กระเจียว-ปทุมมา ราชินีฝนสู่ดอกไม้เศรษฐกิจส่งออก

วันที่ 09 ส.ค. 2560 เวลา 11:17 น.
กระเจียว-ปทุมมา ราชินีฝนสู่ดอกไม้เศรษฐกิจส่งออก
โดย...มัลลิกา นามสง่า

เวลานึกถึงดอกไม้ หลายคนมักนึกถึงดอกไม้เมืองหนาว และตื่นตากับสีสันจัดจ้านของดอก-ใบยามฤดูร้อน หากเมื่อย่างเข้าฤดูฝน “กระเจียว” เป็นชื่อเดียวที่ผุดขึ้นมา ไม่เพียงเพราะประเทศไทยเรามีอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง จ.ชัยภูมิ ที่เมื่อฝนพรำกระเจียวจะชูช่อเบ่งบานเต็มลาน จัดเป็นเทศกาลชมกระเจียวประจำปี

หากกระเจียวยังเป็นไม้ดอกที่เริงร่ารับสายฝนอย่างแข็งแกร่ง อันเป็นเอกลักษณ์ที่พันธุ์ดอกไม้ในแดนหนาวไม่สามารถทนทานได้ นี่เองเป็นสาเหตุให้กระเจียวกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ และเป็นอีกหนึ่งดอกไม้เศรษฐกิจที่น่าจับตา โดยชาวต่างชาติให้คำนิยามว่า “สยามทิวลิป”

กระเจียว-ปทุมมา พี่น้องกัน

ประชาชนทั่วไปคุ้นเคยกับคำว่า กระเจียว หลายคนเข้าใจผิดไปว่า ปทุมมา คือชื่อทางการ เป็นชื่อเรียกให้ไพเราะเพราะพริ้ง แต่จริงๆ แล้วเป็นชื่อของดอกไม้คนละชนิดกัน รศ.ดร.โสระยา ร่วมรังษี ผู้อำนวยการ ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ได้แนะข้อสังเกต กระเจียว กับปทุมมา ซึ่งเป็นไม้ดอกมีหัวอยู่ใต้ดิน เป็นพืชในวงศ์ Zingiberaceae อยู่ในสกุล เคอคูม่า (Curcuma) เหมือนกัน

กระเจียว เรียกว่า ยู เคอคูม่า ลักษณะเป็นช่อทรงกระบอก ส่วนดอกกระเจียว คือ ดอกสีเหลืองเล็กๆ ที่อยู่ในซอกกลีบประดับ (1 ช่อมีหลายดอก)

ปทุมมา เรียกว่า พารา เคอคูม่า รูปทรงเป็นช่อสั้น ลักษณะของกลีบประดับมีหลายแบบตามสายพันธุ์ ปทุมมาเปิดตัวสู่ตลาดโลกสายพันธุ์แรกคือ “เชียงใหม่พิงค์” หรือต่างชาติเรียกว่า “สยามทิวลิป” นั่นเอง

ที่เราเห็นกันบ่อยๆ รวมถึงที่อยู่ในอุทยานฯ จ.ชัยภูมิ คือ ทุ่งดอกปทุมมา ไม่ใช่ทุ่งดอกกระเจียวอย่างที่ว่ากัน

พันธุ์พืชใหม่ที่นำมาส่งเสริมแก่เกษตรกรและเป็นที่รู้จักในท้องตลาดในกลุ่มปทุมมา ได้แก่ ลูกผสมปทุมมาพันธุ์บ้านไร่สวีท ซีเอมยูสวีทเลดี้ ซีเอมยูวิสต้า ซีเอมยูมิราเคิล ยูคิ นิกาตะ และบ้านไร่เบอร์กันดี้ และศูนย์บ้านไร่ฯ ได้ดำเนินการคัดเลือกพันธุ์กระเจียวจำนวน 6 สายพันธุ์ ในชุดรอยัล ไทย ให้เกษตรกรไทยไปทำการผลิตและขยายเพื่อส่งออกไปในตลาดโลกอีกด้วย

สำหรับกระเจียวและปทุมมา ขายได้ทั้งหัวพันธุ์และตัดดอก แต่ดอกปทุมมาจะมีความคงทนกว่ากระเจียว จึงนิยมตัดดอกขาย ส่วนหัวพันธุ์กระเจียวทำราคาได้สูงกว่าปทุมมา 3-4 เท่า และเป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศ

เรณู-กุญช์ชญา สวัสดี เจ้าของสวนสวัสดี ปลูกกระเจียว ปทุมมา มา 20 ปี ขยายพื้นที่ปัจจุบันมี 50 ไร่ เป็น 1 ใน 5 สวนกระเจียว-ปทุมมา ใหญ่สุดของประเทศไทย

“เมื่อก่อนปลูกเบญจมาศ ลิลลี่ คัตเตอร์ ทำหลายชนิด ตอนนี้เหลือกระเจียวกับปทุมมา เพราะให้ผลตอบแทนดีที่สุดแล้ว ชนิดอื่นได้ผลผลิตต่อไร่ก็น้อย ราคาไม่สูง สวนทางกับการแข่งขันการตลาดสูง แต่ปทุมมากับกระเจียว มีข้อดีขายไม้ตัดดอกและขายหัวพันธ์ุได้ ผลผลิตต่อไร่ก็ดีกว่าดอกอื่นๆ

เราได้พันธุ์มาจากศูนย์พัฒนาบ้านไร่ฯ อย่างพันธุ์บ้านไร่เรด บ้านไร่สวีท สวีทเมเมโมรี่ ยูคิ รายได้หลักของเราคือหัว รายได้เสริมตัดดอก ตอนนี้มีส่งที่ตลาดไท ปากคลองตลาด ตลาดสี่มุมเมือง โคราช อุบลฯ ในเชียงใหม่ก็มีแม่ค้าคนกลางมารับไปขายอีกที บางส่วนก็ส่งออกญี่ปุ่น อิตาลี จีน

ตอนนี้ตัดดอกประมาณหมื่นกว่าดอก ตัดเว้นสองวัน ถ้าดอกน้อยราคาจากไร่ก็ 3.50-4 บาท ดอกเยอะราคาก็ตก 2.50-3 บาท ส่วนราคาหัวอยู่ที่ 4-5 บาท 1 ไร่ ปลูกได้ประมาณ 8,000-1 หมื่นหัว”

กระเจียว ปทุมมา เป็นดอกไม้ที่ให้ผลผลิตในฤดูฝน ซึ่งเป็นข้อดีในการส่งออกไปยังประเทศเมืองหนาว “เนเธอร์แลนด์สั่งหัวพันธุ์ของเราไปปลูกในห้องปรับอุณหภูมิ มีฮีตเตอร์ ลงทุนมากเพราะเป็นไม้เมืองร้อน พอตัดดอกขายแล้วคุณภาพหัวจะลดลงเขาก็ไปลงกระถาง เขาจึงสั่งหัวเราทุกปี แต่ก็มีบางสายพันธุ์ที่เราไม่ส่งหัว ตัดแต่ดอก ทำให้เขาต้องสั่งตัดดอกเราเสมอ” รศ.ดร.โสระยา กล่าว

ความงามของกระเจียว-ปทุมมา ที่นำมาจัดแสดง ณ ห้าง ดิ เอ็มโพเรียม ไม่เพียงอวดความงามของดอกไม้ไทยเท่านั้น แต่เป็นอีกมิติหนึ่งที่ต้องการประกาศให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้รู้จักดอกไม้ไทยมากขึ้น กระเจียว และปทุมมา มีมูลค่าส่งออกแต่ละปีหลายร้อยล้านบาท แต่ยังทิ้งห่างจากกล้วยไม้ที่มีมูลค่าหลายพันล้าน

นอกจากส่งออกแล้ว หวังว่าคนไทยเราเองจะหันมาช่วยกันสร้างค่านิยมใช้ดอกไม้ไทย เพราะเราซื้อดอกไม้นำเข้าปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ตอนนี้ในโรงแรมต่างประเทศตกแต่งด้วยดอกกระเจียวและปทุมมา เพราะอยู่ทน สีสวย รูปทรงแปลกตา หวังว่าคนไทยจะหันมาหยิบดอกไม้งามที่มีต้นกำเนิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในป่าบ้านเรามาประดับโรงแรมหรูๆ ดูบ้าง