ตกสะเก็ดเคล็ดลับลงทุน โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี

  • วันที่ 20 ก.ย. 2561 เวลา 17:30 น.

ตกสะเก็ดเคล็ดลับลงทุน โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี

เรื่อง บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

และแล้ววันนี้ก็มาถึง ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คือวันที่ 30 ก.ย.ของทุกปี เมื่อข้าราชการทุกคนทั่วประเทศที่อายุครบ 60 ปีจะครบวาระเกษียณอายุ ขณะเดียวกันก็เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเข้าลงทุนในแอลทีเอฟ (LTF) และอาร์เอ็มเอฟ (RMF) ประจำปี เพื่อสิทธิโอกาสทางภาษีของผู้มีเงินได้

คำถามที่หลายคนถามก็คือ เราควรซื้อ LTF หรือ RMF ในเวลาไหนและจำนวนเท่าไรถึงจะพอดีและพอเหมาะเพราะจังหวะการลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงโค้งสุดท้ายประจำปีหากยังเป็นโค้งสุดท้ายที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อผู้เกษียณอายุทุกๆ คน แถมปีนี้ก็เป็นปีที่การลงทุนผันผวนอย่างมากด้วย

1.การลงทุนในกองทุนรวม LTF และ RMF หากไม่วางแผนให้ดี ก็มีสิทธิเสียโอกาสทางภาษี แถมยังอาจขาดทุนจากการตัดสินใจลงทุนผิดจังหวะเวลาได้ด้วยเช่นกัน

2.การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แม้จะติดตามสถิติการลงทุนว่า ควรนำเงินไปลงทุนในช่วงไหนถึงจะลงทุนได้ในราคาหน่วยลงทุนที่ถูกที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วหากไปย้อนดูสถิติย้อนหลังของราคาหุ้นและกองทุนรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็จะรู้ว่า นั่นเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

3.ไม่มีใครคาดเดาอนาคต หรือไม่มีใครที่กะเก็งราคาหุ้นหรือหน่วยลงทุนได้ถูกต้องเสมอไป บางปีซื้อต้นปีถูกกว่า บางปีซื้อปลายปีถูกกว่า หรือบางปีราคาต่ำที่สุดก็อยู่ตรงกลางปีได้เหมือนกัน

4.สำหรับปีนี้ถ้ายังมีเงินลงทุนเหลืออยู่ ก็อาจรอจังหวะตลาด ทยอยแบ่งการลงทุนออกเป็นช่วงๆ สำหรับสามเดือนที่เหลือ โดยแบ่งเงินลงทุนเท่าๆ กันในแต่ละเดือนก็ได้หรือบางคนใช้วิธีแบ่งเงินเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 40% อาจใช้ซื้อลงทุนในช่วงตลาดปรับตัวขึ้นลงผันผวน และส่วนที่เหลือ 60% อาจรอไว้เพื่อจับจังหวะลงทุนในปลายปีอีกทีก็ได้

5.ก่อนลงทุนในกองทุนรวม LTF และ RMF ต้องคำนวณรายได้ในเบื้องต้นก่อน เพื่อจะได้ทราบว่า เมื่อมีการหักค่าใช้จ่ายและการลดหย่อนภาษีพื้นฐานแล้ว จะเหลือเงินได้สุทธิที่ใช้ในการคำนวณภาษีเท่าไร จากนั้นจึงคำนวณดูว่าจะจัดสรรเงินจำนวนเท่าไรไปใช้ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับข้าราชการยังมีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่ต้องนำมาร่วมคำนวณด้วย

6.ก่อนตัดสินใจเข้าลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ อย่าลืมคำนวณรายได้ทั้งปีและสิทธิในการลงทุนของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน ตามปกติแล้วเราสามารถซื้อกองทุนรวม LTF และ RMF ได้อย่างละไม่เกิน 15% ของรายได้แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ที่สำคัญอย่าซื้อเกินสิทธิ เพราะจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี แถมยังต้องจ่ายภาษีในส่วนกำไรของจำนวนที่เกินอีกด้วย

7.รู้จักตัวเองก่อนลงทุนในกองทุนรวม เมื่อเราวางแผนจะสะสมหน่วยลงทุนในกองทุนรวม LTF และ RMF ในระยะยาวเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ย่อมทำให้ความมั่งคั่งของเราเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ขอแค่เลือกกองทุนรวมที่มีผลตอบแทนดีอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ นั่นหมายถึงการรู้จักตัวเองให้ดีพอ ก่อนที่จะโยนเงินลงทุนที่ได้สะสมมาอย่างเหนื่อยยากเข้ากองทุนรวมใดๆ

สรุปว่า ซื้อกองทุนรวม LTF และ RMF ที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุดนั่นเอง อย่าให้ถึงขนาดว่าลงทุนซื้อกองทุนรวมไปแล้ว ไม่สามารถข่มตาหลับได้อีกเลย ตื่นสะดุ้งนอนสะดุ้ง เนื่องจากไม่ได้ทำความเข้าใจนโยบายหรือกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนรวมนั้นๆ ไว้ก่อนแต่ต้น

เหลือเวลาอีกเพียง 3 เดือนกว่าๆ สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อสะสมความมั่งคั่งสำหรับชีวิตหลังเกษียณ รวมทั้งรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในปีนี้ ใครที่ปีนี้ยังไม่ได้ลงทุนเลย หรือยังไม่ค่อยได้เข้าเพราะภาวะการลงทุนที่ผันผวนตลอดทั้งปี ก็ต้องบอกว่ายังพอมีเวลาสำหรับโค้งสุดท้ายนี้...ลุยเลย

ข่าวอื่นๆ