ยิ่งใหญ่สมการรอคอย ‘ELLE Fashion Week’ ครบรอบ 20 ปี

วันที่ 29 ส.ค. 2561 เวลา 17:40 น.
ยิ่งใหญ่สมการรอคอย ‘ELLE Fashion Week’ ครบรอบ 20 ปี
เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

เปิดฉากวันนี้แล้ว สำหรับ “แอล แฟชั่น วีก ฟอล/วินเทอร์ 2018” (ELLE Fashion Week Fall/Winter 2018) แฟชั่นอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่ทุกคนตั้งตาคอย ที่จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของกรุงเทพฯ ในฐานะมหานครแห่งแฟชั่น

ตระการตากับแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นล่าสุดจากเหล่าดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทยและดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานมาประชันกันถึง 14 โชว์ 19 ดีไซเนอร์ พร้อมโชว์พิเศษจากดีไซเนอร์ระดับตำนาน “ไข่บูติก” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครั้งที่ 20 ของแฟชั่นวีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทยบนรันเวย์สุดอลังการในเต็นท์ขาวอันเป็นเอกลักษณ์ ตลอด 5 วันเต็ม ตั้งแต่วันนี้-2 ก.ย.นี้ ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ สแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

20 ปีแห่งความภาคภูมิ

ก่อนที่ ภูมิจิต พลางกูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย (นิตยสารแอล ประเทศไทย) จะบอกเล่าถึงความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในงานแฟชั่นอีเวนต์แห่งปี เธอพาย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นของแอล แฟชั่น วีก ในปี 1999 โดยนิตยสารแอล ประเทศไทย นิตยสารหัวนอกสำหรับผู้หญิงที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาเทรนด์แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์ ภายใต้การบริหารงานโดยบริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย ร่วมด้วยผู้สนับสนุน ซึ่งตั้งใจจัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานแฟชั่นไทยให้เทียบเท่าเวทีแฟชั่นโลก

“แอล ประเทศไทย เป็นประเทศแรกในอีกกว่า 80 ประเทศทั่วโลกที่มีการจัดงานแอล แฟชั่น วีก หลังจากนั้นถึงมีอีก 2-3 ประเทศนำโมเดลเราไปใช้ ทุกปีจะมีบรรณาธิการจากแอลแฟชั่น หรือทีมงานจากแอลทั่วโลก เดินทางมาร่วมในงานของเรา เพราะฉะนั้นสเกลงานของเราวันนี้จึงไม่ใช่แค่ระดับประเทศ แต่เป็นระดับโกลบอล ยิ่งยุคนี้ดิจิทัลเข้ามาตอบโจทย์ เราสามารถไลฟ์ผ่านช่องทางต่างๆ (Facebook.com/ELLETHAILAND) รวมทั้งเครือข่ายของแอลในบางประเทศที่สนใจ นอกจากนี้เรายังมีการทาบทามบล็อกเกอร์แฟชั่นจากประเทศต่างๆ มาร่วมงาน เพื่อเป็นอีกช่องทางให้ผลงานดีไซเนอร์ไทยได้อวดโฉมในเวทีโลกมากขึ้น”

จากวันแรกถึงวันนี้ แอล แฟชั่น วีก กลายเป็นอีเวนต์ที่สร้างความคึกคักให้กับแวดวงแฟชั่นเมืองไทยมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และปีนี้ได้เดินทางมาถึงปีที่ 20 ซึ่งวัตถุประสงค์หลักในการจัดงานที่จะสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ไทยได้มีพื้นที่ในการแสดงผลงานและศักยภาพต่อสาธารณชนในเวทีระดับสากลยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หากที่เพิ่มเติมมาคือความพิเศษของโชว์

“ไฮไลต์ของโชว์ในปีนี้ที่ยิ่งใหญ่และหาดูที่ไหนไม่ได้แน่นอน คือการกลับมาสู่เวทีแอล แฟชั่น วีก อีกครั้งของดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง “ไข่บูติก” (Kai Boutique) ซึ่งหลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ไข่-สมชาย แก้วทอง ดีไซเนอร์ชั้นครูของเมืองไทย เพิ่งได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ ในสาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) เป็นคนแรกของไทย เราเลยถือโอกาสนี้เชิญแบรนด์ไข่บูติกมาเป็นโชว์เปิด

ตามด้วยโชว์ของเหล่าดีไซเนอร์จากแบรนด์ต่างๆ จาก 19 ดีไซเนอร์ชื่อดังและคลื่นลูกใหม่ รวมถึง 1 โชว์ของน้องใหม่ Fresh Faces จากโครงการ Thai Designers Beyond Boundaries โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รวมเป็น 14 โชว์

มาถึงวันนี้ เราก็อยากขอบคุณดีไซเนอร์ทุกคน ที่ตั้งใจทำงานเต็มที่เพื่อทำโชว์ดีๆ ให้เวทีมีเรื่องราวสืบเนื่องต่อไป”

ไข่บูติก โชว์ส่งท้ายวงการไฮแฟชั่น

สมชาย แก้วทอง ดีไซเนอร์ระดับตำนาน ให้สัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในขณะที่กำลังเตรียมงานโค้งสุดท้ายก่อนแฟชั่นโชว์ใหญ่จะมาถึงว่า ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ห่างหายจากเวทีแอล แฟชั่น วีก ซึ่งเป็นเวทีที่ร่วมบุกเบิกมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นไปพักใหญ่

“หยุดไปนาน จนจำไม่ได้แล้วว่าไม่ได้โชว์บนเวทีนี้นานแค่ไหนแล้ว ตอนแรกที่น้องๆ มาชวนก็ปฏิเสธนะ เพราะเราแก่แล้ว แต่น้องๆ ก็รบเร้า เห็นว่าเราเพิ่งได้รางวัลศิลปินแห่งชาติมา น่าจะมีผลงานเลยกลับมาอีกครั้ง” ไข่ บอกเล่าก่อนจะแย้มถึงความพิเศษที่จะได้เห็นในโชว์ที่หลายคนตั้งตารอชม

สมชาย แก้วทอง ดีไซเนอร์

“เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเดือน ส.ค. เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เราตั้งใจทำโชว์เป็น 3 เซต เพื่อนำเสนอความเป็นไทยผ่าน 31 ลุค

สำหรับเซตแรก เป็นการนำเสนอผ่านผ้าชาวเขา ซึ่งบางชิ้นอายุหลายร้อยปี หาไม่ได้แล้วในแบบไฮแฟชั่น เซตที่ 2 เป็นผ้ามัดหมี่จากอีสานทั้งหมด เพราะเราต้องการนำเสนอความงามของผ้านุ่งไทยว่าสามารถทำให้เป็นแฟชั่นๆ ได้ ทำให้เด็กรุ่นใหม่หันมาเห็นคุณค่าความเป็นไทย และผ้าไทย ส่วนเซตสุดท้าย เรานำแรงบันดาลใจมาจากความงาม สง่างาม และเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นของพระองค์ท่านมาสะท้อนผ่านแฟชั่นโชว์”

สำหรับความตระการตาที่จะเกิดขึ้นนั้น ดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของเมืองไทยชวนให้รอชมในวันนี้ เพราะเสื้อผ้าทั้งหมดจะถูกปลุกให้มีชีวิตผ่านการสวมใส่ของกองทัพนางแบบ 31 คนบนรันเวย์

“ปีนี้เราก็อายุ 71 แล้ว จากนี้ก็คงเบาๆ ลง ค่อยๆ หายไป หายจากวงการไฮแฟชั่น โชว์อันนี้น่าจะเป็นโชว์ส่งท้าย คงไม่มีโอกาสทำโชว์ให้ใคร แก่แล้ว ส่วนโชว์ที่อยากดูในเวทีแอล แฟชั่น วีก ครั้งนี้ ก็อยากดูของทุกคน แต่ที่อยากดูเป็นพิเศษคือ โชว์ของเมช มิวเซียม (Mesh Museum) เพราะใหม่ (พลัฏฐ์ ศรีลลิตสร้อย) เป็นหลานชาย เริ่มนับหนึ่งในวงการแฟชั่นมากับเรา และคิดว่าน่าจะเป็นทายาทในวงการแฟชั่นของเราต่อไป ซึ่งโชว์ในครั้งนี้ของไข่บูติก เขาก็มาช่วยเยอะ” ไข่ทิ้งท้าย

มองแฟชั่นในมุมใหม่ เมช มิวเซียม

อีกหนึ่งแบรนด์ที่หลายคนจับตา และอยากชมมากที่สุดในเวทีแอล แฟชั่น วีกปีนี้ ต้องหลีกทางให้แบรนด์ชุดแต่งงาน เมช มิวเซียมโดย ใหม่-พลัฏฐ์ ศรีลลิตสร้อย ดีไซเนอร์มากประสบการณ์ ซึ่งเคยสร้างชื่อเมื่อครั้งออกแบบชุดแต่งงานให้ มาร์กี้-ราศรี จิราธิวัฒน์ มาแล้ว

ใหม่-พลัฏฐ์ ศรีลลิตสร้อย ดีไซเนอร์

ครั้งนี้เขาจะสะกดทุกสายตาด้วยคอลเลกชั่นชุดเจ้าสาวในยุค 2018 ที่เปิดกว้างและไม่มีข้อจำกัด เพื่อสะท้อนถึงความยูนีกและไม่ธรรมดาของชุดเจ้าสาวในแต่ละแบบ

“ในชีวิตจริง เจ้าสาวไม่ได้หุ่นนางแบบทุกคน เพราะฉะนั้นรูปแบบของเสื้อผ้าบนเวทีจะมีหลายมู้ด ไม่ใช่ชุดสีขาว ระบายใหญ่โตอย่างเดียว แต่มีรูปแบบของเสื้อผ้าที่บียอนด์มากกว่าชุดแต่งงาน แต่จะน่าชมขนาดไหนต้องไปติดตามในโชว์”

ความยากของการทำแฟชั่นชุดแต่งงานบนรันเวย์ ใหม่ มองว่าเป็นเรื่องรายละเอียดในชุดแต่งงานซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญมาก อีกเรื่องคือการฟิตติ้ง เนื่องจากชุดแต่งงานบางชุดมีวอลุ่มเยอะ บางชุดค่อนข้างใหญ่ พอต้องมาเดินบนรันเวย์ที่ยาว นางแบบต้องมีมูฟเมนต์ เราจะทำอย่างไรให้นางแบบพรีเซนต์ชุดเราได้ โดยไม่รู้สึกว่าชุดเป็นภาระ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกับนางแบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องยากและท้าทาย

“สิ่งที่อยากจะสื่อผ่านโชว์นี้คือจินตนาการนั้นสำคัญกว่าความรู้ สิ่งต่างๆ ที่เกิดในโลกบนโลกใบนี้ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่รวมถึงการออกแบบทุกแขนง รวมถึงนวัตกรรมใหม่ล้วนมาจากจินตนาการทั้งสิ้น ในฐานะนักออกแบบ เราต้องก้าวข้ามขนบที่วางไว้ แต่ยังอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสมด้วย”

สำหรับโชว์ที่ดีไซเนอร์คนเก่งออกปากว่าอยากชมในครั้งนี้ นอกจากโชว์จากไข่บูติก เขายังอยากเห็นผลงานของดีไซเนอร์หน้าใหม่ในวงการอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต