ทำงานพีอาร์ให้สตรอง เกาะกระแสเทรนด์ ปี 2017

วันที่ 02 ม.ค. 2560 เวลา 16:56 น.
ทำงานพีอาร์ให้สตรอง เกาะกระแสเทรนด์ ปี 2017
โดย...ราตรีแต่ง

เทรนด์แบบไหนกำลังจะอิน และได้รับความนิยมในแต่ละวงการ สำหรับวงการประชาสัมพันธ์ สิ่งที่แรงจนเป็นกระแสตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องในปีนี้ คือ Digital PR Trend 2017 มาเก็บข้อมูลกันเลยโดยเฉพาะคนทำงานอาชีพนี้ รับรองว่าปีหน้าทำงานที่เรียกสั้นๆ ว่าพีอาร์ได้สตรองขึ้นอย่างแน่นอน

กฤษฎาพร จิรพงศ์สิทธิ์ เว็บไซต์ Digitalprthailand ซึ่งคร่ำหวอดในวงการประชาสัมพันธ์มากกว่า 12 ปี หลังเรียนจบปริญญาโท มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ทำงานในวงการ Corporate และเอเยนซีที่มีชื่อเสียงหลายๆ แห่ง เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ สายการบินนกแอร์ และลีโอเบอร์เนทท์ จึงอยากถ่ายทอดข้อมูลในการทำงานในสายอาชีพนี้ ซึ่งในปีที่เริ่มต้นใหม่ๆ มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้และต้องก้าวออกจากความเคยชินเดิมๆ หลายเรื่อง

1.สื่อรูปแบบเดิม (Traditional) กำลังจะหายไป

เรื่องเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ในแบบ Release บนโซเชียลมีเดีย เป็นสิ่งที่นักประชาสัมพันธ์ หรือพีอาร์คนเก่งจะต้องคำนึงถึงกันแล้ว เพราะต่อไปการเขียนเพรสรีลีสแบบเดิมนับวันจะหายไปกับสื่อดั้งเดิม รูปแบบเดิมๆ ในแบบ Traditional จะต้องตามกระแสของยุคดิจิทัลที่คนส่วนใหญ่รับรู้ข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย การอ่านข่าวสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันแทบไม่มีใครแยกออกแล้ว

2.การสร้างตัวตน สร้างบทบาทความเป็นผู้นำขององค์กร

มาจากคำว่า Personal Branding and Executive Thought Leadership ซึ่งการทำ Personal Branding สร้างแบรนด์ของตัวเอง เป็นสิ่งที่สำคัญมากในยุคดิจิทัล เพราะวินาทีนี้ทุกคนไม่ว่าอาชีพไหน ก็สามารถเป็นสื่อเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบล็อกสร้างเพจ การอัพคลิปขึ้นยูทูบ หรือการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ในส่วนของ Thought Leadership หรือพัฒนาภาวะผู้นำ เป็นสิ่งหนึ่งที่นักการตลาดหรือนักพีอาร์ต้องใส่ใจให้ความสำคัญ เพราะไม่ว่าลูกค้าของคุณ หรือหัวหน้าของคุณ ถ้ามีการผนวกวิสัยทัศน์ไปกับการวิเคราะห์ตลาด ย่อมจะทำให้การทำพีอาร์ไปได้ถูกทางมากยิ่งขึ้น

3.การกระจายคอนเทนต์ต่างจากแบบเดิม

การส่งข่าวสารแบบเดิม ข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปก็จะตกอยู่เพียงที่สื่อนั้นๆ แต่เมื่อมีการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดี ก็สามารถแชร์ไปที่คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกันได้ และโซเชียลมีเดียจะเป็นตัวนำคอนเทนต์ของคุณไปกระจายต่อไป ซึ่งการเข้าถึงก็จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น ในคอนเทนต์ควรจะเขียนข้อมูลให้ครบถ้วนและที่สำคัญคือต้องใส่คีย์เวิร์ด เพื่อให้ Google จับ Content ของเราด้วยอย่าลืม! นอกจากนี้การแชร์ยังสามารถให้ Influencers หรือผู้ที่มีอิทธิพลในวงการนั้นช่วยสร้างกระแสเพิ่มได้อีกด้วย และแน่นอนความน่าเชื่อถือและการเผยแพร่จะมีมากขึ้น

4.พีอาร์ควรใช้ดาต้าให้มากขึ้น

การใช้อินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น ก็ทำให้มีข้อมูลในการทำประชาสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น อย่างเช่นการครีเอท PR Campaign ถ้าเรามี Data หรือข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะรู้สิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการเป็นเรื่องแบบไหน อย่างไร จะได้สื่อสารไปให้ถูกจุด

5.ตรงความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย (Personalize Content)

คำว่า Personalization หรือการสร้างคอนเทนต์ให้ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย คำนี้จะมาเต็มๆ กับเทรนด์การตลาดในปี 2017 ดังนั้นควรสร้างเนื้อหาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย โดยการสร้างความสัมพันธ์กับสื่อในยุคดิจิทัล ก็ต้องไปรวมถึงบล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ ที่ต้องมีอยู่ในวงการต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางใน Earn Media หรือการได้พื้นที่สื่อจากการแชร์การบอกต่อ ซึ่งจะกระจายข่าวสารของคุณทั้งรวดเร็วขึ้นและตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

6.PR ควรจะมี Skillsetในหลายๆ เรื่อง

ตามที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าการทำอาชีพพีอาร์ในยุคปัจจุบัน จะทำเป็นเพียงการเขียนข่าวและสร้างความสัมพันธ์เท่านั้น คงยังไม่พอ นักพีอาร์ควรมีความชำนาญในเรื่อง Social Media, Content Marketing และ Content Strategy อีกด้วย และในยุคดิจิทัลนักพีอาร์ไม่ควรพลาดที่จะรู้พื้นฐานในเรื่อง Paid, Earned and Owned Media อีกด้วย

7.เตรียมตัวทำพีอาร์ Real Time-NewsJacking

การทำ Real Time และ NewsJacking สามารถตอบโจทย์คนในยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี เพราะสมัยนี้คนส่วนใหญ่เคยชินกับความเร็วไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามจากแบรนด์ทันทีที่ถาม หรือการแก้ไขสถานการณ์ รวมถึงการเกิดกระแสต่างๆ ในสังคมที่คนพูดถึงหรือเลียนแบบทำตามอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การเรียนรู้การใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างถูกวิธี และการเตรียมบุคคลมาคอยดูแลเรื่องการทำเรียลไทม์ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

8.การเล่าด้วยภาพ Visual Storytelling

คนส่วนใหญ่มักจะชอบดูคอนเทนต์ที่เป็นวิดีโอ หรือเป็นรูปภาพ รวมถึงสไลด์โชว์มากกว่าการอ่านข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือ วันนี้การทำคอนเทนต์ ไม่ใช่แค่ตัวหนังสืออีกต่อไปแล้ว ดังนั้น การสื่อสารด้วยวิธีนี้จึงควรใส่สารที่เราต้องการสื่อให้สั้น กระชับ และเข้าใจง่ายจะเป็นการดีที่สุด

9.รู้จักกับ Influencer Marketing

ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะเชื่อผู้นำทางความคิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเซเลบริตี้ บล็อกเกอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ หรือแม้กระทั่งข้อมูลในโซเชียลมีเดียมากขึ้น ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจข้อมูลจากนีลเส็น (Neilson) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้ข้อมูลชั้นนำของโลกในสิ่งที่ผู้บริโภคดูและซื้อ พบว่า 92% เชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดถึง ทั้งๆ ที่เขาเองยังไม่รู้จักคนนั้นเป็นการส่วนตัวมากกว่าที่เจ้าของแบรนด์เป็นคนพูด นั่นหมายความว่า พลังของคนกลุ่มนี้ จะมีผลกับงานประชาสัมพันธ์มากขึ้น

นักพีอาร์จึงควรเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่ตรงกับจุดประสงค์ ก็จะตรงเป้าหมายกับการทำงานประชาสัมพันธ์ในครั้งนั้นๆ อีกด้วย