาก ต้องสู้กับความกดดันจากคนที่ไม่เห็นด้วยเเละไม่เข้าใจ บางคนก็ว่าเขาบ้า อยู่กรุงเทพฯ ดีๆ กลับมาทำอะไรก็ไม่รู้ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นที่อะไรๆ ก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง แต่ในวันนี้สิ่งที่เขาทำได้ประจักษ์แก่สายตาผู้คน เขามีปัจจัยสี่ครบ มีบ้าน มีอาหาร มียารักษาโรค (สมุนไพรที่ปลูก) ส่วนเสื้อผ้าก็ไม่ต้องใช้ของหรู ของเดิมที่เคยใส่ก็ดูดี ชีวิตมีความสุขได้เช่นกัน

 

 

“อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีฝันเเละอยากทำเเบบนี้ครับ มันไม่ยากและมันไม่ง่าย ขึ้นอยู่ที่ใจของเราเป็นสำคัญ ถ้าเราชอบก็ลงมือทำเลย อย่าไปสนใจเสียงวิจารณ์และคำนินทาของคนอื่น ทำให้สำเร็จแล้วสิ่งที่เราทำสำเร็จนั่นแหละจะเป็นคำตอบให้เขาโดยที่เราไม่ต้องพูดอะไรเลย” ธนา กล่าวทิ้งท้าย

 

หากใครที่มีความคิดและความตั้งใจอยากจะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด อยากหาแรงบันดาลใจให้ตัวเอง สามารถเข้าไปดูคลิป รูป และกิจกรรมต่างๆ ที่ธนาทำไว้ในเฟซบุ๊กของ เขาที่ “Thana Sukkul” ได้เลย 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ