จากเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนร่วมชีวิต (ได้ไงเนี่ย!) กิ่งกาญจน์+โอภาส ถิรปัญญาเลิศ

  • วันที่ 18 ส.ค. 2561 เวลา 16:40 น.

จากเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนร่วมชีวิต (ได้ไงเนี่ย!) กิ่งกาญจน์+โอภาส ถิรปัญญาเลิศ

เรื่อง : วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

“เจอกันครั้งแรก ผมประทับใจเขาเลยนะ รุ่นพี่ผู้หญิงหัวหยิกฟูหน้าดุกำลังนั่งตรวจแบบสอบถามแล้วบ่นกับเพื่อนว่า พรุ่งนี้มีสอบแต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือ ไม่เงยหน้ามามองเราสักนิดด้วย (ฮา)”

นี่คือบทสนทนาเริ่มต้นของ “ใหญ่” โอภาส ถิรปัญญาเลิศ COO แห่ง Prop2morrow หุ้นส่วน Maxxi Condo นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ เล่าถึง “ปรินซ์” กิ่งกาญจน์ ถิรปัญญาเลิศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง และกรรมการผู้จัดการ เอสเอฟซี ฮิวแมน รีซอสเซส เอ๊กซ์เพิร์ท (SFCHR) บริษัทจัดหาแรงงานต่างประเทศ ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันครบปีนี้ปีที่ 21

ใหญ่ พูดถึง ปรินซ์

“เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียน ปรินซ์ เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเอแบค สมัยก่อนผมเป็นเด็กเรียนเร็ว สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัย เรียนจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 20 ปี ต้องทำงานไปด้วยเพื่อหาเงินเรียน มาเจอกัน เขาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ก่อนแล้วในศูนย์วิจัยธุรกิจเอแบค”

ในสมัยเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยธุรกิจเอแบครับนักศึกษาเข้าทำงานพาร์ตไทม์ใหญ่เล่าว่า สมัยก่อนลุคของปรินซ์ดุมาก ไม่ค่อยยิ้ม แต่ทำไมจึงถูกชะตาก็ไม่รู้ได้ (ฮา) ตอนทำงานแรกๆ ก็เป็นลูกน้อง เพราะเป็นเด็กใหม่ ต่อมาจึงได้เลื่อนตำแหน่งจนเป็นหัวหน้างานของปรินซ์

เพราะต้องออกไปเก็บข้อมูลทำงานวิจัยตลาดต่างจังหวัด กำหนดคุณสมบัติหัวหน้างานจึงต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น ใหญ่ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า ความประทับใจต่อภรรยาในอนาคตก็เกิดขึ้นในระหว่างการทำงานนี้เอง

“ปรินซ์เป็นคนจริงจังมาก ดูเหมือนนิ่งๆ ดุๆ แต่จริงๆ เป็นคนที่แคร์คนรอบข้าง ห่วงลูกน้อง ห่วงเพื่อน ห่วงครอบครัว ห่วงไปหมดทุกคน จนบางทีเราต้องบอกให้วางลงบ้าง” ใหญ่เล่า

นับตั้งแต่รู้จักกันมา ตั้งแต่เป็นเพื่อน เป็นแฟน กระทั่งได้แต่งงานกัน ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมา 27 ปีเลยนะ ใหญ่บอกว่า มากกว่าครึ่งชีวิตของเราเสียอีก โดยทั้งคู่แต่งงานกันช่วงปี 2540 ก่อนช่วงฟองสบู่แตก ทำให้ได้ผ่านช่วงที่เรียกว่า หนักหนาที่สุดในชีวิต

ในวิกฤตต้มยำกุ้ง ช่วงนั้นใหญ่เล่าว่า มาทำงานกับคุณพ่อภรรยาที่บริษัทของครอบครัวแสงฟ้าก่อสร้าง บริษัทรับเหมาโดนวิกฤตกระหน่ำ โดยเป็นช่วงหลังแต่งงานใหม่พอดี (ฮันนีมูนเลือด-ฮา) ก็ต้องเรียกว่าเหนื่อยและลำบากกันมาก แต่ที่สุดก็ฝ่าฟันมาได้

“เป็นคู่ที่ไม่ใช่ร่วมแต่สุขนะ แต่ร่วมทุกข์หนักๆ แบบจัดเต็ม ขนาดเจ้าหนี้ขู่ฆ่าก็เคยผ่านกันมาแล้ว ปัจจุบันผมทำงานเยอะ หลายธุรกิจหลายบริษัท มีเหนื่อยมีท้อ แต่ด้วยความเป็นครอบครัวก็ได้ปรินซ์และลูกๆ ที่ชาร์จพลังจนผมบ้าพลังได้ขนาดนี้”

ปรินซ์ พูดถึง ใหญ่

“ใหญ่เป็นเด็กแก่แดด (ฮา) แต่เป็นคนมีของ เจอตั้งแต่ตอนเป็นเด็กปี 1 ก็เริ่มทำงานหาเงินลงทะเบียนเรียนเอง รู้สึกว่าเจ๋งดี เราก็แอบปลื้ม แต่ไม่ใช่สเปกเราเลย เพราะเราชอบคนเป็นผู้ใหญ่ อายุมากกว่า ชอบผู้ชายตัวสูงๆ แต่อีตาคนนี้มาแบบผิดสเปกทุกอย่าง” ปรินซ์เล่า

ใหญ่อาศัยความตลกและอารมณ์ขัน ทำให้ได้สนิทกันมากขึ้น ต่อมาตัดสินใจคบหากัน และทำงานด้วยกันมาตลอด ปัจจุบันสามีเพิ่งแยกไปทำธุรกิจของตัวเองเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจใหม่ SFCHR บริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นที่ต้องการมาก งานก็ยุ่งเป็นสองเท่า

“ที่น่าประทับใจก็คือแม้งานมาก แต่สามีพยายามช่วยดูแลลูก ไม่ว่าจะเลิกงานดึกเพียงไร ตอนเช้าจะตื่นตี 5 เพื่อไปส่งลูกที่โรงเรียนทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ถ้าไม่มีนัดงาน ก็จัดเวลาพาครอบครัวไปกินข้าว ไปเที่ยว ทำกิจกรรมครอบครัวด้วยกัน”

ปรินซ์เล่าว่า ตารางงานแน่นทั้งคู่ แต่ชีวิตครอบครัวถือว่าลงตัว ทุกอย่างโฟกัสไปที่ลูก ตอนนี้น้องเอิร์ธ ลูกสาวคนโตก็เพิ่งเข้าเรียนปี 1 ในมหาวิทยาลัย ส่วนน้องเอมลูกสาวคนเล็กกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5 ซึ่งทั้งสองคนดูแลเรื่องการเรียนกันได้ค่อนข้างดี ไม่ห่วง

“แรงผลักดันเบื้องหลังการทำงานและการสร้างฐานะของเราสองคน ก็คือคำว่าครอบครัวนี่แหละ” ปรินซ์ เล่าพร้อมรอยยิ้มกว้าง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ