โรงเรียนพระดาบส สร้างสัมมาชีพ สร้างเฟอร์นิเจอร์พันธุ์ไทย

วันที่ 26 ธ.ค. 2559 เวลา 11:17 น.
โรงเรียนพระดาบส สร้างสัมมาชีพ สร้างเฟอร์นิเจอร์พันธุ์ไทย
โดย...ปอย ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

ออร์เดอร์โต๊ะเก้าอี้ชุดใหญ่ มีใบสั่งมาจากบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี ซึ่งสนับสนุนโรงเรียนพระดาบสมาอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปี และในปีนี้ได้ขยายโอกาสให้นักเรียนแผนกช่างไม้ลูกศิษย์พระดาบส ได้ทดลองฝึกฝนทักษะ ได้ทำงานเป็นการฝึกปรือวิชากันในห้องเรียนกันจริงๆ จังๆ ชุดโต๊ะกาแฟลายหมากรุกพร้อมเก้าอี้ไม้ โชว์ผลงานสำเร็จสวยงามอยู่ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย สถานีบริการน้ำมันพีที จ.นครปฐม การได้ทำเฟอร์นิเจอร์ให้องค์กรชั้นนำครั้งนี้ เป็นการให้โอกาสเด็กๆ ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีสัมมาชีพ ได้สั่งสมประสบการณ์ในงานอาชีพสามารถเลี้ยงดูตัวเองยั่งยืน

สร้างโอกาสชีวิตเป็นศิษย์พระดาบส

ภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงงานช่างต่อเรือกลึงไม้ด้วยพระองค์เอง ประดับไว้ที่ห้องโถงใหญ่ในโรงเรียนพระดาบส ย่านเทเวศร์ ทำให้เข้าใจลึกซึ้งในเรื่องทรงให้ความสำคัญกับงานช่างฝีมืออย่างมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ พระเมตตาที่มีต่อพสกนิกรยากไร้ พระราชดำริให้จัดตั้งโรงเรียนฝึกอาชีพช่างแห่งนี้ขึ้น เมื่อปี 2519 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนประเดิมในการก่อตั้งโรงเรียน

ศิษย์พระดาบส คือ ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ยังไม่มีอาชีพ นักเรียนสมัครโรงเรียนนี้ต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และมีความเพียรในการศึกษาสร้างอาชีพของตัวเอง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มิได้ทรงจำกัดเพศ วัย ศาสนา ถิ่นฐานที่อยู่ หรือวุฒิแต่อย่างใด เพียงอ่านออกเขียนได้ก็เพียงพอสำรับเข้ามาสมัครในโรงเรียนงานอาชีพแห่งนี้ได้

ดร.สมยศ เจตน์เจริญรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส กล่าวว่า ปัจจุบันสามารถรับศิษย์พระดาบสประมาณ 150 คน/ปี หลักสูตรที่ให้นักเรียนเลือก เช่น หลักสูตรวิชาชีพช่างไฟฟ้า หลักสูตรวิชาชีพช่างอิเล็กทรอนิกส์ (คอมพิวเตอร์) หลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์ หลักสูตรวิชาชีพการเกษตรพอเพียง หลักสูตรวิชาชีพช่างซ่อมบำรุง หลักสูตรวิชาชีพเคหบริบาล (งานแม่บ้านดูแลผู้สูงอายุ) และหลักสูตรวิชาชีพช่างไม้

“อาชีพช่างจำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อทำให้เกิดความชำนาญ เด็กๆ จึงต้องการพื้นที่ฝึกฝนในสนามจริง ซึ่งการที่พีทีเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำเฟอร์นิเจอร์ให้ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ก็เป็นสนามฝึกงานจริงของนักเรียน แม้ว่าการทำเฟอร์นิเจอร์ครั้งนี้จะเน้นนักเรียนช่างไม้เป็นหลัก แต่นักเรียนในสาขาวิชาอื่นก็มีส่วนช่วยด้วย เพื่อฝึกทักษะช่างไม้พื้นฐาน ถึงจะมีอุปสรรคบ้างในเรื่องระยะเวลาในการทำงาน เพราะต้องทำช่วงนอกเวลาเรียนเท่านั้น แต่เมื่อได้เห็นผลงานและได้รับการตอบรับที่ดีจากพีทีผมก็รู้สึกภูมิใจแทนเด็กๆ เหล่านี้”

 

ดร.สมยศ เริ่มต้นสนทนาถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาในกลุ่มของผู้ที่แสวงหาโอกาส แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 

“ทุกหลักสูตรใช้เวลาในการเรียน 1 ปี ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงให้โอกาสกับทุกๆ คนโดยแท้จริงครับ คนสนใจสมัครเข้ามาเรียนที่นี่รับอายุ 18-35 ปี นักเรียนอยู่กินกับโรงเรียนในย่านเทเวศร์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกอย่างฟรีทั้งหมดนะครับ ตั้งแต่เสื้อผ้ารองเท้า ไปจนอาหารครบ 3 มื้อ โรงเรียนไม่เป็นเชิงพาณิชย์ แต่เป็นการกุศล มีหลักการง่ายๆ ครับว่าผู้เรียนต้องมีความตั้งใจ และเต็มใจเรียน เพื่อประสงค์มีอาชีพ เพราะเป้าหมายของการเรียน คือ สร้างอาชีพให้คนยากจน

ส่วนครูก็ต้องเป็นผู้รู้ในแผนกช่างสาขานั้นในความหมายของอาชีพเช่นกัน คือ นักเรียนช่างไม้ก็ได้เรียนกับครูที่มีอาชีพช่างไม้จริงๆ เด็กๆ ได้ความรู้ ทักษะจากคนในสายงานนั้นโดยตรง

การเรียนจบการศึกษาใน 1 ปี ทุกคนที่เรียนจบจากที่นี่ผมรับรองได้เลยครับว่าทุกๆ คนออกไปทำงานเป็น ทำงานได้อย่างแน่นอน เพราะการสร้างโรงเรียนตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเน้นแนวความคิดที่ว่า ‘สอนให้คนมีอาชีพ ควรจะสอนอย่างไร...’ เด็กๆ จึงได้ร่ำเรียนกับเจ้าของอาชีพจริงๆ และรับนักเรียนในจำนวนเท่าที่เครื่องมือของโรงเรียนมี เช่น หลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์ เรามีมอเตอร์ไซค์วัสดุสำหรับฝึก 15 เครื่อง ก็รับนักเรียนได้ 15 คน เรียนให้แตกฉานในเรื่องเครื่องยนต์กลไกรถมอเตอร์ไซค์ จบไปก็ทำงานในร้านซ่อมรถได้

 

นักเรียนทุกๆ คนที่จบไปก็จะได้รับพระราชทานประกาศนียบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งก่อนจบบริษัทห้างร้านก็มาจองขอนักเรียนของเราไปทำงานด้วย บอกได้เลยครับว่าไม่เพียงพอต่อตลาดแรงงาน”

ดร.สมยศ กล่าวย้ำแนวคิดเรียนจริง ฝึกทำจริง ชุดเฟอร์นิเจอร์ออร์เดอร์ของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จึงเป็นการฝึกฝนเพื่อความชำนาญได้แท้จริง และจากโรงเรียนขนาดเล็ก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชานุญาตจดทะเบียนจัดตั้งเป็นโรงเรียน พร้อมกับมูลนิธิพระดาบสตามกฎหมายเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2533  

“มีออร์เดอร์มาจากหลายที่ครับ เด็กๆ ทำงานก็มีรายได้จากการทำงานแต่ละชิ้นอีกด้วย ปลายปีในช่วงนี้เริ่มรับสมัครนักเรียนแล้วนะครับ ซึ่งเกณฑ์ก็คือรับสมัครตั้งแต่อายุ 18-35 ปี แค่อ่านออกเขียนได้ก็รับเข้าเรียน แต่อย่างที่บอกว่าต้องมีใจมุ่งมั่นอยากเรียนจริงๆ ไม่ใช่พ่อแม่จูงมาสมัครหรือบังคับให้มาเรียน แต่ตัวเองไม่ได้ชอบหรือไม่รู้จะเรียนช่างอะไรเลย แบบนี้ไม่รับนะครับ การเรียนที่นี่ต้องพร้อมจริงๆ นะครับ ค่าใช้จ่ายนักเรียนต่อคนปีละ 1.2 แสนบาท แต่เด็กเรียนฟรีมีให้พร้อมทั้งอาหาร ที่พัก เครื่องแต่งกาย ซึ่งเงินที่ได้คือเงินบริจาคงานพระราชกุศลสงเคราะห์เข้ามา ฉะนั้นต้องใช้เงินให้คุ้มค่าครับ”

 

นักเรียนช่างไม้ศิษย์พระดาบส

โรงเรือนเรียนช่างไม้ มีนักเรียนฝึกเพียง 3-4 คนเท่านั้น บุญล้ำ ภูกองชัย อาจารย์หัวหน้าศูนย์ช่างไม้ โรงเรียนพระดาบส ผู้ควบคุมโครงการเฟอร์นิเจอร์ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าการทำงานร่วมกับพีทีในครั้งนี้ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะที่เรียนรู้จากในห้องเรียนมาใช้งานจริง และหากได้ฝึกฝนเพิ่มเติมจนเชี่ยวชาญ พร้อมนำประสบการณ์และการเรียนรู้ไปปรับใช้ในสายอาชีพในอนาคตต่อไป

“เด็กได้ทำงานหลากหลายครับ พีทีให้โจทย์มาว่าต้องการโต๊ะกาแฟที่มีลายหมากรุกบนโต๊ะในแบบร้านกาแฟสมัยก่อน การกำหนดแบบมาให้เด็กๆ ก็ได้ฝึกปรือฝีมือกับการทำงานชิ้นที่ไม่เคยทำนะครับ ตาหมากรุกนี่คือสิ่งยากที่สุดเพราะต้องใช้ทักษะความชำนาญการลงสีเว้นช่อง งานมีรายละเอียดเยอะขึ้น นอกจากโต๊ะเก้าอี้ก็มีตู้ชั้นวางแก้วกาแฟ และเคาน์เตอร์ การทำงานร่วมกับพีทีในครั้งนี้ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะ ได้เรียนรู้จากในห้องเรียนมาใช้งานจริง

แนวทางในการสอนนักเรียนพระดาบส ผมยังได้น้อมนำเอาพระจริยวัตรที่ทรงทำเป็นแบบอย่างในเรื่องการใช้ของให้คุ้มค่าที่สุด ผมสอนนักเรียนให้ใช้ทรัพยากรไม้อย่างรู้คุณค่าอยู่เสมอ บางชิ้นงานอาจจะเหลือเศษไม้เล็กๆ แต่ก็ยังสามารถเก็บไว้ใช้กับงานอื่นได้ เพราะไม้คือทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่สามารถปลูกทดแทนได้ในเวลาอันสั้น ฉะนั้นเราต้องใช้ไม้ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ไม่ใช้ไม้อย่างทิ้งขว้าง” บุญล้ำ ครูช่างไม้ท่าทางใจดีบอกพร้อมรอยยิ้ม

 

ลูกศิษย์ครูมีเพียง 4 คน ในปีนี้ บุญล้ำบอกว่า ดีกว่าปีที่แล้วที่มีเด็กมาสมัครเรียนช่างไม้เพียง 2 คนเท่านั้นเอง

“งานช่างไม้ต้องทำงานมีสมาธิอยู่กับตัวเอง แล้วรูปแบบที่สอนคือช่างไม้ไทยโบราณ งานค่อนข้างละเอียดและยากครับ เด็กๆ ก็ไม่ชอบ อย่างเช่นการเข้าเดือย ผมเน้นเคี่ยวให้เด็กฝึกปรือมือให้เชี่ยวชาญเพราะถ้าทำเข้าเดือยได้ ก็สามารถทำเฟอร์นิเจอร์หรืองานไม้อื่นๆ ได้ทุกอย่างครับ คนเรียนอาจจะรู้สึกว่าอยู่กับฝุ่นกับเศษไม้ ช่างไม้เรียนจบไปไม่มีวันตกงานนะครับ” บุญล้ำ บอกทิ้งท้าย 

นักเรียนสาขาวิชาช่างไม้ นรากร ขุนณรงค์ เด็กหนุ่มวัย 20 ปี จาก จ.สุพรรณบุรี กล่าวเสริมครูบุญล้ำว่า โอกาสจากพีทีในการทำเฟอร์นิเจอร์ในครั้งนี้ ได้ฝึกฝนทักษะหลายอย่างตั้งแต่การถอดแบบ อ่านแบบ สร้าง ฝึกใช้เครื่องมือ ประกอบ เก็บงาน และทำงานเป็นทีมกับเพื่อนๆ ที่สำคัญรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เห็นผลงานที่ตนเองตั้งใจทำได้ถูกใช้งานจริงในร้านกาแฟพันธุ์ไทย ทั้งยังได้ค่าจ้างด้วย ซึ่งการได้รับโอกาสในครั้งนี้เปรียบเสมือนการได้ลงสนามทดลองชีวิตช่าง

“ผมเรียนจบ ม.6 ไม่มีเงินเรียนต่ออยากเรียนวิทยาลัยเทคนิค ครูก็แนะนำมาสมัครที่โรงเรียนพระดาบส หลังจากเรียนจบแล้ว ผมตั้งใจจะเริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์สะสมรายได้จากการเป็นลูกจ้างไปก่อน แล้วจะไปเปิดร้านที่บ้านเกิด อีกทั้งตั้งใจที่จะนำความรู้ไปถ่ายทอดให้คนในชุมชนเพื่อให้มีทักษะช่างไม้ในการสร้าง หรือซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนในหมู่บ้านได้ด้วยตัวเอง เพื่อช่วยกันพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น” นรากร บอกย้ำสิ่งนี้ยังเป็นการทดแทนพระคุณสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงมอบโอกาสชีวิตให้เรื่องอนาคตงานอาชีพที่ยั่งยืน