ชัญญา ภากรพัฒน์ ความสุขจากเรือนเวลา

  • วันที่ 19 ก.ย. 2561 เวลา 16:00 น.

ชัญญา ภากรพัฒน์ ความสุขจากเรือนเวลา

เรื่อง ภาดนุ  ภาพ อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

ได้เจอกับ ชัญญา ภากรพัฒน์ หรือ ชัญญ่า ผู้ประกาศข่าวมากความสามารถของสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ก็ทำให้ทราบว่าเธอเป็นตัวแม่ของการเก็บสะสมนาฬิกาหรูแบรนด์ดังๆ อีกหนึ่งคน การเริ่มต้นสะสมเรือนเวลาที่แต่ละรุ่นแสนจะมีราคานี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ไปฟังจากปากสาวเก่งคนนี้กันเลย

“ตอนนี้งานของดิฉันคือ เป็นผู้ประกาศข่าวทางช่อง 8 โดยอ่านข่าวในรายการ ‘คุยข่าวเย็นช่อง 8’ ซึ่งออกอากาศ ทุกจันทร์-ศุกร์ 15.40-18.45 น. และเสาร์-อาทิตย์ 15.40-17.50 น. ปัจจุบันดิฉันทำงานที่ช่อง 8

มาได้ 5 ปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นผู้ประกาศข่าวทางช่องอื่นๆ มาก่อนด้วย นอกจากนี้ดิฉันยังทำธุรกิจของตัวเอง โดยขายผลิตภัณฑ์เซรั่มลาเฟลอเดลีสและสบู่บลูอีกด้วย คือขายทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

ถ้าให้พูดถึงการเก็บสะสมนาฬิกา ก็มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ดิฉันเป็นเด็กๆ เลยละจำได้ว่าตอนเด็กเราชอบใส่นาฬิกามาก ซึ่งถ้าเป็นเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ เขาก็จะไม่ค่อยสนใจนาฬิกากันสักเท่าไร พอเรียนมัธยมดิฉันก็เริ่มเก็บเงินซื้อนาฬิกาแล้ว ตอนนั้นซื้อได้แค่สวอตช์กับเบเนตอง ก็ค่อยๆ ซื้อมาใส่และสะสมมาเรื่อยๆ พูดง่ายๆ ว่านาฬิกานี่เป็นเครื่องประดับชิ้นที่ชอบที่สุดเลยก็ว่าได้

แรกๆ ดิฉันก็ไม่ได้คิดจะสะสมนาฬิกาหรูแบบจริงจังเหมือนในปัจจุบันนี้หรอก แต่เป็นเพราะเราชอบ เห็นแล้วอยากได้ (หัวเราะ) ก็เลยเริ่มซื้อจากราคาที่สามารถจ่ายได้ก่อน พอซื้อมาเก็บไว้แล้วเราได้ใช้ แถมโชคดีว่าบางเรือนราคามันขึ้นหรือราคาไม่ได้ตกลงกว่าเดิม เราก็เลยรู้สึกว่าการเก็บนาฬิกาเหล่านี้มันสามารถผันเป็นเงินได้ทุกเมื่อ บางเรือนทำมาน้อย แต่คนต้องการมาก ก็ขายได้ราคาอีกแหละที่สำคัญนาฬิกาเป็นทรัพย์สินที่มีค่าซึ่งสามารถถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานได้ด้วย”

ชัญญ่าเล่าว่า นาฬิกาหรูเรือนแรกที่เธอเริ่มสะสมก็คือ โรเล็กซ์ (Rolex) เนื่องจากแบรนด์นี้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ยังเป็นนาฬิกาที่คนยังนิยมอยู่เสมอ “ตอนนั้นจำได้ว่าดิฉันเรียนอยู่ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ แล้วรู้สึกว่าอยากได้โรเล็กซ์รุ่นนี้มาก ดิฉันก็เก็บเงินโดยสอนพิเศษเด็กนักเรียนที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ นานเป็นปีๆ เลย พอเก็บเงินได้ครบก็รีบไปซื้อโรเล็กซ์เลย รุ่นนี้เป็นสายจูบิลี่ธรรมดา หน้าปัดมีเพชรเป็นนาฬิกาเรือนเล็กของผู้หญิงค่ะ ผ่านมา 20 ปีตอนนี้ก็ยังเก็บไว้อยู่เลย ถ้าขายตอนนี้ก็ได้กำไรนะ แต่คิดว่าเก็บไว้ดีกว่า เชื่อมั้ยว่ารูปลักษณ์และหน้าตาของโรเล็กซ์ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แต่ยังไงคนก็ยังนิยมเสมอ

ต่อมาดิฉันก็เริ่มสะสมนาฬิกาแบรนด์โอเดอมาร์ ปิเกต์ (เอพี), บริเกต์, ปาเต๊ะ ฟิลิปป์ และโชพาร์ เรียกว่าช่วงนั้นสะสมตามแฟนค่ะ แต่กว่าจะมาสะสมนาฬิกาที่มีมูลค่าเพิ่มอย่างทุกวันนี้ได้ ตอนแรกๆ ก็จะเก็บตามความชอบก่อน มีหลากหลายแบรนด์เชียวละ แต่ปัจจุบันก็เหลือแค่ไม่กี่แบรนด์ซึ่งเก็บสะสมเพราะชอบจริงๆ สำหรับเรือนที่แพงที่สุดก็คือ ปาเต๊ะ ฟิลิปป์ เพิ่งซื้อมาเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

ตอนนั้นไปเที่ยวกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ พอเห็น Patek Boutique เท่านั้นก็เดินเข้าไปเลยค่ะ รุ่นที่ซื้อมานี้คือ Patek Philippe 5146P ตัวเรือนทำจากแพลตินัมพร้อมสายหนังสีเทา เป็นนาฬิกาที่พอเราใส่ปุ๊บ เข็มนาฬิกามันก็จะเดินเองโดยอัตโนมัติ และปรับวันเดือนปีเองได้ บอกข้างขึ้น-ข้างแรมได้ รุ่นนี้จะมีฟังก์ชั่นที่ซับซ้อนหน่อย หน้าปัดไม่เป็นรอยง่าย จึงเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมาก ถือเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ดิฉันชอบ เก็บไว้แล้วไม่ผิดหวัง เพราะราคามันจะขึ้นเรื่อยๆ แต่เวลาใส่ก็ต้องระมัดระวังนิดนึงค่ะ”

ชัญญ่า บอกว่า อีกเรือนที่เก็บไว้ก็คือ บริเกต์ (Breguet) แบรนด์นี้จะเป็นนาฬิกาที่ดูหรูกว่าปาเต๊ะฯ ขึ้นมาหน่อย ซึ่งรุ่นที่เธอเก็บไว้นี้ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาที่เป็นที่สุดของความเป็นผู้หญิงแล้ว นั่นก็คือ Breguet The Queen of Naples

“รุ่นนี้มีรูปทรงเป็นรูปไข่ ตัวเรือนทำจากทองคำขาวประดับเพชรโดยรอบ สายทำจากผ้าซาติน หน้าปัดเป็นมุก ถือเป็นรุ่นที่ดังที่สุดแล้วของบริเกต์ บริเกต์จะมีรุ่นอื่นๆ ที่หรูหรากว่านี้ด้วย เช่น รุ่นที่สายทำจากมุกก็มีค่ะ แต่ราคาก็จะสูงไปตามความหรูหราของมันด้วย

อีกเรือนที่มีก็คือ โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet หรือ AP) แบรนด์นี้มักจะทำนาฬิกาของผู้ชายซะเป็นส่วนใหญ่ แบรนด์นี้มีสัญลักษณ์ที่คนจำได้ก็คือ รอแยล โอ๊ค (Royal Oak) เอกลักษณ์อีกอย่างของเอพีจะเป็นขอบหมุดที่ตัวหน้าปัดนาฬิกา เห็นแล้วจะรู้เลยว่าเป็นแบรนด์นี้ ที่ดิฉันชอบรุ่นนี้เป็นเพราะว่าตัวเรือนทำจากโรสโกลด์ หน้าปัดดำ (หน้าปัด 39 มม.เป็นนาฬิกาผู้ชายที่ขนาดเล็กหน่อย) มีฟังก์ชั่นบอกวันเวลา และหน้าปัดจะเห็นเป็นลายตารางนูนๆ ออกมา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเอพีด้วยเช่นกัน”

ชัญญ่าเสริมว่า อีกหนึ่งแบรนด์ที่เธอชอบก็คือ โชพาร์ (Chopard) แบรนด์นี้มีเอกลักษณ์ก็คือ จะมีสองหน้าปัดคือ หน้าปัดบน และหน้าปัดล่าง ซึ่งกระจกกั้นหน้าปัดล่างจะมีลูกเล่นคือเพชรกลิ้งอยู่ในหน้าปัดล่างนั้น เรียกว่าเป็นกิมมิกที่ถูกใจหญิงสาวเป็นที่สุด แล้วกระจกยังสามารถกันน้ำลึกได้ดีเหมือนแบรนด์อื่นๆ ด้วย

“ที่ผ่านมาโชพาร์มักทำนาฬิการะบบควอตซ์ แต่เรือนนี้ถือเป็นรุ่นแรกๆ เลยที่แบรนด์ทำนาฬิการะบบออโตเมติก ออกมา

ส่วนนาฬิกาอื่นๆ ที่สะสมไว้อีก ก็จะเป็นรุ่นที่คนนิยมใส่กันในบ้านเรา เช่น รุ่น Aquanaut ของ ปาเต๊ะ ฟิลิปป์ ที่ตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีลสายทำจากยาง ตอนที่ซื้อมาช่วงนั้นรุ่นนี้ยังไม่เป็นที่นิยม ดิฉันยังแอบคิดเลยว่า ทำไมเราต้องซื้อนาฬิกาสายยางราคาแพงขนาดนี้ด้วย แต่ปัจจุบันปรากฏว่ามูลค่ามันค่อยๆ เพิ่มขึ้นแถมยังสวมใส่สบาย ไม่ต้องระวังเรื่องเหงื่อหรือเรื่องเปียกน้ำเลยด้วย พูดง่ายๆ ว่า ปาเต๊ะ ฟิลิปป์ เป็นนาฬิกาแบรนด์แรกๆ ที่ทำให้สเตนเลสสตีลมีราคาแพงกว่าทองคำนะคะ (ยิ้ม) หรือแม้แต่แบรนด์ Nautilus รุ่น 3800 ที่ดิฉันมีอยู่ ก็จะเป็นนาฬิกาผู้ชายด้วยเช่นกัน แต่จะเป็นแบบหน้าปัดเล็กหน่อย ซึ่งถือว่าเป็นนาฬิการุ่นยอดนิยมที่ผู้หญิงหลายคนชอบซื้อมาใส่ อีกรุ่นนึงของ Patek คือ Aquanaut Luce

อีกรุ่นที่มีก็คือ Patek Philippe 24 รูปทรงเป็นเหมือนเลสหรือกำไลข้อมือ เรือนนี้เป็นนาฬิกาควอตซ์อีกเรือนหนึ่งที่ดิฉันมี ตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีล ดูมันไม่ค่อยมีลูกเล่นอะไรมากนัก แต่ดิฉันก็รู้สึกชอบอยู่ดีและนาฬิกาอีกเรือนที่อยู่บนข้อมือดิฉันก็คือ Patek Philippe 4936 รุ่นนี้มีเพชรอยู่รอบๆ ตัวเรือน สายทำจากหนัง ปัจจุบันได้เลิกผลิตไปแล้ว เดี๋ยวนี้นักสะสมก็มองหากันอยู่ เรือนนี้น่าจะเก็บไปเรื่อยๆ ค่ะ เพราะถือว่าเป็นนาฬิกาเรือนโปรดอีกเรือนหนึ่งเลยละ”

ชัญญ่าทิ้งท้ายว่า นาฬิกาหรูๆ ทั้งหมดที่เธอสะสมไว้ มีทั้งหมด 30-40 เรือนได้ แต่ทั้งนี้เธอยังไม่เคยคิดมูลค่าโดยรวมทั้งหมดเลยสักที ที่เก็บไว้เพราะมันเป็นความชอบและความหลงใหล แล้วปัจจุบันมันยังได้กลายเป็นการลงทุนไปโดยปริยายอีกด้วย

“คนบางคนเก็บเงิน 10 ล้าน 20 ล้าน แล้วนำไปฝากธนาคารหรือลงทุนอย่างอื่น แต่สำหรับดิฉันแล้วการสะสมนาฬิกาคือ การลงทุนอย่างหนึ่ง เนื่องจากเราชอบนาฬิกา ได้ใส่ ได้ใช้ ได้หยิบจับมาดูก็มีความสุขแล้วค่ะ เรือนไหนที่ไม่ค่อยได้ใช้หรือไม่ค่อยโปรดก็อาจจะมีการขายต่อไปบ้าง บางทีอยากได้เรือนใหม่ที่ราคาแพงกว่าแต่เงินไม่พอ ก็จะขายเรือนที่ไม่ค่อยได้ใช้เพื่อนำเงินไปสมทบซื้อเรือนใหม่บ้าง ตอนนี้จะซื้อนาฬิการุ่นไหนก็ต้องคิดก่อนว่าแบรนด์ไหนซื้อแล้วราคาจะขึ้นบ้าง (หัวเราะ) ซึ่งส่วนมากจะเป็นปาเต๊ะ ฟิลิปป์ ที่ราคาขึ้นทุกปี

วิธีเก็บรักษานาฬิกาของดิฉันก็คือ นำไปฝากไว้ในเซฟธนาคาร ถ้าวันไหนต้องการใช้เรือนไหนก็จะไปเบิกออกมาจากเซฟ ดิฉันว่าการเก็บสะสมนาฬิกาหรู นอกจากจะได้ในเรื่องมูลค่าที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ดิฉันมีสมาธิมากขึ้นในการดูแลทำความสะอาดมันด้วย พร้อมทั้งยังหาข้อมูลอัพเดทความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา จึงช่วยให้ตัวเองมีความละเอียดลออและใส่ใจในสิ่งเล็กๆ มากขึ้น นี่แหละคือข้อดีของการสะสมนาฬิกาหรูในแบบฉบับของดิฉัน”

ข่าวอื่นๆ