ดอกไม้ถวายพ่อ สู่บุหงารำไป

วันที่ 24 พ.ย. 2559 เวลา 10:22 น.
ดอกไม้ถวายพ่อ สู่บุหงารำไป
โดย...สมแขก ภาพ เฟซบุ๊ก Saranrom.flower.of.father

ดอกไม้จากความตั้งใจของประชาชนจากทุกสารทิศที่เดินทางมายังท้องสนามหลวง นำมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถูกวางไว้รอบพระบรมมหาราชวังทุกค่ำคืน ปลายทางของพวงมาลา ช่อดอกไม้แสนสวยเหล่านี้ส่วนหนึ่งถูกนำไปจัดวางหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในบริเวณวังสราญรมย์เนรมิตให้สวนแห่งนี้เป็นสวนดอกไม้

แต่ทว่าดอกไม้สดย่อมแห้งเหี่ยวไปตามเวลา ดังนั้นดอกไม้บางส่วนถูกแบ่งหน้าที่ของดอกไม้ไปตามความเหมาะสม บ้างกลายเป็นปุ๋ยชีวภาพให้กับสวนหลวง ร.9 บางส่วนถูกคัดแยกออกมานำไปทำเครื่องหอมโบราณอย่างบุหงารำไป กลายเป็นบุหงาสราญรมย์ ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการน้อมนำแนวคิดจากพระบรมราโชวาทของในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และช่วยลดปริมาณขยะไปอีกระดับหนึ่ง

 

บุหงาที่ถูกบรรจุด้วยผ้าแพรอย่างดี เครื่องหอมโบราณนี้ถูกสรรค์สร้างขึ้นโดย อนุสรณ์ กะดามัน ครูจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ชักชวนเพื่อนครูและเหล่าจิตอาสา ซึ่งตระหนักและยึดมั่นหลักเศรษฐกิจพอเพียง รู้คุณค่าสิ่งของที่ใช้ ไม่ฟุ่มเฟือย จัดตั้งเป็นเพจบนเฟซบุ๊กชื่อ “สราญรมย์ ดอกไม้ของพ่อ” ที่รวมตัวกันเพื่อเก็บดอกไม้ เก็บขยะพลาสติกที่ห่อดอกไม้ คัดแยกดอกไม้ และร่วมกันนำดอกไม้และพวงมาลัยที่ประชาชนนำมาถวายสักการะพระบรมศพ บริเวณโดยรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง นำมาทำเครื่องหอมเพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนให้ได้เก็บเป็นที่ระลึก

อนุสรณ์ ค้นหาและศึกษาวิธีการทำในขั้นตอนต่างๆ โดยรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งวิธีการทำแบบโบราณและการประยุกต์จากสื่อออนไลน์ จากนั้นเขาได้ทดลองทำด้วยตนเอง ลองผิดลองถูกใช้เวลาอยู่หลายวัน จนในที่สุดได้กลิ่นที่ใช่และดีที่สุด

สำหรับวิธีการทำเครื่องหอมโบราณอย่างบุหงารำไป เริ่มจากคัดเลือกดอกไม้จากพวงมาลัย ซึ่งจะได้ดอกมะลิ กุหลาบ ดอกรัก ดาวเรือง บานไม่รู้โรย และใบเตย ยกเว้นเบญจมาศสีขาว โดยจะคัดจากพวงมาลัยที่มีดอกสมบูรณ์ แม้จะมีแห้งเหี่ยวบ้างก็ไม่เป็นไร นำมาปลิดเอาแต่กลีบ นำไปฉีกและตากแห้งเพื่อให้ดอกไม้คลายน้ำ การฉีกให้เป็นฝอยและนำไปตากแห้งจะช่วยให้แห้งได้เร็วขึ้น เพราะว่าพืชที่มีบาดแผลจะเป็นการเร่งการคลายน้ำ แต่การตากก็จะต้องแยกประเภทของดอกไม้ด้วย เพราะว่าดอกไม้แต่ละประเภทจะมีความชื้นที่ไม่เท่ากัน

 

ใช้เวลาในการตากประมาณ 2-3 วัน เป็นอย่างน้อย เมื่อแห้งแล้วจึงนำไปอบเทียนตามสูตรโบราณ ใส่ภาชนะ หม้อต่างๆ การอบจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นนำดอกไม้แต่ละชนิดมาผสมกัน ปรุงด้วยน้ำหอมไทยที่สกัดมาจากดอกไม้ จากนั้นจะนำมาใส่พิมเสนหรือการบูร ทั้งสองอย่างจะช่วยป้องกันมอดและแมลง จากนั้นนำมาบรรจุใส่ถุงผ้าโปร่งเพื่อให้มีอากาศเข้า เมื่อมีลมโชยก็จะมีกลิ่นหอม นี่คือภูมิปัญญาไทยที่คิดค้นและบูรณาการจากสิ่งที่เรามี และได้ติดป้ายข้อความที่ปรากฏบนถุงผ้าโปร่ง “บุหงา สราญรมย์ ดอกไม้ของพระราชา” เป็นชื่อที่มาของดอกไม้จากการแสดงความอาลัยและจัดไว้ที่สวนสราญรมย์ สื่อถึงรัชกาลที่ 9 อยากให้เป็นสัญลักษณ์ความพอเพียง

หากอยากเป็นส่วนหนึ่งของกลิ่นหอมของเครื่องหอมโบราณ บุหงาสราญรมย์ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจสานต่อพระราชดำริ และเห็นคุณค่าของดอกไม้พระราชา สามารถไปร่วมเป็นจิตอาสาได้ทุกวันอาทิตย์ ณ บริเวณหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วังสราญรมย์

ติดตามข่าวคราวได้ที่ www.facebook.com/Saranrom.flower.of.father

บทความแนะนำ