พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล สุขจากการให้ไม่สิ้นสุด

วันที่ 24 มิ.ย. 2560 เวลา 08:00 น.
พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล สุขจากการให้ไม่สิ้นสุด
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ : ทวีชัย ธวัชนปกรณ์

 หลายคนอาจรู้จัก หมอพลอย-พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล ในฐานะผู้ก่อตั้งลลลนาคลินิก (Lollana Clinic) สาขาสุขุมวิท 47

 คุณหมอคนสวยผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเติมความมั่นใจให้สาวๆ ด้วยศาสตร์ความงาม แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์คุณหมอความงามสุดเซ็กซี่ เธอยังเป็นคุณหมอขาลุยแถมใจดีสุดๆ เพราะงานประจำอีกอย่างของเธอคือ การสวมบทเจ้าหน้าที่สภากาชาด ฝ่ายบรรเทาทุกข์ ประจำอยู่ที่หัวหินอีกด้วย

 ตารางชีวิตในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของเธอคือ วันจันทร์-ศุกร์ 09.00-12.00 น. ต้องออกตรวจให้กับชาวบ้านที่ฐานะไม่เอื้ออำนวย เยียวยาให้พวกเขาหายจากอาการเจ็บป่วย จากนั้นเวลาที่เหลือจึงมาบริหารคลินิกความงามของตัวเอง

 “หมอจะเข้ากรุงเทพฯ ช่วงสุดสัปดาห์เป็นหลัก แล้วก็เย็นวันพุธ เพราะถ้าไปกลับทุกวันก็ไม่ไหว โชคดีที่เรามีคอนโดและคลินิกความงามอยู่ที่นู่นด้วย เลยสะดวกหน่อย หมอเน้นบริหารจัดการตารางงานเวลาเอา แต่ก็แน่นแทบจะทั้ง 7 วันค่ะ” หมอพลอย บอกเล่าอย่างอารมณ์ดี ก่อนย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตัดสินใจอุทิศตนเพื่อเป็นแพทย์อาสา

 หมอพลอย บอกว่า ช่วงเรียนจบใหม่ๆ เธอมีโอกาสไปใช้ทุนที่หัวหิน และได้ทราบจากรองผู้อำนวยการสภากาชาดว่า ที่สภากาชาดหัวหินนั้นขาดแคลนหมอที่จะมาประจำการ ด้วยความตั้งใจที่อยากจะสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เธอจึงไปสมัครเป็นแพทย์อาสาประจำสังกัดบรรเทาทุกข์ สภากาชาดไทย และเลือกประจำที่หัวหิน 

 “ตอนนั้นคุณพ่อสนับสนุนมาก เพราะนอกจากนานๆ จะมีลูกเป็นหมอ (หัวเราะ) ก็อยากให้ลูกได้ทำงานที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นจริงๆ หน้าที่หลักๆ ของหมอคือ การตรวจคนไข้ทั่วไป ตั้งแต่เด็ก คนแก่ ช่วงบ่ายออกหน่วยเคลื่อนที่ตรวจเยี่ยมคนไข้นอนติดเตียง ที่ไม่สามารถเดินทางได้ คนไข้ไร้ญาติ และคนไข้ในถิ่นทุรกันดาร ถ้าเมื่อไหร่ทางหน่วยมีออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หมอก็จะไปด้วย ไปแต่ละครั้งก็ใช้เวลาเป็นสัปดาห์เหมือนกัน”

 หลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่าคุณหมอลุคคุณหนูแบบนี้ เวลาต้องสวมบทขาลุยจะเป็นอย่างไร หมอพลอย ถือโอกาสออกตัวตรงนี้เลยว่า ถ้าถึงเวลาต้องลุย เธอก็พร้อมสลัดส้นสูงมาสวมผ้าใบได้อย่างไม่มีอิดออด 

 “การออกหน่วยเคลื่อนที่ช่วยคนไข้ในถิ่นทุรกันดารจังหวัดต่างๆ ไม่ใช่งานสบายเลยต้องนั่งรถจากตัวเมืองหลายชั่วโมง ทางที่ไปบางครั้งก็เป็นถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้าไปเจอบางที่ถนนเข้าไปไม่ถึงก็ต้องเดินเท้าเข้าบ้าน กว่าคนไข้กับหมอจะได้เจอกัน ไม่ง่ายเลยค่ะ