ฟุตบอลโลก รัสเซีย 2018 อุณหภูมิเชียร์แฟนบอลไทย

วันที่ 02 มิ.ย. 2561 เวลา 12:59 น.
ฟุตบอลโลก รัสเซีย 2018 อุณหภูมิเชียร์แฟนบอลไทย
เรื่อง : ทีม@Weekly

ภาพ : เอเอฟพี/รอยเตอร์

ความตื่นตัวของคนไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกเดือนข้างหน้าที่มีเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย มีการคาดการณ์ว่าน่าจะมีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 6-7 หมื่นล้านบาท

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยผู้อำนวยการศูนย์ฯ ธนวรรธน์ พลวิชัย ออกมาประเมินว่าการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่จะมีมูลค่าการใช้จ่ายในประเทศไม่ต่ำกว่า 6-7 หมื่นล้านบาท และช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.4-0.5% ยิ่งทำให้หลายธุรกิจสบโอกาสเริ่มทยอยออกมาเปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมการขายก่อนที่จะถึงช่วงเวลาสำคัญดังกล่าวกันอย่างคึกคัก

มาสำรวจถึงพลังเชียร์ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ของคนไทยที่จะรับชมถ่ายทอดสดกันครบทุกแมตช์ว่าคึกคักครึกครื้นกันอย่างไร?

ภาคธุรกิจเกาะอานิสงส์บอลโลกเปิดเกมชิงเงินสะพัด 6 หมื่นล้านบาท

ถือเป็นมหกรรมกีฬาที่ทุกคนทั่วโลกต่างตั้งตารอคอยสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.-15 ก.ค.นี้ จากความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันกีฬาดังกล่าว ทำให้หลายธุรกิจเล็งเห็นโอกาสที่จะออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงเวลาดังกล่าว

เริ่มจาก 9 องค์กรธุรกิจที่ลงขัน 1,400 ล้านบาท เพื่อนั่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งนอกจากใช้งบก้อนโตเพื่อเป็นเจ้าของสิทธิแล้ว ทั้ง 9 องค์กรยังได้มีการเตรียมงบไว้อีกก้อนหนึ่งสำหรับการทำกิจกรรมการตลาดในช่วงเวลาที่สำคัญดังกล่าว เพื่อสร้างแบรนด์สินค้า และกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นจากปกติ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ถือเป็น 1 ใน 9 องค์กรธุรกิจ ที่ออกมาใช้งบการตลาดสูงถึงกว่า 100 ล้านบาท ในการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับธุรกิจในเครือ 3 บริษัท คือบริษัท ซีพี ออลล์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งในส่วนของบริษัท ซีพี ออลล์ ได้ทำแคมเปญ“ลุ้นบินหรูบอลโลก กับเซเว่นอีเลฟเว่น”เพียงซื้อสินค้าครบ 40 บาท ก็มีสิทธิเข้าร่วมลุ้นโชคบินหรูไปดูบอลได้แล้ว

ขณะที่บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหารหรือซีพีเอฟ ก็มีแผนที่จะเปิดตัวอาหารเมนูใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติม เพื่อเอาใจแฟนลูกหนัง ส่วนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นก็เอาใจแฟนบอลให้ได้ชมการแข่งขันด้วยภาพที่มีความคมชัดทั้ง 64 แมตช์ ด้วยการเปิดตัวกล่อง “TrueVisions 4K ULTRA HD” โฉมใหม่ของการรับชมโทรทัศน์ ให้ประสบการณ์ความคมชัดระดับ 4K ULTRA HD เป็นครั้งแรกในไทย

เช่นเดียวกับสมาชิกแพลทินัมและโกลด์แพ็กเกจที่จะได้รับชมรายการคุณภาพที่มีความคมชัดสูงสุดในระบบ 4K ULTRA HD ซึ่งผู้ที่จะรับชมรายการ 4K ULTRA HD ได้จะต้องมีกล่องรับสัญญาณและทีวีที่รองรับสัญญาณ 4K เช่น ทีวีขนาด 55 นิ้วขึ้นไปและครั้งแรกกับการรับชมบอลโลกแบบเอชดี24 ชั่วโมง ทางช่อง TrueSport HD3 (ช่อง 668) สำหรับสมาชิกใหม่ทุกแพ็กเกจอีกด้วย

ในส่วนของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่นเองก็ได้ใช้งบประมาณถึง 195 ล้านบาท จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกไว้อย่างคึกคัก เช่น ทำแก้วคอลเลกชั่นทีมฟุตบอล 6 ประเทศ จำนวน 5 ล้านใบ ให้กับลูกค้าที่เติมน้ำมันครบตั้งแต่700 บาทขึ้นไป และการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกภายในร้านสพาร์ เป็นต้น

ด้านบีทีเอส กรุ๊ป ก็ออกมาใช้งบกว่า 100 ล้านบาท ทำกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่บีทีเอสคาดว่าจะเป็นไฮไลต์ในครั้งนี้คือการถ่ายทอดการแข่งขันบนทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบริเวณสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ และสถานีช่องนนทรี

อีกหนึ่งบริษัทจาก 9 องค์กรเอกชนที่ออกมาใช้งบทำกิจกรรมการตลาดในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตจากปกติคือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ด้วยการจัดกิจกรรมถ่ายทอดสดภายในร้านอาหารและเครื่องดื่มในเครือข่ายกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในร้านอาหารดังกล่าวได้รับความสุขจากการจัดกิจกรรม

ขณะที่ 9 องค์กรเอกชนออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกันอย่างคึกคักในส่วนของผู้ประกอบการทีวี ซึ่งถือเป็นสินค้ากลุ่มหลักที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ก็ออกมาเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่พร้อมทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกันอย่างคึกคัก

ทาคาชิ ซาซากิ ผู้อำนวยการส่วนการขายและการตลาด ผลิตภัณฑค์ อนซูมเมอร์บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย)กล่าวว่า ภาพรวมยอดขายทีวีช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค.ของปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากร้านค้าและแบรนด์ต่างๆ ร่วมกันทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะมียอดขายเติบโตจากปกติสูงถึง 50%

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขายที่พานาโซนิคจะนำมากระตุ้นยอดขายช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกคือ แคมเปญ “Enjoy Match Enjoy Big Size” โดยจะเริ่มวันที่ 1 พ.ค.-30 มิ.ย. 2561 ด้วยการมอบโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เมื่อซื้อพานาโซนิค OLED TV รับพานาโซนิค สมาร์ททีวี 55 นิ้ว หรือเครื่องเล่นบลูเรย์ 4K Player พร้อมรับสิทธิผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน ซึ่งหลังจากจบแคมเปญดังกล่าวคาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปกติ 30% และส่งผลให้ภาพรวมสิ้นปีมียอดขายทีวีเติบโต 5%

ด้าน ฉันท์ชาย พันธุฟัก ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเซ่นส์กล่าวว่า ปีนี้ได้เปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ทั้งระบบสมาร์ททีวี ยูเอชดีทีวี โฟร์เคยูเอชดี ขนาดหน้าจอตั้งแต่ 43-100 นิ้ว ทำตลาดในไทยทั้งหมด 7 รุ่น ควบคู่ไปกับการทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้า เพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกนี้ โดยตั้งเป้าหมายช่วยผลักดันให้มียอดขายเพิ่มจาก 200 ล้านบาทเป็น 500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2561

เช่นเดียวกับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่คาดหวังว่าการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่เกิดขึ้นระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ จะช่วยให้ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยในส่วนของบริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ ผู้ดำเนินธุรกิจเบเกอรี่ภายใต้แบรนด์ฟาร์มเฮ้าส์ ได้ออกมาเปิดตัวแคมเปญการตลาดในรูปแบบการชิงโชคของรางวัล ควบคู่ไปกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ และการจัดทำโปรโมชั่นเพื่อผลักดันให้ช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นจากปกติ

ในสว่ นของกล่มุ ผลิตภัณฑเ์ ครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวอย่างบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย)เทรดดิ้ง ก็ออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างคึกคัก เช่น ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกจะมีการใช้กลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งกับผลิตภัณฑ์มันฝรั่งทอดกรอบเลย์ ด้วยการนำนักเตะระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี มาติดบนแพ็กเกจของเลย์ เป็นต้น

ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ประกอบการห้างค้าปลีกเองก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป ด้วยการออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกันอย่างคึกคัก เห็นได้จากห้างเทสโก้ โลตัส ที่ออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้วยการร่วมมือกับคู่ค้าในการจัดแคมเปญลดราคาสินค้าหลากหลายหมวดหมู่บนช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ลาซาด้าโดยมีสินค้าไฮไลต์ลดราคาสูงสุดถึง 50% ในสินค้าแผนกสุขภาพและความงาม และแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่กลุ่มสินค้าแม่และเด็กเองก็ทำกิจกรรมลดราคาสูงสุด 33%

ฟากบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขอส่งแผนกสปอร์ตมอลล์ และเพาเวอร์มอลล์ออกมาทำกิจกรรมการตลาดตลอดในช่วงเวลาของการแข่งขัน เพื่อกระตุ้นให้สินค้าทั้งสองแผนกมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นจากปกติไม่ต่ำกว่า 30%

จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป ผู้บริหารสปอร์ตมอลล์ และเพาเวอร์มอลล์ กล่าวว่า กลยุทธ์ที่นำมาใช้ในครั้งนี้คือ ครอส โปรโมชั่น (Cross Promotion)ด้วยการนำ 2 แผนกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกัน โดยในส่วนของสปอร์ตมอลล์ได้จัดแคมเปญพิเศษ SPORT MALL CHEER TOGETHER 2018 ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.-15 ก.ค.นี้ ด้วยการจับมือกับโค้กสร้างประสบการณ์และบรรยากาศของการแข่งขันฟุตบอลอย่างยิ่งใหญ่ โดยการรวบรวมสินค้าลิขสิทธิ์เวิลด์คัพคอลเลกชั่นพร้อมเสื้อแข่งขันทีมชาติชั้นนำที่ร่วมแข่งขันในฟุตบอลโลก 2018 อย่างครบถ้วน รวมไปถึงกลุ่มสินค้ากีฬาฟุตบอล รองเท้า และอุปกรณ์ต่างๆ จากแบรนด์ชั้นนำมาลดราคาสูงสุด 50% พร้อมรับสิทธิต่างๆ มากมาย

ขณะที่เพาเวอร์มอลล์ก็นำสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นไฮไลต์ในช่วงฟุตบอลโลกอย่างทีวีมาลดราคาสูงสุด 50% พร้อมนำเสนอทีวีจอขนาดใหญ่ตั้งแต่ 40 นิ้วขึ้นไป มาทำกิจกรรมการตลาดผ่านแคมเปญPOWER MALL BIG SCREEN ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.-15 ก.ค. 2561

ด้านบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล ก็ได้มีการผนึกกำลังกับธุรกิจในเครืออย่างเพาเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต และท็อปส์ ใช้งบ 10 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ World Soccer’18 ช้อป เชียร์ ลุ้นโชค ระหว่างวันที่16 พ.ค.-15 ก.ค. 2561 เพื่อเกาะกระแสการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการจัดโปรโมชั่น ทั้งลด แลก แจก และได้ลุ้น คืนกำไรครั้งยิ่งใหญ่ให้กับลูกค้า

การทำการตลาดของเพาเวอร์บายครั้งนี้ นอกจากลูกค้าจะได้ซื้อสมาร์ททีวีตั้งแต่ 32-75 นิ้ว ในราคาพิเศษแล้ว ยังมีดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร่วมกับบัตรเครดิตชั้นนำมอบเป็นส่วนลดพิเศษสูงสุด 20% และผ่อน 0% นาน 10 เดือน ให้กับลูกค้า เพื่อผลักดันให้ทีวีมียอดขายเพิ่มขึ้น 20-30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560

ฝั่งซูเปอร์สปอร์ตก็ได้มีการขนสินค้าและอุปกรณ์กีฬาหลากหลายแบรนด์ หลากหลายรายการมาจำหน่ายในราคาพิเศษพร้อมมอบสิทธิลุ้นโชครับของรางวัลต่างๆ มากมายรวมมูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท ช่วงที่มีการจัดกิจกรรมดังกล่าว คาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปกติประมาณ 15%

ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือท็อปส์อย่างร้านเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ มาร์เก็ตท็อปส์ ซูเปอร์ สโตร์ และท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขา ก็ทำกิจกรรมช็อปเชียร์ ลุ้นโชค ลุ้นรับ ท็อปส์ กิฟต์ การ์ด จากการลุ้นรางวัลผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดลดสูงสุด 50% กับสินค้าซื้อ 1 แถม 1 และสินค้าเรดฮอต ซื้อ2 แถม 1 เพื่อผลักดันให้มียอดขายเพิ่มขึ้นจากปกติ 15%

ปิดท้ายที่ห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ออกมาทำโปรโมชั่นผ่านแคมเปญบิ๊กแมตซ์ บิ๊กคุ้ม รับบอลโลก กับสินค้าราคาสุดพิเศษมีที่บิ๊กซีเท่านั้น เช่น ทีวีดิจิทัล ราคาเริ่มต้น 3,990 บาท หรือโปรโมชั่น ซื้อคู่สุดคุ้ม เมื่อซื้อทีวีซัมซุง ยูเอชดีทีวี คู่กับเครื่องเล่นบลูเรย์ มูลค่า 16,490 บาท จากปกติ 22,980 บาท พร้อมฟรีบริการจัดส่งและติดตั้ง เมื่อซื้อตามเงื่อนไขที่กำหนดและพิเศษสุดกับโปรโมชั่นผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน พร้อมรับเงินคืนสูงสุด 1.5 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังสามารถลุ้นรับทีวีจอยักษ์55 นิ้ว มูลค่า 5 หมื่นบาท ซึ่งหลังจากจบแคมเปญดังกล่าวบิ๊กซีคาดว่าจะมียอดขายเติบโตจากปกติไม่ต่ำกว่า 10%

สถานบันเทิงขยับตัวรับแฟนบอลดูถ่ายสด

การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 จากประเทศรัสเซียที่เป็นเจ้าภาพในปีนี้ มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการชมของคนไทย เพราะเวลาการแข่งขันเริ่มตั้งแต่ช่วงหัวค่ำประมาณ 2 ทุ่ม ไปจนถึงประมาณตี 2 สำหรับฟุตบอล 3 คู่ ทำให้ตลาดร้านอาหารผับ บาร์ และสถานบันเทิงต่างๆ ขานรับกันเต็มที่ เพราะจะเป็นการเรียกลูกค้าให้มาชมถ่ายทอดสดกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ธวัชชัย จารนัย ผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มมูนไชน์บาร์ ย่านข้าวสารและซอยรามบุตรี ซึ่งจัดเทศกาลชมถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกและฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมาทุกครั้ง ก็เตรียมจัดอีเวนต์ของร้านในเทศกาลฟุตบอลโลก 2018 อย่างเต็มที่

“ช่วงฟุตบอลโลกจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวในรอบ 1 เดือนเต็มที่มีการแข่งขัน ร้านผมมีจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ถ่ายทอดสดให้คนที่มาที่ร้านได้ชมกันอย่างเต็มที่ และมีการขยายพื้นที่ของร้านให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้”

แน่นอน ในฟุตบอลโลก 2018 ธวัชชัยจะทำให้ร้านของเขากลายเป็นหมุดหมายของกรุงเทพฯ ที่ให้คอบอลมาชมกันอย่างเต็มอิ่มพร้อมของรางวัลลดแลกแจกแถมกันอย่างเต็มที่ โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับสปอนเซอร์ต่างๆ

“ผมเตรียมการไว้อย่างมาก เพราะทำมาเป็นประจำอยู่แล้ว ที่นี่จะมีความพิเศษอย่างมาก คือเป็นแหล่งรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่แล้ว การมาชมที่ร้านจะได้เห็นบรรยากาศของกองเชียร์และผู้ชมนานาชาติที่เดินทางมาจากทั่วโลกอยู่แล้วซึ่งมีเสน่ห์การเชียร์ไม่เหมือนที่ไหน”

ครั้งนี้ ธวัชชัยบอกว่าเขาจะเชิญนักพากย์ฟุตบอลชื่อดังมาพากย์กันสดๆ หน้าจอในรอบและคู่แข่งขันที่สำคัญ ซึ่งจะเพิ่มดีกรีความสนุกสนานให้กับลูกค้าคนไทยในอีกระดับหนึ่งด้วย

จากความเคลื่อนไหวของมูนไชน์บาร์แสดงให้เห็นถึงสถานบันเทิงยามค่ำคืนซึ่งเป็นที่แฮงเอาต์จะกลายเป็นชุมชนของคอบอลหรือคอมมูนิตี้ของการชมฟุตบอลโลก 2018 ไปอย่างถ้วนทั่วทุกพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ต้านพนันฟุตบอลโลกธรรมเนียมปฏิบัติประจำเทศกาล

ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก สิ่งที่จะมาควบคู่ไปด้วยกันคือการเล่นพนันฟุตบอลซึ่งในประเทศไทยต้องยอมรับกันตรงๆ ว่าทุกวันนี้เด็กไทย วัยรุ่น วัยทำงาน ไม่ว่าหญิงชายลุยเล่นพนันฟุตบอลกันเป็นว่าเล่น

สำหรับการป้องกันแล้ว แน่นอนว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องวางแผนป้องกันการพนันฟุตบอลให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นกว่าครั้งไหน ส่วนหนึ่งจากที่ตำรวจมองเห็นภาพก็เพราะทุกวันนี้การพนันฟุตบอลเข้าสู่ยุคออนไลน์อย่างรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเล่นพนันได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ความเข้มงวดในการปราบปรามของตำรวจจึงต้องเข้มข้นและทันการณ์ด้วยเช่นกัน

เพราะทุกวันนี้ถือว่าได้การพนันฟุตบอลเข้ามาใกล้ตัวคนมากยิ่งขึ้น เพราะการเล่นพนันแสนง่ายผ่านมือถือสมาร์ทโฟนของตัวเอง

แหล่งข่าวที่เป็นตำรวจนายหนึ่งบอกเล่าว่า การพนันฟุตบอลในยุคนี้มีจำนวนน้อยที่ยังเดินไปแทงตามโต๊ะต่างๆ เพราะกลายเป็นว่าการแทงบอลสามารถทำได้ผ่านโทรศัพท์มือถือแล้ว โดยมาทุกแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่จะสามารถสื่อสารและเป็นช่องทางการรับแทงพนันได้ หนำซ้ำยังมีผลการวิเคราะห์จากบุคคลต่างๆ ที่อ้างตัวว่าเป็นเซียน ส่งข้อมูลผ่านไลน์ของสมาชิกเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเล่นการพนันมากขึ้น

“คนในเมืองก็เข้าถึงได้ง่าย ส่วนใหญ่พวกนี้จะมีโต๊ะใหญ่หรือกลุ่มพนันฟุตบอลจากต่างประเทศเข้ามาร่วมกับเครือข่ายในประเทศไทยให้จัดหาการรับแทงพนันฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลลีกภายในหรือต่างประเทศ และยิ่งฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ก็คาดว่าจะมีการพนันจำนวนมาก”ตำรวจคนเดิมที่ไม่ขอเปิดเผยนาม อธิบาย

นายตำรวจคนเดิมเล่าให้ฟังอีกว่า ปัจจุบันในแถบต่างจังหวัดจะเป็นลักษณะการโทรศัพท์ไปยังโต๊ะ หรือกับคนเดินโพยเพื่อขอแทงบอลซึ่งลักษณะนี้ยังมีอยู่มาก และทำให้คนเดินโพยพบว่าทำกันเป็นอาชีพเสริมก็ยังมี โดยจะมีรายได้จากยอดการเข้าแทงพนันฟุตบอลที่ตัวเองหามาได้เพื่อส่งให้กับโต๊ะใหญ่

“การพนันฟุตบอลมีทุกแวดวง ทั้งส่วนราชการหรือภาคเอกชน มันปราบยากมาก”ตำรวจชุดปราบปรามสะท้อนภาพ

อย่างไรก็ตาม มาตรการของตำรวจในการป้องกันพนันฟุตบอลโลกครั้งนี้นั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เพิ่งตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล มุ่งเน้นเป็นพิเศษไปที่เรื่องของการเฝ้าระวังทางเทคโนโลยี ซึ่งจะต้องป้องกันระวังไม่ให้เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์พนันฟุตบอลซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ต่างประเทศ ไม่ให้เคลื่อนไหวได้อย่างเด็ดขาด รวมถึงการติดตามเฝ้าระวังและตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ที่มีการโฆษณาเว็บพนันฟุตบอลแฝงอยู่ด้วย

แต่ที่น่าจะเข้มข้นอย่างมากก็คือการบังคับใช้กฎหมายในการเล่นพนันฟุตบอลอย่างเข้มข้น โดยล่าสุดที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันชัดเจนว่า ถ้าพบการกระทำความผิดต้องดำเนินการอย่างจริงจังโดยเฉพาะการใช้กฎหมายฟอกเงินมายึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดพนันฟุตบอลด้วย

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่าศูนย์ดังกล่าวจะประกอบด้วยหน่วยต่างๆ อาทิ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ปอท. สตม. ปปง.เป็นต้น โดยจะดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง เน้นมาตรการเชิงรุกด้านการป้องกันเน้นการตรวจสอบเว็บไซต์ที่มีการรับทายพนันผลฟุตบอลออนไลน์ ยืนยันตำรวจมีฐานข้อมูลของเว็บไซต์ต่างๆ อยู่แล้ว ทั้งเว็บที่มีเซิร์ฟเวอร์ในและต่างประเทศ

ส่วนกรณีเว็บเพจต่างๆ โดยเฉพาะเพจทางเฟซบุ๊กที่พบว่ามีการขึ้นข้อความโฆษณาเชิญชวนให้ทายผลพนันฟุตบอลทางเว็บไซต์พิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การพนันฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่หากพบว่ามีการกระทำผิด ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.ดำเนินการยึดทรัพย์สินต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทายผลพนันฟุตบอลออนไลน์ยินดีเปิดรับฟังและรับแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชนและเอกชน ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุในอนาคตเตรียมพิจารณาตั้งศูนย์ดังกล่าวถาวรเพื่อดำเนินการป้องกันและปราบปรามเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังในอนาคตต่อไปก่อนหน้านี้ 11 องค์กรภาครัฐและเอกชนจับมือป้องกันเด็กและเยาวชนจากภัยร้าย“พนันบอลออนไลน์” ที่คาดว่ามีเยาวชนติดการพนันบอลโลกครั้งนี้กว่า 3 ล้านคน