โสดแต่ปัง!! โสดทั้งทีต้องระดับพรีเมียม

  • วันที่ 24 พ.ค. 2561 เวลา 11:44 น.

โสดแต่ปัง!! โสดทั้งทีต้องระดับพรีเมียม

เรื่อง อณุสรา ทองอุไร ภาพ Pixabay

ไม่ได้ตั้งใจจะโสด แต่เมื่อจะโสดทั้งทีก็เลือกโสดอย่างพรีเมียม โสดแบบมีคุณค่าน่าเอ็นดู เพราะการเป็นโสดไม่ได้ยากอย่างที่คิด วันนี้ยกประเด็นเรื่องโสดมาเขียน เพราะไปเจองานวิจัยล่าสุด จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เผยข้อมูลประชากรและสัดส่วนระหว่างเพศชายและเพศหญิง ปี 2560 โดยทั้งประเทศไทย 66,188,503 คน เป็นชาย 32,454,906 คน หญิง 33,780,597 คน หญิงมากกว่าชาย 1,325,691 คน จังหวัดที่มีประชากรมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ 5,692,284 คน เป็นชาย 2,695,519 คน หญิง 2,996,765 คน หญิงมากกว่าชายประมาณ 301,246 คน

ถ้าหากจำแนกตามช่วงอายุของประชากรไทยนั้น ช่วงแรกเกิดจนถึง 24 ปี ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่พอวัย 25-54 ปีนั้น ผู้หญิงจะเริ่มมากกว่าผู้ชายขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวัย 65 ปีผู้หญิงมากกว่า ผู้ชายถึง 10.4%

ช่วงวัยที่สัดส่วนผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย คือตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป และในปี 2563 ประเทศไทยจะมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 1.5 ล้านคน โดยเฉพาะผู้หญิงตัวคนเดียวจะมีเพิ่มมากขึ้นประมาณ 5.6 ล้านคน ในจำนวนดังกล่าวนั้นรวมถึงผู้หญิงที่เป็นม่าย และผ่านการหย่าร้าง มีสาเหตุมาจากการที่ผู้ชายมีแนวโน้มเสียชีวิตเร็วกว่า และมีแนวโน้มแต่งงานใหม่มากกว่าผู้หญิง จึงทำให้มีผู้ชายที่ผ่านการหย่าร้างและพ่อม่ายน้อยกว่าด้วย

โห...ประเทศไทยผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิงเฉลี่ย 1.29 ล้านคน ดังนั้นเป็นที่แน่นอนแล้วว่ามีแนวโน้มอย่างสูงที่อีก 5 ปีข้างหน้า สาวไทยจะโสดเพิ่มขึ้นทั่วเมือง ดังนั้นไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ สาวๆ จ๋าคุณจะต้องถูกยัดเยียดความโสดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น อย่านิ่งนอนใจ เมื่อคาดว่าเลี่ยงไม่ได้ ก็แอ่นอกรับอย่างสง่าผ่าเผยไปเลยแล้วกัน ต่อไปนี้จะเล่าถึงข่าวดีของการเป็นโสด พร้อมทั้งวิธีการโสดแบบปังๆ ให้มีความสุข

“โสด” เทรนด์ใหม่ของสาวสมัยนี้

ไม่ว่าจะโสดมานานแล้ว หรือเพิ่งโสดแบบไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ก็ตาม คุณได้กลายเป็นคนเทรนดี้ไปแล้ว เพราะในปัจจุบันไลฟ์สไตล์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประชากรของประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็คือ ไลฟ์สไตล์แบบคนโสด  อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา จำนวนบ้านที่มีเจ้าของบ้านเป็นคนโสดเพิ่มขึ้นเป็น 21% ในช่วงปี 1990 และในปี 2000 ชาวอเมริกันราว 27.2 ล้านคน อาศัยอยู่คนเดียวคิดเป็น 9.7 % ของประชากรทั้งหมด หรือว่าความโสดเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่เลือก ด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตารับชะตากรรมแห่งความโสด เพราะไม่มีใครมาสนใจ ฉะนั้นคงไม่มีอะไรที่ต้องทำใจต้องจำใจโสด เพราะเลือกที่จะเป็นโสดดีกว่า

จากผลการสำรวจ พบว่า เหตุผล 3 อันดับแรก ที่ทำให้คนสมัยนี้พร้อมใจกันโสดคือ อิสรภาพ ความเป็นตัวของตัวเอง และเงิน ซึ่งสอดคล้องกับสถิติของสหรัฐที่ระบุว่า ในปัจจุบันผู้หญิงเลือกที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะรายที่หาเลี้ยงตัวเองได้ดี มีชีวิตที่เพียบพร้อม และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

นอกจากนี้ ยังมีสถิติที่ระบุว่า ชาวอเมริกันที่โสดมักมีอัตราการเพิ่มของน้ำหนักน้อยกว่าคนที่แต่งงานแล้ว เพราะคนโสดมีเวลาออกกำลังกาย และดูแลภาพลักษณ์ของตนเองมากกว่าคนที่แต่งงานแล้ว อีกทั้งผลการสำรวจของ The Economic and School Research Council (ESRC) ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า ผู้หญิงอายุมากกว่า 60 ปีที่อยู่อย่างคนโสด ไม่ว่าจะเป็นม่ายเพราะหย่าร้าง แยกกันอยู่ หรือไม่ได้แต่งงานก็ตามมักจะมีความสุข มีอัตราการเกิดอาการซึมเศร้าน้อยกว่า และมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่าผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับสามี

ผลวิจัยของ ดร.เบลลา เอ็ม.เดเปาโล พบว่า การแต่งงานนำมาซึ่งความสุขเพียงไม่นานเท่านั้น นั่นคือช่วงเวลาที่ใกล้กับพิธีแต่งงาน ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับความสงบสุขที่ยั่งยืนและสภาพจิตใจและอารมณ์ที่เสถียรกว่าของคนโสด อร้าย!! อ่านมาถึงตรงนี้ชักแฮปปี้กับความโสดขึ้นมาแล้วสิ

นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ

นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สังคมยุคนี้คนเลือกเป็นโสดกันมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงไทยพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น มีความทัดเทียมผู้ชายเกือบทุกด้าน เพราะวัฒนธรรมสังคมเปลี่ยนไป สังคมเองก็เข้าใจ ไม่ได้กดดันหรือคิดว่าเป็นเรื่องผิดแปลกอีกต่อไป ถ้าสาวคนใดจะเลือกเป็นโสด ถ้าหาคู่ที่ดีพอไม่ได้ จะแต่งไปเพื่ออะไร เพียงแต่ต้องวางแผนอนาคตไว้ให้พร้อม

1.ดูแลตัวเองให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่ายๆ หมั่นออกกำลังกาย เลือกกินอาหารที่ดี

2.มีงานการที่มั่นคงทำ ใช้ชีวิตมีคุณค่าไม่เลื่อนลอยไปวันๆ

3.วางแผนการเงินให้เพียงพอ เตรียมไว้ยามเกษียณ อย่าช็อปปิ้งจนไม่มีเงินเก็บเพียงพอไว้ใช้ยามเกษียณ

4.มีกิจกรรมที่มีความสุข เช่น ไปออกกำลังกาย เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ปลูกต้นไม้ ไปวัดทำบุญ ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ เดินทางท่องเที่ยว

5.ดูแลสุขภาพจิตให้ดี หมั่นตรวจสอบตัวเองถ้าเครียด หาคนพูดคุยที่ไว้ใจได้ หรือไปปรึกษาจิตแพทย์ การไปพบจิตแพทย์ก็เหมือนการไปตรวจสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด หรือโทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323

6.ไปทำงานจิตอาสาเพื่อสังคม การมีความสุขไม่ได้เพื่อตัวเองเท่านั้น การช่วยเหลือให้คนอื่นมีความสุขก็เป็นความสุขที่มีคุณค่าทางใจอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน

ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต 

ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต ผู้อำนวยการบริษัท ลอว์ อัลลายแอนซ์ บริษัทกฎหมายที่ถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ในด้านภาษีธุรกิจของประเทศไทย ถือว่าเป็นนักกฎหมายหัวแถวของวงการภาษี และเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิคุณที่ให้ทุนการศึกษาแก่แพทย์พยาบาลที่ขาดทุนทรัพย์และกำลังจะสร้างบ้านพักพิงให้กับสุนัขจรจัด เธอเป็นสาวสวย เก่งและเป็นโสด ในวัย 40 ต้นๆ ที่บริหารความโสดได้อย่างลงตัวและมีคุณค่า เธอยอมรับในความโสดของตัวเองด้วยความสดใส พยายามดูแลตัวเองให้อ่อนกว่าวัย ออกกำลังกาย เดินทางท่องเที่ยว จัดการเรื่องการเงินอย่างมีวินัย ลงทุนเพื่อให้เกิดความมั่นคงในบั้นปลายชีวิต ทำตัวเองให้มีความสุขในทุกๆ เรื่อง รักตัวเองให้เป็น

“เมื่อเรารักตัวเองได้มากพอแล้วก็เอาเวลาที่เหลือไปทำงานจิตอาสาเพื่อคนอื่นๆ เพื่อสังคมบ้าง การมีความสุขให้ตัวเองแล้วก็ทำให้คนอื่นมีความสุขด้วยก็เป็นความอิ่มใจอีกแบบหนึ่ง มันทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าและมีประโยชน์ ทำชีวิตให้ดีๆ เท่ากับเป็นการดูแลตัวเองได้ดี ไม่ว่าจะโสดหรือไม่เราก็ควรพึ่งพาตัวเองให้ได้ ทำตัวเองให้มีคุณค่า ดูแลร่างกาย จิตใจ ให้สดใสอยู่เสมอ ให้คนอื่นอิจฉาชีวิตโสดของเรา (หัวเราะ)”

ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ

ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ นักแสดงและพิธีกรสาวหมวย สวยเซ็กซี่ ที่คร่ำหวอดในวงการมาตั้งแต่วัยรุ่น และยังครองตัวเป็นโสดอยู่ถึงทุกวันนี้ กล่าวว่า บางช่วงก็มีหนุ่มรู้ใจ แต่ก็ยังไม่ลงตัวที่จะตัดสินใจแต่งงาน ไม่ได้คิดว่าจะเป็นโสดหรือไม่ ถ้ามีคนดีที่ถูกใจจริงๆ ก็จะสละโสด แต่ถ้ายังไม่ถูกใจจริงๆ ก็ไม่รู้จะแต่งไปเพื่ออะไร อยู่เป็นโสดก็สบายใจดี 

“คือเราก็เลี้ยงตัวเองได้ ไม่ได้คิดว่าจะแต่งงานเพื่อให้ผู้ชายมาเลี้ยงดู ไม่ว่าจะแต่งหรือไม่ก็ควรยืนด้วยขาตัวเอง ตอนนี้ก็ดูตัวเองให้ดีเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องการใช้ชีวิตทำให้ดีให้พร้อม หาเงิน บริหารต่อยอดให้เงินทำงานแทนเราได้ในอนาคต ก็ลงทุนในหุ้น คอนโด อสังหาริมทรัพย์ ลงทุนเรื่องเงินมานานแล้ว แต่ตอนนี้ออกกำลังกายมากขึ้น ลงทุนกับสุขภาพมากขึ้น เลือกกินให้ดี นอนให้เพียงพอ ดูแลตัวเองมากขึ้น มีสติมากขึ้น รู้จักใช้ชีวิตให้ดีขึ้น” เธอกล่าวอย่างมั่นใจ

เธอ บอกว่า ความรักที่ดีก็เหมือนปุ๋ยที่บำรุงชีวิตให้หวานฉ่ำมากขึ้น แต่ถ้ามีความรักที่เลวร้ายมันก็คือยาพิษที่คอยกัดกร่อนหัวใจ เธอไม่ปฏิเสธความรัก แต่ขอเลือกความรักกับคนที่ดีพอเท่านั้น แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ได้กังวลถ้าจะเป็นโสด เพราะการเป็นโสดก็มีอิสระสบายใจดีเหมือนกัน

โสดให้เป็นสุข

สิ่งที่คนโสดควรทราบ ก็คือ ทำอย่างไรถึงจะสามารถใช้ชีวิตโสดได้อย่างมีประโยชน์ คุ้มค่า และมีความสุข

1.ยอมรับความจริง การเป็นโสดอย่างมีความสุขต้องเริ่มตั้งค่าโปรแกรมตัวเองเสียใหม่ แทนการเดือดร้อนกับสถานภาพ เวลาตอบหรือกรอกแบบสอบถามสถานะว่าโสด หรือคำถามว่าทำไมถึงเป็นโสด เปลี่ยนมาเป็นยอมรับความจริง พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ว่าจะสร้างประโยชน์สูงสุดจากสถานภาพที่เป็นอยู่ได้อย่างไร

2.เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง คือ จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการสร้างพลังงานเชิงบวกขึ้นในใจเมื่อเรารู้สึกดีกับตัวเองอย่างแท้จริง รู้สึกตระหนักถึงคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าหาใครสักคน ที่จะรักและยืนยันถึงคุณค่าต่อไป เชอรี่ แลงก์เบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านไลฟ์สไตล์แบบคนโสดและผู้ก่อตั้งสังคมออนไลน์ SingleEdition.com ว่าแม้การตามหาความรักจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่านั้น ก็คือ การรักตัวเองให้เป็นเสียก่อน

3.ศึกษาตัวเองให้ดี ยิ่งคนเราใช้เวลาส่วนมากอยู่กับคนอื่นมากเท่าไร ตัวตนของเราก็ยิ่งมีโอกาสถูกกลืน ทำให้ลืมทบทวนความต้องการส่วนลึกของตัวเองและลืมทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเองอย่างแท้จริง จึงควรใช้เวลาแห่งการถือครองความโสด ชีวิตโสดให้มากที่สุดด้วยการทุ่มเทเวลาให้กับการทำความรู้จักตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง เดินทางท่องเที่ยวเรียนรู้ เปิดตา เปิดใจ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรียนรู้ชีวิต ผู้คน สังคม และสิ่งๆ ต่างรอบตัวด้วยหัวใจที่พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆท อยู่เสมอ

4.เปิดตัวเอง แม้ว่าการเป็นโสดจะเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเป็นโสดมานาน ก็อย่าปล่อยให้การอยู่กับตัวเองกลายเป็นคนโสดที่ปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก เพราะความเคยชินที่อยู่กับตัวเองตลอดเวลา ขยายฐานความสนใจของตนเอง ด้วยการรับรู้ข่าวสารต่างๆ ให้มากขึ้น ทำกิจกรรมให้หลากหลายขึ้น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นให้มากและหาโอกาสรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ สานสัมพันธ์กับกลุ่มคนที่ใช่ให้แน่นแฟ้นมากขึ้นก็จะกลายเป็นคนโสดที่มีเพื่อนมาก น่าคบหามีเสน่ห์น่าสนใจมากขึ้น

5.เลือกทำในสิ่งที่ใช่เท่านั้น หลังจากที่ได้ศึกษาเรียนรู้ตนเองและโลกภายนอกอย่างซาบซึ้งบ้างแล้ว ก็อย่าลืมที่จะเชื่อมั่นในจุดยืนของตนเอง ด้วยการคิด พูด ทำและเลือก เฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและผู้อื่น หากยังไม่พบคนพิเศษที่กำลังมองหา ก็ไม่จำเป็นจะต้องเลือกใครเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าเรามีใครสักคน เพราะไม่ใช่แค่ใครก็ได้

ข่าวอื่นๆ