กฤษฏ์ อำนวยพล รอยยิ้มน้องดอยอมก๋อย คือความสุขใจ

วันที่ 01 เม.ย. 2560 เวลา 10:37 น.
กฤษฏ์ อำนวยพล รอยยิ้มน้องดอยอมก๋อย คือความสุขใจ
โดย...ปอย ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์

 "เดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ผมเดินทางไปกับกลุ่มจิตอาสาจุดหมายอยู่ที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หนทางลำบากนั่งรถโฟร์วีลไดรฟ์กว่าจะถึงที่หมายเกือบ 4 ชั่วโมงจากตัวเมือง เดินทางร่วมกับโครงการคืนรอยยิ้มสู่ถิ่นไกล นำอุปกรณ์การเรียน อาหาร ขนม ไปแบ่งปันให้เด็กๆ บนดอยอมก๋อย

 "เป้าหมายของพวกเราคือไปเติมเต็มฝันให้กับเด็กๆ บนดอยสูงในพื้นที่ไกลออกไปจากความเจริญ การไปในครั้งนี้ เราได้ร่วมแรงร่วมพลังกันหลายๆ กลุ่มครับ ไปช่วยกันการสร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้เด็กๆ มีอาคารเรียนคงทนแข็งแรงถาวร กันแดดกันฝนกันลมหนาวได้ดีขึ้น"

 กฤษฏ์ อำนวยพล หรือ วิน พีอาร์หน้าใสที่เซเลบริตี้และกลุ่มคนทำงานข่าว รู้จักกันดี เล่าความประทับใจ โครงการคืนรอยยิ้มสู่ถิ่นไกล ที่ได้ไปร่วมทำกิจกรรมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โครงการเลือกโรงเรียนที่เด็กใช้ชีวิตอัตคัดยากจน

 โดยหวังว่าการมอบโอกาสให้กับเด็กเหล่านี้ จะทำให้เขาพึ่งพาตัวเองได้และมีอนาคตสดใส โตขึ้นเป็นคนที่ดีคนเก่งของประเทศชาติ ไม่ใช่แต่ตัวเขาเองเท่านั้น ชุมชนของเขาก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีด้วยเช่นกัน

 กฤษฏ์ เล่ารายละเอียดว่าผู้มาร่วมโครงการนี้มีหลากหลายอาชีพ เช่น ณรงค์ แม่นปืน มาจากกลุ่มช่างภาพอิสระรับอาสาเป็นประธานโครงการคืนรอยยิ้มสู่ถิ่นไกล ร่วมกับเพื่อนๆ กลุ่มธนาคารและบริษัทเอกชน ซึ่งก็ได้แม่งานหลักคนสำคัญ คือ อัมพร โชติรัชสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เป็นประธานในพิธีฤดีรินทร์ กิจทวีป เจ้าของกาแฟทรูลี่ฮิลล์ กาแฟสดที่อมก๋อย ตลอดทั้งทีมรถโฟร์วีลไดรฟ์ กลุ่ม We are Ranger ช่วยขนส่งสิ่งของบริจาคจำนวนมากไปล่วงหน้า

 "เป็นกิจกรรมทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 7 ปีแล้วครับ ผมเพิ่งมีโอกาสเข้าไปร่วมเมื่อปีที่ผ่านมา โครงการสร้างโรงเรียนมาแล้วทั้งหมด 11 โรงเรียน โรงเรียนทั้งหมดบนดอยอมก๋อย 109 โรงเรียน ชำรุดทรุดโทรมเกิน 80% แม้เส้นทางจะลำบาก ทั้งที่ลงเครื่องบินไฟลต์เช้าสุด แต่กว่าจะไปถึงที่หมายก็เย็นค่ำพอดี แต่ผมไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยนะครับ

 "คิดอีกมุมเราลำบากเพียงแค่ชั่วคราว ซึ่งไม่อาจเทียบได้กับวิถีชีวิตปกติของชาวเขาที่อาศัยอยู่ที่นั่นเลย แล้วเมื่อขึ้นไปถึงจุดนัดพบ คนในศูนย์การเรียนรู้ฯ บ้านแม่ลอกเหนือ ก็เป็นกลุ่มเด็กนักเรียนอายุตั้งแต่ 5 ขวบ-16 ปี ระดับการศึกษาสูงสุดคือประถมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้นครับ เด็กอายุมากกว่านี้ก็ต้องเข้ามาเรียนในเมือง หรือลงจากดอยไปอีกไกล"

 การรวมตัวของเหล่าบรรดาจิตอาสาครั้งนี้ กฤษฏ์ บอกว่าจัดขึ้นพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะมีกิจกรรมทำร่วมกับชาวอมก๋อยที่เดินทางข้ามเขามาหลายสิบลูก เพื่อร่วมถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐของพสกนิกรชาวไทย ตั้งเด่นสง่ากลางขุนเขาภาพเสมือนพระบารมีแผ่คลุมทั่วขุนเขาบนดอยแห่งนั้น

 เบื้องหลังเป็นฉากคือแมกไม้โอบกอดทั้งชาวเขา และชาวจิตอาสาร่วมใจมาได้สัมผัสถึงความอบอุ่น กลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันท่ามกลางความหนาวเย็นที่เริ่มกล้ำกรายในช่วงปลายปี

​ "ห้วงเวลานั้นเป็นต้นเดือนสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนสัมผัสถึงความตั้งใจที่จะทำอะไรดีๆ ถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การเสด็จสู่สวรรคาลัย ชาวเขาที่นี่โศกเศร้าไม่น้อยไปกว่าคนในเมืองทั่วประเทศ ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของแต่ละบ้านได้ถูกอัญเชิญมาถือไว้ในมือพวกเขาหลายคน พร้อมๆ กับภาพที่ทีมงานจิตอาสานำไปมอบให้จำนวนหนึ่ง

 "หลังจากนั้นทุกคนก็ตั้งแถว เพื่อเตรียมเดินสู่ลานพิธีเล็กๆ ที่อยู่ตรงเนินเขาบนดอย รายทางมีแสงสว่างจากเปลวไฟที่เห็นเป็นแนวตลอดระยะทาง ทุกคนช่วยกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะทั้งครูหรือนักเรียน โดยเฉพาะครูเอ๋ อิสริยาพร ศิริเจริญ ที่เปลี่ยนมุมมองชาวบ้านที่เคยมองพวกเราด้วยสายตาแตกต่าง ได้กลายเป็นความคุ้นเคย เพราะไม่ใช่ครั้งแรกของคณะเราแต่ย่างเข้าปีที่ 7 ที่ตั้งใจสร้างโรงเรียนให้ได้ 99 แห่ง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9"

 การเกิดและเติบโตอยู่ในกรุงเทพฯ คำว่า "ยิ่งมืด ยิ่งหนาว" กฤษฏ์ บอกเพิ่งได้สัมผัสเมื่อได้มานอนเต็นท์ท่ามกลางขุนเขา อากาศ 4-5 องศาเซลเซียส

 "แต่พวกเราจิตอาสากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความท้าทายมากกว่า แล้วที่สำคัญทำให้ยิ่งซาบซึ้งในพระเมตตาจากพระเจ้าแผ่นดินทรงลำบากตรากตรำพระวรกายขึ้นมาพัฒนาคุณภาพชีวิตคนบนดอย เพียงเท่านี้ก็ดึงพลังแห่งแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้พวกเราทำงานต่อไป เป็นการทำงานตามรอยพระองค์ท่าน" 

 หนุ่มวัยทำงานเล่าย้อนประวัติตั้งแต่การเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยบรูเนล อังกฤษ ได้ทำงานพีอาร์เมเนเจอร์แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ใช้ชีวิตแบบสุดๆ เกินร้อย เที่ยวก็เกินร้อย และการทำกุศลก็เช่นกัน คือเกินร้อย

 "การทำบุญผมก็เช่นกันครับ วันนี้ผมถือศีลห้า ตื่นเช้ามืดเพื่อใส่บาตรทุกๆ เช้าไม่เคยขาดเลย การทำบุญทำให้เราขัดเกลาจิตใจ รู้จักการให้ที่มีความบริสุทธิ์ใจคือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน การขึ้นดอยไปกับโครงการคราวนี้สัญญาณมือถือหายไปหลายวัน ตัดขาดจากสังคมเมืองไปโดยปริยายเลยนะครับ แต่ก็กลายเป็นว่าเหมือนเวลาช่วงนั้นได้เยียวยาคนเมืองที่ยุ่งๆ กับโทรศัพท์

 "ด้วยวิถีชาวบ้านง่ายๆ บ่อยครั้งความเรียบง่ายก็เป็นดั่งยาวิเศษให้กับเราได้ปลดเปลื้องตัวตนออกจากพันธนาการอะไรต่อมิอะไรมากมาย แล้วท้ายที่สุดแห่งความประทับใจ คือ รอยยิ้มของพวกเราทุกคน การได้เห็นความจริงจังของหัวหน้าโครงการที่มีความตั้งใจสูง ทำมาแล้วถึง 11 โรงเรียน"

 โครงการนี้ นอกจากมีแรงกายแรงใจก็ต้องมีทุนทรัพย์ด้วย เพราะการขนของมากมายขึ้นไปแจกจ่าย ขนก๋วยเตี๋ยวขึ้นบนดอยไปเป็นหม้อใหญ่ๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้กิน มีค่าใช้จ่ายต้องใช้เงินไม่น้อยเลย

 "ความทุ่มเททำให้ผมเกิดความศรัทธาในการทำงานเพื่อคนอื่นด้วยจิตใจบริสุทธิ์ ไม่หวังผลตอบแทนร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้เห็นการทำงานของคณะครูอาสาทุกท่านที่ได้เสียสละอุทิศความสุขสบายส่วนตัว เพื่อสร้างโรงเรียนให้เป็นครอบครัวใหญ่ การได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นกลายเป็นความสุขที่แท้จริง

 "แล้วเมื่อเปรียบการไปเที่ยวไปกินเหล้าก็สนุกสนานเพลิดเพลิน แค่ ณ ช่วงเวลานั้น พอออกจากแวดวงปาร์ตี้ความสนุกครึกครื้นก็หายไปด้วย บางครั้งก็อาจกลับมาทุกข์ซ้ำเดิมอีกต่างหาก แล้วงานของผมด้วยหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์ทำให้แบรนด์สินค้าทั้งเครื่องสำอาง แฟชั่น ไปจนถึงเครื่องเพชรราคาแพง ชีวิตส่วนใหญ่วนเวียนอยู่แต่ในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองหลวง แต่วันนี้ผมก็ไม่เคยลืมเสียงเด็กๆ ที่ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกันเลยนะครับ"

 การที่ได้ทำงานอาสา เพียงได้เห็นเด็กตัวเล็กๆ กินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย แล้วกินตั้ง 2 ชามเลย กินได้เยอะกว่าผู้ใหญ่อย่างเราอีก ทำให้เราก็รู้สึกอิ่มใจที่เห็นเด็กชาวเขาอิ่มเอม

 "ยิ่งเห็นรอยยิ้มของพวกเขา พวกเราก็ยิ่งรู้สึกปลาบปลื้มกับเด็กๆ บนดอยที่มีความเป็นอยู่ลำบาก ถามว่าถ้าเราไม่ได้ไปเขาจะอยู่กันได้ไหม? ก็อยู่ได้นะครับ เพียงแต่เราไปเติมเต็มให้แก่พวกเขา ตามชื่อโครงการคืนรอยยิ้มสู่ถิ่นไกล แล้วสิ่งที่เราให้ก็เล็กน้อยมากแต่สิ่งที่ได้กลับมา คือรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มีแรงมีพลังปีหน้าต่อให้ลำบากแค่ไหน ก็ต้องไปอีกให้ได้ครับ”