นภพา ตรึกชลธิศ ใช้ธรรมะเป็นเพื่อนคู่ใจในชีวิต

  • วันที่ 05 ส.ค. 2561 เวลา 09:28 น.

นภพา ตรึกชลธิศ ใช้ธรรมะเป็นเพื่อนคู่ใจในชีวิต

โดย อนุสรา ทองอุไร ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

ถ้าเอ่ยถึงชื่อ นภพา ตรึกชลธิศ นี้อาจจะทำหน้างงๆ นึกไม่ออกว่าเธอคือใครกันน้า แต่ถ้าเห็นหน้าก็เริ่มจำได้ขึ้นมาอีกระดับหนึ่งว่า เธอคือ พา-นภาดา สุขกฤต หรือสายสุนีย์ สุขกฤต อดีตนักร้องชื่อดังเจ้าของบทเพลง กลับมารักกัน เพลงประกอบละครเรื่อง สายรุ้ง ออกอากาศทางช่อง 3 ในปี 2540 ที่โด่งดังสุดๆ ในอดีต หลายคนคงจะร้องอ๋อกันเลยทีเดียว เพราะในอดีตเธอเป็นที่รู้จักอยู่ช่วงหนึ่งจากการร้องเพลงและแสดงละคร และยังมีเพลงโด่งดังอีกเพลงอย่าง I Will Survive เวอร์ชั่นอีสาน ที่เธอโชว์เสียงแหล่ได้แสนแซ่บและทรงพลังยิ่งนัก และปี 2543 ออกอัลบั้ม Season of Love สีสันแห่งรักให้จดจำ

ปัจจุบันนี้ในวัย 48 ปี เธอเปลี่ยนชื่อและนามสกุลอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 เป็น นภพา ตรึกชลธิศ เป็นเพราะอะไรเธอจึงเปลี่ยนชื่อหลายครั้งหลายครา แล้วตอนนี้เธอทำอะไรอยู่หลังจากเงียบหายไประยะ 3-4 ปีมานี้ เธอเล่าว่า “คือตอนที่เปลี่ยนจากสายสุนีย์ มาเป็น นภาดา มีคนทักว่ารวมตัวเลข รวมความหมายต่างๆ แล้ว มันไม่เข้ากับนามสกุล เราก็นะเปลี่ยนมาแล้วทั้งที่ก็อยากให้มันดีที่สุด อยากให้ชีวิตมันดีขึ้นคือที่ผ่านมาเกือบจะดี แต่ไม่ดีจริงๆ สักที ตอนนั้นมีแฟน แฟนก็ขี้หึงมาก ทะเลาะกันบ่อย ชีวิตก็มีแต่เรื่องยุ่งๆ ไม่ลงตัวอะไรสักอย่างก็เลยต้องเปลี่ยนนามสกุลอีกครั้งเพื่อให้เข้ากับชื่อ ก็เป็นการเปลี่ยนครั้งสุดท้ายแล้วมั้งนะ คงไม่เปลี่ยนอีกแล้ว มาเป็น นภพา ตรึกชลธิศ ซึ่งมันก็ดีต่อใจ เราใจเย็นขึ้นสงบราบรื่นขึ้น เข้าใกล้ธรรมะมากยิ่งขึ้น ไม่ร้อนรนวุ่นวายเหมือนแต่ก่อน” เธออธิบายถึงอารมณ์ความรู้สึกในตอนนี้

หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการเพลงมา 30 ปี นับตั้งแต่เรียนจบจากคณะโบราณคดี เอกภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เธอก็เข้าสู่วงการเพลงทันที ชีวิตนักร้องของ พา-นภพา นั้น เริ่มตั้งแต่การเข้าประกวดแข่งขันร้องเพลงในหลากหลายเวทีตั้งแต่ยังเด็ก

แต่การประกวดที่ทำให้เธอได้ก้าวเข้ามาในวงการบันเทิง คือ เคพีเอ็นอวอร์ด ที่เธอคว้ารางวัลนักร้องดีเด่นแห่งประเทศไทย ประจำปี 2536 หลังจากนั้น บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ ก็ได้ชักชวนให้เธอไปร้องเพลง The Circle of Life เป็นเพลงนำของภาพยนตร์การ์ตูน The Lion King จากนั้นเธอก็ได้พากย์เสียงตัวการ์ตูนอีกหลายเรื่องต่อมา เช่น หนูน้อยทัมเบลลีน่า เพลงทรามวัยกับไอ้ตูบ เรื่อง Oliver & Companyเฮอร์คิวลิส เพลง Truth in My Heart เพลงประกอบภาพยนตร์ “ข้างหลังภาพ” ทั้งร้องและแสดง เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Brother Bear และมีผลงานละครเวที เรื่องสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ และเรื่อง หงส์เหนือมังกร เดอะ มิวสิคัล

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2557 ที่ผ่านมา เธอได้โชว์พลังเสียงบนเวที The Winner Is Thailand ในเพลง แสงสุดท้าย และเพลง Proud Mary จนได้รับการโหวตให้ชนะแบบเอกฉันท์ ส่งผลให้เธอคว้ารางวัลชนะเลิศประจำสัปดาห์ เพื่อเข้าไปชิงรางวัลอีก 10 ล้านบาทได้สำเร็จ

แล้วอยู่ๆ เธอก็เงียบหายไป ไม่มีผลงานเพลงผ่านตามาให้เราได้เห็นเธออีกเลยตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ไม่มีงานร้องเพลงในผับ บาร์ ในกรุงเทพฯ เลย เธอหายไปไหน ทำอะไรอยู่ วันนี้ได้เจอเธอตอบคำถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ตอนนี้กำลังเรียนต่อปริญญาเอกทางด้านพระพุทธศาสนาที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เรียนมา 3 ปีแล้วปีนี้ต้องจบแล้วกำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “การพัฒนาคุณธรรมและจริยะในเยาวชน ด้วยกิจกรรมธรรมะนันทนาการกลุ่ม” เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการเรียน

เธอบอกว่าช่วง 5-6 ปีหลังมานี้สนใจเรื่องพุทธศาสนามาก เริ่มสวดมนต์ไหว้พระมากขึ้น ไปปฏิบัติธรรมมากขึ้น ไปบวชชีพราหมณ์แล้วหลายครั้ง เมื่อ 3 ปีที่แล้วเธอตั้งใจจะบวชชี 1 พรรษา เพื่อศึกษาธรรมะที่ จ.กาญจนบุรี ถึงขั้นโกนผมแล้ว แต่หลานชายไปด้วยบวชได้ 2 อาทิตย์ หลานไม่ยอมอยู่ร้องจะกลับ เลยอยู่ไม่ครบความตั้งใจ

เธอบอกว่าช่วงที่ผ่านมามีอยู่หลายครั้งที่เธอรู้สึกเต็มอิ่มกับชีวิตทางโลกแล้ว เลยอยากจะออกจากทางโลกเพื่อไปศึกษาธรรมะอย่างเต็มตัว แต่ก็ยังทำไม่ได้จริงๆ สักทีก็เลยเลือกเรียนปริญญาเอกทางด้านพุทธศาสนาแทนไปก่อน อนาคตก็คงเข้าหาธรรมะแบบจริงจังมากยิ่งขึ้น

“แม้ว่าเธอจะทำงาน ใช้ชีวิตแบบคนกลางคืนมาโดยตลอด แต่ สำหรับเธอมันก็คืองานที่ต้องทำ แต่เธอไม่ได้ชื่นชอบชีวิตกลางคืนสักเท่าไร ไม่ได้อยากไปเที่ยวกลางคืน หรือสนุกกับสถานที่แบบนั้น ถ้าไม่ได้ทำงานตรงนี้ก็คงไม่ได้ข้องเกี่ยวกับชีวิตกลางคืนมากนัก ตอนนี้ถ้ามีงานก็ไปทำ แต่ถ้าไม่มีงานเธอก็ไม่เคยย่างกรายไปเที่ยวกลางคืนที่ไหนเลยตอนนี้เป็นช่วงที่อยากทำงานในเวลางานปกติมากขึ้น

แล้วก็ไปวัดมากขึ้นในช่วงระยะ 4-5 ปีนี้ ถือว่าเป็นช่วงชีวิตที่เข้าใกล้ธรรมะมากที่สุด ชีวิตสงบร่มเย็นดีมาก ปล่อยวางเรื่องราวทั้งหลายทั้งปวงได้ มีเวลาว่างก็ไปวัดสวดมนต์ วัดที่ไปบ่อยก็วัดบวร แล้วก็วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ไปปฏิบัติธรรมที่วัดนี้บ่อยที่สุด แล้วก็ไปเป็นจิตอาสาช่วยงานที่วัดท่าซุงเวลามีงานอยู่หลายครั้งแล้ว

“พอมีชีวิตใกล้ชิดพระพุทธศาสนามากขึ้น จิตใจเราก็เยือกเย็นมากขึ้น เหมือนได้ดื่มกินน้ำเย็นแล้วทำใจหัวใจเบิกบาน การมีธรรมะเอาไว้ก็เหมือนมีไม้ค้ำชีวิตไม่ให้เราซวนเซเมื่อเจออุปสรรคปัญหา นำไปปรับใช้ได้ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ทำให้มีขันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เวลาทำงานก็มีสติมากขึ้น” เธอกล่าวอย่างใจเย็น

สำหรับเรื่องงานนั้น เธอบอกว่างานผ่านสื่อตอนนี้ไม่มีเลย ตอนนี้เธอมีงานร้องเพลงทุกวันเสาร์ที่ Leela Bar ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน อาทิตย์ละวันเท่านั้น แล้วก็มีสอนร้องเพลงให้กับเด็กๆ วัย 4-12 ขวบ เนื่องจากเพื่อนของเธอเปิดโรงเรียนเล็กๆ สอนแอ็กติ้ง ก็เลยชวนเธอไปสอนร้องเพลงคู่กัน ซึ่งสอนมาได้ปีกว่าแล้วและสนุกกับงานนี้มาก

เธอบอกว่าตอนแรกๆ ก็ไม่คิดว่าจะไปสอนใครได้ แต่พอสอนได้เพียง 2 ครั้ง ก็พบว่าชอบมาก ก่อนหน้านี้มีคนมาชวนไปช่วยสอนเยอะ เธอก็ปฏิเสธตลอดเพราะไม่ชอบสอนหนังสือ แต่ตอนนี้พอมาลองกลับพบว่า มีความสุขมาก เป็นเรื่องใหม่ๆ ที่เธอได้ค้นพบตัวเอง จนถึงขั้นคิดว่าในอนาคตหลังจากเรียนจบปริญญาเอกแล้ว เธอจะเปิดโรงเรียนเล็กๆ สอนร้องเพลงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทำจริงจังเป็นอีกอาชีพหลักของเธอ

“ไม่เคยคิดว่าจะสอนได้เลย นี่เป็นการค้นพบพรสวรรค์ใหม่ในตัวเองอย่างคาดไม่ถึง โชคดีที่ว่าเราจบปริญญาโทด้านจิตวิทยามา แล้วอ่านหนังสือมาเยอะ ก็เลยนำมาใช้ได้ว่าเวลาเราจะสื่อสารกับเด็กควรจะพูดคุย หรือแสดงออกกับเด็กอย่างไรให้เขาสนุก ผ่อนคลาย ไม่น่าเบื่อ เราเข้าได้ถูกทาง การสอนเด็กก็ได้ฝึกวินัยในตัวเราเองด้วย เราต้องตื่นเช้าขึ้น ตรงเวลา เตรียมการมาสอนอย่างดี ได้ฟื้นฟูวิชาที่เราเคยเรียนมา ก็มีความสุขทั้งผู้สอนและผู้เรียน”

นอกจากนั้น เธอยังมีความคิดว่าหากเธอเรียนจบปริญญาเอกแล้ว เธออยากจะไปสอนวิชาพุทธศาสนา ให้กับโรงเรียนของวัดท่าซุง เพราะโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ เด็กนักเรียนต้องมีวิชาธรรมะเยอะกว่าโรงเรียนทั่วไป มีนั่งสมาธิ สวดมนต์ แล้วเป็นโรงเรียนที่เด็กสอบภาษาอังกฤษเกือบเต็มทั้งโรงเรียน เธอเคยไปเป็นวิทยากรบรรยายธรรมะให้เด็กๆ ครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกประทับใจมากๆ อยากกลับไปสอนอีก ระยะนี้มีความสุขกับการสอนหนังสือมากๆ

สำหรับตอนนี้เป้าหมายระยะสั้นในชีวิตก็คือ ต้องการจะเรียนปริญญาเอกให้จบสักที ตอนนี้เข้าปีสุดท้ายแล้ว เมื่อจบแล้วก็อยากจะไปสอนหนังสือมากขึ้น ทั้งสอนร้องเพลงหรือไม่ก็สอนวิชาศาสนาซึ่งสนใจงานด้านการสอนมากยิ่งขึ้น ตอนนี้เวลาที่เธอสอนร้องเพลงนั้น เธอไม่ได้สอนแค่การร้องเพลง แต่เธอจะสอนจริยธรรมสอดแทรกไปด้วย

“เวลาที่เราได้ไปสอนหนังสือแม้กระทั่งสอนร้องเพลง เราก็ได้นำหลักธรรมะ นำเรื่องศาสนาเข้าไปสอดแทรกด้วยเสมอ มีความรู้สึกว่าธรรมะถ้าเริ่มสอนกันตั้งแต่วัยเด็กมันดีกว่าอยากติดอาวุธ อยากให้เด็กๆ มีวัคซีนใจเอาไว้ป้องกันจิตใจไม่ให้หวั่นไหวอะไรง่ายๆ กับเรื่องรอบตัว เคยไปเจอเด็กต่างจังหวัดอย่างอำเภอไกลๆ อายุ 15-16 ปี ก็ตั้งท้องกันแล้ว เพราะเด็กขาดความรู้ในหลายเรื่องๆ ทำให้เขาไม่เท่าทันโลก อยากให้เขามีวิชาใจไว้ดูแลตัวเองกันได้สักระดับหนึ่งก็ยังดี และถ้ามีโอกาสก็อยากจะได้ไปเป็นวิทยากรบรรยายธรรมะให้กับผู้สูงวัยด้วย การได้น้อมนำเอาธรรมะมาใช้ในชีวิตมันทำให้เรามีความสุข อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่ยึดติดอะไรมากนัก อยากให้ทุกคนมีความสุขใจทั้งทางโลกและทางธรรม” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในส่วนของงานร้องเพลงนั้น ถ้ามีคนจ้างก็ยังอยากทำอยู่ เธอมีความถนัดด้านเพลงแจ๊ซ หรือเพลงละครบรอดเวย์ เพลงที่ใช้พลังเสียงเยอะๆ เป็นเพลงแบบผู้ใหญ่ๆ หน่อย ไม่ถนัดเพลงวัยรุ่นยุคนี้เท่าใดนัก 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ