กัญดา ศรีธรรมูปถัมภ์ + ถิรภัทร ชัยจรรยา คู่ซี้ดีเจ‘คูล ฟาเรนไฮต์ 93’

วันที่ 25 ส.ค. 2561 เวลา 11:09 น.
กัญดา ศรีธรรมูปถัมภ์ + ถิรภัทร ชัยจรรยา คู่ซี้ดีเจ‘คูล ฟาเรนไฮต์ 93’
โดย ภาดนุ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี 

ตามไปพูดคุยกับสองคู่ซี้ดีเจ (คูลเจ) อารมณ์ดีจาก Cool Fahrenheit 93 “แนน” กัญดา ศรีธรรมูปถัมภ์ และ “นิค” ถิรภัทร ชัยจรรยา ดูหน่อยซิว่า สองคนนี้จะมีดีกรีความสนิทสนมกันขนาดไหน พร้อมทั้งอัพเดทผลงานของแต่ละคนไปด้วยเลย

แนน : งานหลักของแนนตอนนี้ก็คือจัดรายการวิทยุคลื่นคูล ฟาเรนไฮต์ 93 คู่กับนิค ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 18.00-21.00 น. แล้วก็มีรายการ “คุยกับหมออัจจิมา” ทางช่อง TNN24 พิธีกรอีเวนต์ และอ่านสปอตโฆษณาค่ะ

แนนพูดถึงนิค

“แนนทำงานที่คลื่น 93 มาตั้งแต่เริ่มเลย ปีนี้น่าจะเข้าปีที่ 17-18 แล้ว เรียกว่าเป็นงานหลักที่แนนรักมากๆ เลยก็ว่าได้ ส่วนการทำงานกับนิค แนนได้จัดรายการวิทยุคู่กับเขามาได้ 6 ปีแล้ว ถ้าพูดถึงความสนิทก็ถือว่าสนิทมาก นิคเป็นทั้งน้องชายและเป็นที่ปรึกษาในทุกเรื่อง ที่จริงแล้วแนนไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกตัวเองกับใครมากนัก แต่กับนิคนี่เจอกันทุกวัน ทำให้เราสนิทกันมาก คือนิคจะรู้เรื่องส่วนตัวของแนนทุกอย่าง (หัวเราะ) ยิ่งกว่าคนในครอบครัวซะอีก เพราะเรานั่งคุยกัน นั่งทำงานด้วยกันทุกวัน แถมยังมีไปแฮงเอาต์ด้วยกันอีก

ขอเล่าย้อนไปวันแรกที่นิคมาทำงาน วันนั้นเขามาในชุดเสื้อฮาวายลายดอก กางเกงขาสั้น เจาะหู มีรอยสัก ดูแล้วไม่ใช่บุคลิกของคนในวงการดีเจที่เราคุ้นเคยเลย (หัวเราะ) แต่ตอนนั้นเราต้องจัดรายการด้วยกัน แนนยังคิดว่าจะทำงานด้วยกันได้มั้ยเนี่ย แต่พอลองทำเดโมด้วยกัน เอ๊ย! เคมีเรากลับเข้ากันได้ดี แม้ตอนนั้นแนนจะแกล้งๆ พูดไปว่า เห็นพี่ตลกๆ แบบนี้ แต่เวลาทำงานพี่จริงจังนะ เพื่อเป็นการข่มไว้ก่อน (หัวเราะ) เชื่อมั้ยว่านิคยังจำได้ดี แถมยังไปเล่าต่อให้คนอื่นฟังจนถึงทุกวันนี้”

แนนบอกว่า แม้นิคจะมีบุคลิกวัยรุ่นมากๆ ในตอนนั้น แต่เวลาที่จัดรายการวิทยุด้วยกัน นิคกลับทำงานจริงจัง แถมมีความรับผิดชอบสูง ตั้งใจทำงานและตรงต่อเวลามาก

“ก็ขอชื่นชมในความเป็นคนรุ่นใหม่ที่ขยัน ตรงเวลา ซึ่งเป็นสิ่งดีๆ ที่นิค มีอยู่ในตัว เขาเหมือนน้ำที่ไม่เต็มแก้ว ซึ่งพร้อมจะให้คนอื่นรินความรู้ให้อยู่ตลอดเวลา นิคไม่ใช่คนอีโก้สูง ตรงนี้แหละที่ทำให้รู้สึกเอ็นดูน้องคนนี้ เขาไม่ต้องให้เราสอนจนปากเปียกปากแฉะ แต่นิคจะเรียนรู้จดจำ และพัฒนาด้วยตัวเองทั้งหมดเลย ตอนมาแรกๆ นิคจะพูดไม่ค่อยชัดเพราะดัดฟัน แต่ปัจจุบันนี้แฟนๆ ที่ได้ฟังนิคและแนนจัดรายการคู่กัน หลายคนบอกว่านิคพูดเก่ง พูดชัด มีจังหวะที่ลงตัว และเข้ากับแนนได้ดีมากๆ”

แนนเสริมว่า สิ่งที่ประทับใจในตัวนิค นอกจากเรื่องงานก็คือนิสัยที่รักครอบครัว มีสัมมาคารวะ พูดง่ายๆ ว่าพ่อแม่สอนมาดี ชอบทำบุญ รักสัตว์ รักเด็ก และมักคิดถึงผู้อื่นก่อนเสมอ

“แนนว่าคนเราเมื่อมีทัศนคติและพื้นฐานในชีวิตที่คล้ายกัน มันก็ทำให้เราคุยกันง่าย และสนิทกันมากยิ่งขึ้น อีกอย่างนิคจะมีนิสัยที่ยอมเสมอ อะไรก็ได้ ก็เหมือนแนนอีกแหละ ก็เลยยิ่งทำให้เราทำงานด้วยกันได้ดีมากขึ้นไปอีก คลิกกันง่าย นิคเลยกลายเป็นน้องที่น่ารักไปโดยปริยาย ที่สำคัญเขาเป็นคนจิตใจดี อ่อนโยน อบอุ่น ปรึกษาได้ทุกเรื่องเลย เพราะเขาจะรับฟังเสมอ ถือว่าเป็นเพื่อนผู้ชายที่สนิทที่สุดตอนนี้ก็ว่าได้”

แนนทิ้งท้ายว่า หลังจากทำงานด้วยกันมาหลายปี สิ่งที่เป็นห่วงนิคนั้นแทบจะไม่มีเลย เนื่องจากนิคมีความรับผิดชอบสูง ซึ่งคนเราหากตั้งต้นด้วยความรับผิดชอบแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

“อ๋อ! แต่สิ่งที่เป็นห่วงนิดนึงก็คือการขับรถ นิคไม่ใช่คนขับรถเร็ว แต่เวลาที่เขาไปแฮงเอาต์ก็ต้องมีดื่มบ้าง เราก็จะบอกเขาว่าไป-กลับแท็กซี่ดีกว่า ก็น่าจะเป็นห่วงในเรื่องอุบัติเหตุมากกว่าค่ะ อย่างมีครั้งหนึ่งตอนที่นิคขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แล้วมอเตอร์ไซค์ดันขับไปชนรถยนต์ ดีที่ว่าตัวเขาสูง เขาก็เลยโดดผึงลงมาได้ทัน

ส่วนเรื่องสุขภาพยิ่งไม่น่าเป็นห่วงเลย เพราะนิคจะไม่กินอะไรดึกๆ ไม่กินของมัน ของทอด แถมออกกำลังกายด้วย แต่ก็ยังไม่วายเป็นหนุ่มนักปาร์ตี้อยู่นะ (หัวเราะ)

สุดท้ายคือ นิคค่อนข้างทำงานหนัก เพราะเป็นเสาหลักของครอบครัว คือเขาทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงปัจจุบัน แล้วมักไม่ค่อยจะได้หยุดสักเท่าไร แนนเลยอยากให้น้องลาพักร้อน ไปเที่ยวพักผ่อนเพื่อชาร์จแบตให้กับตัวเองบ้างค่ะ”

นิค : งานหลักของผมตอนนี้ก็คือจัดรายการวิทยุคลื่น Cool Fahrenheit 93 คู่กับพี่แนน และมีอาชีพเสริมอีกอย่างคือขายสินค้าแฟชั่นออนไลน์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยครับ

นิคพูดถึงแนน

“ผมเริ่มจากการเป็นดีเจที่คลื่น Seed มาก่อน แต่เมื่อยุคเกาหลีมาแรง โลกมันเริ่มเปลี่ยนไป ผมก็หยุดงานดีเจไปพักใหญ่ๆ และไปรับงานถ่ายโฆษณาอยู่หลายชิ้น ช่วงนั้นเรียกว่าถ่ายโฆษณา 3 ชิ้น/เดือน ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ หลังจากนั้นก็มาเป็นพิธีกรในรายการ MTV เมื่อรายการเลิกไป ก็มีแวบไปลองเล่นละครทีวีดูบ้าง แต่ก็พบว่ามันไม่ใช่แนวทางของตัวเอง

วันหนึ่งก็มีโทรศัพท์จากรุ่นพี่ดีเจที่คลื่น 93 โทรมาบอกว่า ว่างมั้ย เข้ามาทำเดโมหน่อย ในที่สุดผมก็ได้ทำงานที่นี่ เพราะมีโปรไฟล์ด้านดีเจติดมาบ้าง ตั้งแต่ทำงานวันแรกกับพี่แนนจนถึงวันนี้ ก็น่าจะ 6 ปีแล้วครับ

ตั้งแต่เริ่มจัดรายการวิทยุกับพี่แนนมา บอกเลยว่านางดุ เอ้ย! ไม่ใช่ นางเป็นคนใส่ใจรายละเอียดทุกอย่าง ทั้งในเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต เห็นแบบนี้ แต่ใครจะรู้ว่าพี่แนนมีนิสัยผู้ยิ้งผู้หญิงมาก ดูภายนอกนางเป็นคนสตรองสุดๆ เลยนะ ฉันไม่เป็นไร แต่จริงๆ แล้วเธอเป็นคนเซนซิทีฟมากๆ เป็นผู้หญิงบอบบาง และชอบนึกถึงความรู้สึกของผู้อื่นตลอดเวลา จนบางครั้งลืมย้อนกลับไปดูความรู้สึกตัวเองซะงั้น

หลายครั้งที่พี่แนนยอมทนลำบากเพื่อช่วยคนอื่น เรียกว่าแคร์ความรู้สึกคนอื่นไปซะหมด อย่างล่าสุดตัวเองมีงานเช้า แล้วยังต้องพาคุณแม่ไปหาหมอด้วย แต่พอตกเย็นเพื่อนที่ออฟฟิศบอกว่าจะชวนไปฉลองวันเกิดข้างนอก นางก็ไปกับเขาอีกจ้า แล้วก็มาบ่นว่าทำไมเหนื่อยจังเลย”

นิคบอกว่า แนนเป็นรุ่นพี่ในวงการดีเจที่เป็นครูที่ดีคนหนึ่ง เพราะเธอจะมีวิธีการสอนที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป การสอนส่วนใหญ่จะเป็นการแนะนำหรือชี้ให้เห็นซะมากกว่า

“เมื่อก่อนผมดัดฟัน เวลาจัดรายการแล้วผมจะพูดไม่ค่อยชัด ผมก็มานั่งคิดว่าจะทำยังไงให้ตัวเองพูดชัดขึ้น ผมก็มาทำงานเร็วขึ้นเพื่อซ้อมก่อนออกอากาศจริงไง เพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วงพี่แนนเวลาทำงาน ไม่ได้ขยันอะไรหรอก (หัวเราะ) แต่พอได้ทำงานด้วยกัน ผมก็ได้เรียนรู้จากพี่แนน และเรียนรู้จากพี่ๆ ดีเจคนอื่นๆ ด้วย พูดง่ายๆ ว่าจังหวะในการทำงานของเราสองคนไปด้วยกันได้

สิ่งที่ผมเป็นห่วงพี่สาวคนนี้ก็คือ เขามักจะถูกคนมาเอาเปรียบอยู่เสมอ เนื่องจากนางเป็นคนดีและชอบเห็นใจผู้อื่น นี่แหละที่ทำให้นางถูกเอาเปรียบ บางครั้งผมฟังแล้วยังรู้สึกปรี๊ดแทนเลย อย่างเรื่องงานนี่บางครั้งทำให้เขาฟรีๆ ด้วย แล้วบอกว่าคนกันเอง ซึ่งอันนี้ผมไม่ค่อยเห็นด้วย แม้จะเคยโดนโกงเงิน แต่พี่แนนก็ยอม ไม่เอาเรื่อง เพราะนางเป็นคนขี้สงสาร และชอบเห็นใจผู้อื่นอยู่เสมอ (หัวเราะ)

ที่เป็นห่วงอีกเรื่องก็คือสุขภาพ คือพี่แนนจะสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ชอบฝืนสังขารรับงานเพื่อคนอื่น เกรงใจเขา ปฏิเสธเขาไม่เป็น สุดท้ายมาทำงานในสภาพอิดโรยมาก เห็นแล้วจะบอกเลยว่า พี่แนนใช้ชีวิตหนักไปนะ ก็เลยรู้สึกเป็นห่วงพี่แนนในเรื่องนี้ ว่านางควรจะดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องอาหารการกินและเรื่องสุขภาพของตัวเอง”

นิคบอกว่า เวลาที่แนนมาปรึกษา เขาจะรับฟังทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องความรัก แต่สำหรับการตัดสินใจนั้น แนนจะต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร จะสุขหรือทุกข์ เขาก็จะเป็นเพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

“เมื่อก่อนพี่แนนจะรูปร่างผอมกว่านี้นิดหนึ่ง แล้วจะแต่งตัวจัด แต่งตัวเนี้ยบจนผมเกรงใจ ผิดกับปัจจุบันนี้ ที่บางครั้งนางจะออกมาจากคอนโดโดยไม่แต่งหน้าเลย หน้างี้ซีดเชียว แล้วชอบใส่แว่นดำอำพรางมา พอเราทักไป นางก็ไปเอาแป้งเด็กมาทาที่หน้า (หัวเราะ) ซึ่งเรื่องนี้ผมขำมาก

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ พี่แนนจะเป็นผู้หญิงที่จิตใจสะอาดมาก แต่บุคลิกภาพภายนอกนี่นางจะไม่ค่อยดูแลตัวเองสักเท่าไร มีครั้งหนึ่งไปทำงานด้วยกัน แล้วผมมารู้ว่านางไม่ล้างหน้า แถมยังไม่อาบน้ำ ผมก็ไม่สระด้วย โดยนางอ้างว่าถ้าสระแล้วจะต้องมาเสียเวลาให้ช่างไดรผมอีก ต่อจากนั้นนางก็สามารถแต่งหน้าแล้วทำงานต่อได้เลย (หัวเราะ)

ทุกวันนี้ผมเชื่อว่าพี่แนนก็พยายามปรับตัวในเรื่องการบริหารเวลาของตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ รับงานเพราะเกรงใจคนอื่นน้อยลง เริ่มหันมาออกกำลังกายและดูแลตัวเองมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพี่แนน ถ้าเธอสามารถบาลานซ์ชีวิตของตัวเองได้”