ไพโรจน์ ชื่นครุฑ บริหารชีวิตไม่ประมาท

  • วันที่ 25 พ.ย. 2560 เวลา 11:26 น.

ไพโรจน์ ชื่นครุฑ บริหารชีวิตไม่ประมาท

โดย ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

 หากกล่าวถึง ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จัดได้ว่าอยู่ในแวดวงธุรกิจเช่าซื้อมาอย่างยาวนาน จนถึงปัจจุบันก็มีอายุ 51 ปีแล้ว ซึ่งแม้จะมีเวลาอีกหลายปีก่อนถึงวัยเกษียณอายุ

 แต่ ไพโรจน์ ก็ได้วางแผนรับมือการเกษียณอายุไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และการวางแผนการเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ

 ไพโรจน์ กล่าวว่า ทุกวันนี้พยายามจะดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีที่สุดและทำในสิ่งที่ชอบให้นานที่สุด คือการขี่จักรยาน และตั้งใจจะขี่จักรยานเพื่อออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเกษียณอายุ หรือจนกว่าจะขี่จักรยานไม่ไหว

 “ผมจะขี่ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เช้า-เที่ยง เป็นช่วงเวลาของผมเลยก็ว่าได้ ภรรยาที่บ้านจะรู้เลย ผมไปขี่กับเพื่อนๆ สนิทสมัยเรียนมัธยมด้วยกัน 4-5 คน ซึ่งยังคบหากันอยู่จนถึงทุกวันนี้ อย่างผมเองตอนนี้ก็อายุ 51 ปีเข้าแล้ว เพื่อนๆ แต่ละคนก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว แต่มิตรภาพของเราก็ยังอยู่” ไพโรจน์ กล่าว

 อย่างไรก็ตาม การขี่จักรยานนอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ก็ยังผ่อนคลายได้ดีด้วย ได้คุยกันถึงเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่งานกันบ้าง ได้เห็นธรรมชาติสองข้างทางแตกต่างจากในเมือง

 ส่วนเส้นทางที่ไปประจำก็จะเป็นแบบเช้าไปเย็นกลับ เริ่มจากเวิร์คพอยท์ ขี่ไปตามถนนเลียบคลองเปรมประชากร ระยะทางไปกลับก็ประมาณ 50 กม. แต่เส้นทางนี้สามารถขี่ไปถึงอยุธยาได้

 "ได้เจอเพื่อนเก่า ได้คุยกันเรื่องอื่นๆ ทั่วไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องงาน ได้ดูธรรมชาติ และได้ออกกำลังกาย ผมถึงชอบขี่จักรยาน"

ไพโรจน์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้ซี่โครงหัก แต่ก็ยังไม่เข็ด อาจเป็นเพราะขี่เร็วเกินไป เวลาล้มเลยล้มแรง ทั้งๆ ที่พยายามลงแบบปลอดภัยที่สุดแล้ว ซึ่งดูแล้วความเร็วที่เหมาะสมและน่าจะปลอดภัยก็ประมาณ 20-25 กม./ชม. ทำให้ขี่ระมัดระวังมากขึ้น

 นอกจากนี้ บางสัปดาห์ถ้ามีเวลา ช่วงวันเสาร์ก็ขับรถไปพักผ่อนที่บ้านเขาใหญ่บ้าง

 "ไปปลูกต้นไม้ เย็นๆ ก็กลับเข้ากรุงเทพฯ แต่ถ้าเกษียณแล้วอาจมีเวลาพักผ่อนมากกว่านี้"

 ขณะเดียวกันก็วางแผนเรื่องบริหารเงินไว้รองรับวัยเกษียณด้วย แต่ให้เป็นหน้าที่ของบริษัทในเครือธนาคารกรุงศรี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เป็นผู้ดูแลให้

 "เขาจะเป็นมืออาชีพและมีความเชี่ยวชาญมากกว่าเรา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนต่างๆ หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ส่วนที่ลงทุนเองก็จะเป็นพวกที่ดิน ผมก็ซื้อเก็บไว้บ้าง ถ้ามีกำไรก็ขายออกไป เน้นทำเลที่ซื้อง่ายขายคล่อง อยู่ในตัวเมืองเป็นหลัก และยังเป็นการลงทุนที่ตัวเองชอบด้วย

 อย่างที่เขาใหญ่ ถ้าอนาคตไม่อยู่เองก็ขายได้ เพราะเลือกในที่ดินจัดสรรแบ่งขายเป็นแปลงๆ ทำให้มีความปลอดภัยและมีคนดูแลตลอด หรืออย่างที่นครปฐมก็อยู่กลางเมือง ปลูกต้นไม้ได้ หรือที่สุขุมวิท 101 ซึ่งเป็นบ้านหลังที่สอง ก็สามารถขายแปลงทรัพย์เป็นทุนได้ไม่ยากนัก"

 นอกจากนี้ ยังซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมอีก นอกเหนือจากสวัสดิการของที่ทำงานแล้ว จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล

 “การใช้ชีวิตหลังเกษียณ สิ่งสำคัญคือดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และถ้าอายุเยอะขึ้น ทำอะไรก็ต้องระวัง อย่าประมาท” ไพโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่นๆ