ยืดอายุ 10 อวัยวะให้แข็งแรง

  • วันที่ 30 ส.ค. 2561 เวลา 19:15 น.

ยืดอายุ 10 อวัยวะให้แข็งแรง

เรื่อง กันย์ ภาพ pixabay

เมื่อชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนผ่านวัย 40 อัพมาแล้วหลายปี มันนานพอจะทำให้เราเข้าใจโลกเข้าใจชีวิตมากยิ่งขึ้นจนพอจะรู้ว่าการมีสุขภาพกายสุขภาพใจที่แข็งแรงนั้นถือว่าเป็นความร่ำรวยที่แท้จริงมากกว่าการมีเงินทองมากมายนัก แต่การที่จะให้อายุยืนและสุขภาพที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องดูแล เพราะร่างกายเมื่อใช้ไปนานๆ ก็มีการเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา

รศ.ดร.ภญ.อรพรรณ มาตังคสมบัติ อดีตคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ต้องหาทางบำรุงรักษาเอาไว้ให้เสื่อมถอยไปช้าที่สุดดึงเวลาของความหนุ่มสาวความมีสุขภาพดีไว้ให้นานที่สุด แม้อวัยวะจะเสื่อมไปตามเวลา แต่เราก็ต้องหาวิธีการยืดอายุอวัยวะ ที่มีร้อยแปดพันประการได้ผลน้อยมากแตกต่างกันไป แต่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ดร.โรแนน แฟคโทรา แห่งสถาบันการแพทย์ Cleveland Clinic ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เสนอสุดยอดวิธียืดอายุอวัยวะต่างๆ ให้ได้ลองไปปฏิบัติกันดูดังนี้

1.สมอง หลังอายุ 70 ปี จะเริ่มพบความผิดปกติที่เกิดจากความเสื่อมของสมอง ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในคราวเดียว วิธียืดอายุการใช้งานก็คือ ทำการนิวโรบิกส์ เอ็กเซอร์ไซส์ หรือการทำกิจกรรมที่ต้องใช้มือทั้งสองข้างทำงานประสานกัน เช่น ทำสวน เย็บผ้า ทำกับข้าว จะช่วยให้สมองทั้งซีกซ้ายและขวาได้รับการกระตุ้นและทำงานไปพร้อมกัน ควรกินปลาทะเล ถั่วเปลือกแข็ง และธัญพืช แหล่งสุดยอดสารอาหารบำรุงเป็นประจำ พยายามฝึกเจริญสติก่อนนอน ใช้วิธีกำหนดรู้ลมหายใจเข้าและออก จนกว่าจะหลับ ช่วยลดความเครียดและทำให้สมองปลอดโปร่งในวันรุ่งขึ้น

2.ดวงตา หลังอายุ 40 ปี ต่อจากนั้น ทุกๆ ปี ดวงตา จอประสาทตา เลนส์ตาจะเสื่อมลง ในอัตราที่ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ควรสวมแว่นกันแดด ก่อนทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกครั้ง ส่วนผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ ควรพักสายทุกๆ 45 นาที อย่างน้อย 5-10 นาที และงดใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตก่อนนอน

3.หู หลังอายุ 60 ปี การได้ยินจะค่อยๆ ลดลงทุกปี และทุกๆ 1 ใน 3 คนมีปัญหาเรื่องการได้ยินเมื่อเข้าสู่วัยนี้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการทำงานหรืออาศัยอยู่ในที่ที่มีเสียงดัง หากจำเป็นต้องใส่เครื่องป้องกัน งดสั่งน้ำมูกแรงๆ หรือกลั้นจาม เพราะอาจทำให้เยื่อแก้วหูมีปัญหา และงดแคะหูเอง เพราะขี้หูเป็นขี้ผึ้งรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ การแคะหูทำให้เกิดการอักเสบและเยื่อแก้วหูฉีกขาดได้

4.ปอด หลังอายุ 30 ปี ต่อจากนั้น ทุกๆ ปี ประสิทธิภาพการทำงานของปอดจะลดลงราวร้อยละ 1 เราควรว่ายน้ำ หรือวิ่ง อย่างน้อยวันละ 45 นาที-1 ชั่วโมง ควรใช้สมุนไพรไทยปรับธาตุ จิบยาตรีผลา ก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ 1 แก้ว มีสรรพคุณช่วยปรับธาตุ บำรุงปอด แก้ไอ ลดเสมหะได้ และหลีกเลี่ยงควันธูป ควันจากการประกอบอาหาร ฝุ่นขนาดเล็ก และสารเคมีที่มีไอระเหยต่างๆ

5.หัวใจ หลังอายุ 65 ปี จะเริ่มมีโอกาสเป็นโรคหัวใจ เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจที่ลดลงสวนทางกับอัตราการหนาตัวของผนังหัวใจที่เพิ่มขึ้นเมื่ออายุ 20-30 ปี เฉลี่ยทุกๆ 10 ปี อัตราการสูบฉีดโลหิตสูงสุดจะลดลงราวร้อยละ 10 ดังนั้นงดอาหารหวาน มัน เค็ม รักษาความดันโลหิตและน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรว่ายน้ำ เดิน วิ่ง โยคะ รวมถึงการยกน้ำหนัก ช่วยให้หัวใจทำงานต่อเนื่อง กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง และปลูกต้นไม้ ไปทำกิจกรรมในสวนสาธารณะ หรือมีสัตว์เลี้ยง ผู้ที่มีงานอดิเรกเหล่านี้ มีความเสี่ยงโรคหัวใจน้อยกว่าคนทั่วไป

6.ไต หลังอายุ 50 ปี ไตจะเริ่มเสื่อมลงทีละน้อยๆ จนคุณแทบไม่รู้สึก ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ สถาบันการแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ผู้ชายอายุ 19 ปีขึ้นไป ต้องดื่มน้ำถึง 13 แก้ว/วัน ขณะที่ผู้หญิงวัยเดียวกันต้องการน้ำวันละ 9 แก้ว งดปรุงแต่งรสอาหารโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล เกลือ หรือซอสต่างๆ ควรควบคุมน้ำหนักตัวและความดันโลหิตไม่ให้เกินเกณฑ์มาตรฐาน

7.สำไส้ หลังอายุ 60 ปี ปุ่มเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหารในลำไส้เล็กจะบางลง ร่างกายจึงดูดซึมสารอาหารได้น้อยลงตามไปด้วย ควรกินอาหารที่ย่อยง่าย กินปลา ถั่ว เห็ด รวมถึงผักผลไม้ให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารทอด ควรกินโยเกิร์ต 1 ถ้วยทุกวัน เสริมโปรไบโอติก เพิ่มปริมาณแบคทีเรียดีในลำไส้ ลองฝึกโยคะ 4 ท่า ช่วยระบบย่อยทุกเช้าหลังตื่นนอน ดังนี้ ท่าแมว ท่าสุนัข ท่าสามเหลี่ยม ท่าสะพาน และปิดท้ายด้วยท่าศพ ครั้งละ 3-5 ลมหายใจ แต่ละท่าทำ 5 ครั้ง นับเป็น 1 เซต

8.ผิวหนัง หลังอายุ 18 ปี ต่อจากนั้น ทุกๆ ปี คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนังจะลดลงประมาณร้อยละ 1 เราต้องทาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของไทเทเนียมหรือสังกะสีเป็นประจำ เลือกกินถั่วเปลือกแข็ง ผลไม้ตระกูลส้มและเบอร์รี่เป็นประจำ ลองมาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ตผสมข้าวโอ๊ต หรือใช้วุ้นจากว่านหางจระเข้เพื่อฟื้นฟูผิวหลังออกแดดเสมอ

9.กระดูก หลังอายุ 35 ปี ต่อจากนั้นทุกๆ ปีความหนาแน่นของมวลกระดูกจะลดลงราวร้อยละ 1 และจะมีอัตราลดลงเร็วขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน (ในเพศหญิง) ควรยกน้ำหนัก หรือกระโดดขึ้น-ลง 20 ครั้ง วันละ 2 เซต ลองเพิ่มเมนูไทยๆ เปี่ยมแคลเซียม เช่น น้ำพริกกะปิปลาทูทอดกับผักสด อย่างน้อย 3-4 มื้อ/สัปดาห์ ระวังการใช้ยาสเตียรอยด์ และยาลูกกลอนที่มีผลทำให้กระดูกพรุน

10.กล้ามเนื้อ หลังอายุ 40 ปี ต่อจากนั้นทุกๆ ปี มวลกล้ามเนื้อจะลดลงและเปลี่ยนเป็นไขมัน อัตรานั้นไม่สม่ำเสมอขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ลองวิดพื้น สควอต และยกน้ำหนักแต่ละท่าทำ 15 -20 ครั้ง นับเป็น1 เซต ทำทุกวันอย่างน้อยครั้งละ 2 เซต

สุดท้าย การกินอาหารที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์สูง เช่น ผักหลากสี ผลไม้รสเปรี้ยว รสฝาดขม ช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมของเซลล์ตามปกติได้ อย่าลืมเสริมด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำสมาธิ และหาโอกาสออกไปพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อลดความเครียด เพราะเป็นตัวการเร่งให้เกิดกระบวนการเสื่อมของเซลล์เท่านี้ก็ช่วยยืดอายุให้อวัยวะต่างๆ ได้เช่นกัน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ