เรือยอชต์ สิ่งที่ให้มากกว่าความสุข

  • วันที่ 26 ก.พ. 2561 เวลา 17:18 น.

เรือยอชต์ สิ่งที่ให้มากกว่าความสุข

เรื่อง โยธิน อยู่จงดี

พรินเซส 68 เรือยอชต์สุดหรูกำลังพาเรามุ่งหน้าไปสู่เกาะรังใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตออกไปราว 15 นาที ขอบฟ้าจรดผืนน้ำข้างหน้าดูกว้างไกล ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งคุ้นตา แต่สิ่งที่แตกต่างจากทุกครั้ง คือความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับเรากำลังนั่งเรือ แต่ราวกับว่าเรากำลังอยู่ในบ้านที่มีวิวทะเลและหมู่เกาะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาที่เคลื่อนผ่าน

วริศ ยงสกุล ผู้บริหาร บริษัท โบ๊ทลากูนยอชต์ติ้ง ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเรือยอชต์ระดับลักซ์ชัวรี่ อธิบายถึงการเดินทางด้วยเรือยอชต์ว่า "การเที่ยวด้วยเรือยอชต์เป็นการท่องเที่ยวที่ให้อิสระและความเป็นส่วนตัวมากกว่าการเดินทางในรูปแบบอื่น เหมาะสำหรับคนที่อยากจะพักผ่อนหลีกหนีจากผู้คน และใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างมีความสุขกับครอบครัวหลังจากทำงานหนักมานาน

เรือสามารถพาเราเที่ยวยังสถานที่ที่น้อยคนจะเข้าถึง ไปตามเกาะเล็ก เกาะใหญ่ ที่มีชายหาดสะอาด น้ำทะเลใส มีธรรมชาติสวยงามสมบูรณ์มากกว่า

นักท่องเที่ยวที่ใช้เรือยอชต์มีหลายระดับ หลากรูปแบบ ใช้เวลาเที่ยวไม่กี่วันจนถึงหลายเดือนก็มี ขึ้นอยู่กับว่าเขาอยากเดินทางไปที่ไหน และสามารถหาเวลาพักผ่อนได้เท่าไร หากเที่ยวในวันเดียวก็อาจจะขับเรือไปเที่ยวเกาะที่อยู่ไม่ไกลจากแผ่นดินใหญ่มากนัก หากมีเวลาหลายวันก็สามารถล่องเรือไปยังหมู่เกาะที่ห่างไกลออกไป เช่น มัลดีฟส์

บางท่านอยากแล่นเรือในยุโรปก็อาจจะใช้วิธีนั่งเครื่องบินไปลงที่ยุโรป แล้วเช่าเรือยอชต์ขับเที่ยวก็ได้เช่นกัน ไม่ได้มีข้อจำกัดว่าจะต้องใช้เวลาเที่ยวนานแค่ไหน หรือไปได้ไกลแค่ไหน เพียงแต่ถ้าใช้เรือลำเล็กก็อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องระยะทางที่สั้นกว่า ทำให้ต้องแวะเติมน้ำมันบ่อยกว่าลำใหญ่แค่นั้นเอง

เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายเวลาพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศในแต่ละครั้ง ขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวยุโรปไปกลับก็หมดหลายแสนแล้ว ยังมีค่าโรงแรมอีกหลายคืน แล้วยังไปเที่ยวได้แค่ประเทศเดียว แต่ถ้าเป็นเรือยอชต์ สามารถจอดแวะเที่ยวได้หลายที่ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การเดินทางรูปแบบอื่นไม่สามารถให้ได้มากเท่ากับเรือยอชต์"

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงแม้แต่น้อย เพราะเมื่อเราเดินขึ้นมาบนเรือยอชต์ พรินเซส 62 เรือรุ่นใหม่ล่าสุดที่ โบ๊ทลากูนยอชต์ติ้งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา แม้จะมีขนาดเล็กกว่าพรินเซส 68 ที่เพิ่งพาเราเที่ยวเกาะรังใหญ่ แต่การออกแบบภายในก็ดูกว้างขวางหรูหรา เต็มไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ มีชั้นดาดฟ้าเรือสำหรับนั่งรับลม จิบชาอังกฤษกับมาการงยามบ่าย

หรืออยากลงไปนั่งพักผ่อนในห้องนั่งเล่นดูรายการโทรทัศน์ หรือจะนอนเล่นแท็บเล็ตบนโซฟา ให้ความรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน แต่สามารถมองเห็นวิวทะเลรอบเรือได้อย่างเต็มตา เมื่อเรือเดินทางถึงเกาะก็เพียงแค่หาจุดทอดสมอ แล้วนั่งเรือเล็กลงไปเล่นน้ำริมหาดทรายขาว ที่ผู้คนไม่พลุกพล่านหรือมีเพียงแค่เราเป็นเจ้าของหาดชั่วคราว

จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเรือยอชต์จึงกลายเป็นสิ่งที่เหล่าเศรษฐีอยากได้มาครอบครอง รวมทั้งคนทั่วไปที่สนใจอยากจะเที่ยวด้วยเรือยอชต์กันมากขึ้น

ตามสถิติการเที่ยวด้วยเรือยอชต์ที่ได้จากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าทั่วประเทศไทยมีจำนวนเรือยอชต์ราว 2,000 ลำ ในจำนวนนี้ 70% เป็นเรือยอชต์ส่วนตัว นับเป็นการท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดไฮเอนด์ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงเฉลี่ยทริปละประมาณ 1 แสนบาท/คน เป็นอย่างต่ำ

80% ของค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ คือค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนที่เหลือเป็นค่าจ้างกัปตันเรือและลูกเรือ ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับกีฬาทางน้ำ หากเป็นการเช่าเรือยอชต์จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 2 แสนบาท

นอกเหนือจากเรือยอชต์ที่มีเจ้าของเป็นคนไทยแล้ว ยังมีเรือยอชต์แล่นจากต่างประเทศเข้าสู่น่านน้ำไทยในแต่ละปีเฉลี่ยราว 2,000 ลำ ข้อมูลล่าสุดที่สำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2559 มีถึง 2,625 ลำ มีทั้งชาวยุโรปและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย และมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นทุกปี บ่งบอกถึงความนิยมในการเดินทางด้วยเรือยอชต์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ขอยกตัวอย่างการเดินทางท่องเที่ยวด้วยเรือยอชต์ในเส้นทาง 7 วัน คือการขับเรือจากพัทยามาเที่ยวที่เกาะภูเก็ตด้วยเรือยอชต์จะใช้เวลาประมาณ 7 วัน ดูเหมือนจะใช้เวลานาน แต่ที่จริงแล้วเป็น 7 วันที่ได้เที่ยวตลอด เพราะในแต่ละวันเรือจะขับเลียบชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ ผ่านเกาะที่มีหาดทราย สามารถลงไปเล่นน้ำนอนริมหาด มีจุดจอดเรือดำน้ำ ดูปะการัง ตกปลา แวะเทียบท่าเติมน้ำมัน เช่ารถขึ้นไปเที่ยวบนฝั่ง แล้วกลับมาล่องเรือเดินทางต่อ ระหว่างทางจะแล่นผ่านมาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่เหมาะกับการช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม

แม้ผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญ แต่ไม่มีท่าเรือให้จอดก็ยังสามารถทอดสมอนอกชายฝั่งแล้วนั่งเรือเล็กเข้าชายหาดแล้วขึ้นไปเที่ยวต่อ จึงเป็นช่วงเวลา 7 วันที่ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่แต่บนเรือเสมอไป

ปราโมทย์ ดีชูศร กัปตันเรือผู้คร่ำหวอดการเดินเรือมากว่า 20 ปี ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเที่ยวด้วยเรือยอชต์ว่า การขับเรือยอชต์ด้วยตัวเองก็ไม่ยากเกินจะเรียนรู้ มีทั้งโรงเรียนฝึกอบรมที่สามารถเข้าไปเรียนได้ หมั่นศึกษาความรู้เรื่องการเดินเรือ กฎระเบียบมารยาทในการเดินเรือบ้าง และทดลองขับเรือด้วยตัวเอง หรือจะเริ่มจากการเรียนรู้การขับเรือ การดูร่องน้ำ การอ่านแผนที่ ฝึกการจอดเทียบท่า จากกัปตันเรือมาก่อนก็ได้เช่นกัน เมื่อคล่องแล้วก็สอบใบอนุญาตขับเรือจากกรมเจ้าท่า เพราะถ้าจะขับเรือยอชต์ด้วยตัวเองก็ต้องมีใบอนุญาตขับเรือเสียก่อน

เรือยอชต์รุ่นใหม่ๆ ขับง่ายมาก เพราะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเดินเรือให้มาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานครบครัน ทั้งเรดาร์สำหรับเดินเรือกลางคืน เครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าอำนวยความสะดวกในเรือ แผนที่นำทางระบบจีพีเอส ระบบลดการโคลงของเรือ ฯลฯ จึงทำให้เรือยอชต์เป็นเรือที่ขับง่าย มีความปลอดภัยสูง

หากมีสิ่งผิดปกติก็จะมีสัญญาณแจ้งเตือนดังขึ้นมาตลอด บางลำก็อาจจะติดเครื่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม หรือโซนาร์แบบเดียวกับเรือหาปลาเพื่อดูความลึกของทะเล ช่วยทำให้การขับเรือเวลากลางคืนมีความปลอดภัยมากขึ้น

ก่อนการเดินทางแต่ละครั้ง สิ่งที่กัปตันเรือต้องศึกษาล่วงหน้าให้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรือเล็กหรือเรือใหญ่ก็คือเส้นทางที่จะใช้เดินเรือ จุดแวะพักเติมน้ำมันและเสบียง แนะนำว่าควรหาจุดแวะเติมให้เต็มอยู่ตลอด เพราะบางครั้งอาจจะมีแผนแวะเที่ยวเพิ่มระหว่างการเดินทางจะทำให้เที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น สมัยก่อนต้องอาศัยวิธีการกางแผนที่แล้ววัดมุมคำนวณพิกัดและระยะทาง แต่สมัยนี้ใช้ดาวเทียมจีพีเอสกันหมดแล้ว มีแผนที่แสดงเขตน้ำตื้นน้ำลึก พิกัดท่าเรือและจุดจอด แค่พิมพ์สถานที่ที่ต้องการไปก็แค่ขับไปตามเส้นทางที่แผนที่นำทางไปก็ถึง"

เมื่อเราสอบถามถึงการใช้ชีวิตในเรือยอชต์ในแต่ละช่วงเวลาของนักท่องเที่ยว กัปตันจึงเล่าต่อว่า ส่วนมากแล้วก็จะเป็นการเดินทางแวะจอดเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง บ้างก็จอดลงเล่นน้ำ ดูปะการัง พายเรือหรือขี่เจ็ตสกี บ้างก็ทำบาร์บีคิว หรือประกอบอาหารทะเลกินกัน แล้วแต่ว่านักท่องเที่ยวจะมีแผนทำกิจกรรมอะไรบ้าง

ตอนกลางคืนก็เข้าพักเปิดเครื่องปั่นไฟใช้ภายในเรือ เปิดเครื่องปรับอากาศและระบบกันโคลงเรือ ลองสังเกตดูว่าเรือยอชต์จะไม่ค่อยมีอาการโคลงเคลงซ้ายขวา ซึ่งทำให้เกิดอาการเมาเรือ แต่จะมีการยกหัวท้ายตามปกติ แต่เวลาจอดเรือจะต้องจอดในส่วนที่มีคลื่นลมค่อนข้างสงบ เวลาเข้านอนจึงจะไม่รู้สึกโคลงเคลงเมาเรือมากนัก

สำหรับลูกเรือก็จะมีห้องเล็กๆ สำหรับนอนใต้ท้องเรือใกล้ห้องเครื่อง แต่ส่วนมากแล้วจะใช้เป็นที่เก็บสัมภาระแล้วนอนบนดาดฟ้าเรือกันมากกว่า เพราะหากเกิดมีลมพายุเข้ามากะทันหันหรือเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด นอนอยู่ในเรือจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบๆ เรือ จะออกมาแก้ไขก็อาจจะช้าเกินไป

คนที่สนใจอยากจะซื้อเรือยอชต์สำหรับพาครอบครัวไปเที่ยว วริศ แนะนำว่า สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องบริการหลังการขาย ที่ควรจะมีครบวงจรตั้งแต่บริการลูกเรือ รับฝากเรือ มีช่างซ่อมบำรุงตามชั่วโมงทำงาน บริการดูแลรักษาระบบต่างๆ ภายในเรือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้

"ถ้าซื้อเรือใหม่การรับประกันในส่วนที่เป็นตัวเรือและเครื่องยนต์จะอยู่ที่ 2 ปี แต่ในเรือหนึ่งลำไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเรือกับเครื่องยนต์ ยังมีระบบเครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอื่นๆ ที่นำมาใส่ไว้ในเรือ มีระบบนำทางเรดาร์ และอื่นๆ ที่มีระยะเวลาในการรับประกันแตกต่างกันออกไป ถ้าบริการหลังการขายไม่ดีพอลูกค้าอาจจะเกิดความยุ่งยากในการติดต่อกับผู้ผลิตที่อยู่ต่างประเทศนัดหมายเดินทางมาซ่อมบำรุงในภายหลัง

ในขณะเดียวกันเรือแต่ละแบรนด์ก็จะมีคุณลักษณะโดดเด่นแตกต่างกันออกไปตามสไตล์ของแต่ละประเทศ บางแบรนด์ก็เด่นเรื่องการออกแบบภายใน บางแบรนด์ก็เด่นเรื่องเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตเรือ ขึ้นอยู่กับรสนิยม อีกทั้งเจ้าของแต่ละคนก็มีความต้องการในรายละเอียดต่างๆ ไม่เหมือนกัน เช่น การแบ่งสัดส่วนห้องนอน โต๊ะเครื่องใช้ ตำแหน่งโต๊ะและโซฟาภายในห้องนั่งเล่น การปรับฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในเรือให้ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน"

สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะเลือกเรือยอชต์แบบไหนก็ตาม สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความสุข ที่ไม่ใช่เพียงการครอบครองบ่งบอกฐานะ แต่เป็นความสุขที่ได้ซื้อเวลาแสนมีค่าที่ทุกคนในครอบครัวหรือเพื่อนๆ จะได้อยู่ร่วมกันต่างหาก n

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ