คำสอนของพ่อ

วันที่ 16 พ.ย. 2559 เวลา 11:36 น.
คำสอนของพ่อ
โดย...ว.แหวน

ฉันเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานชื่อไว้ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2510 ว่า “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” ตามพระนามฐานันดรศักดิ์ของสมเด็จพระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ พระราชบิดาของพระองค์ หรือพระนามเต็มว่า “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก” ในขณะที่ชาวต่างชาติเรียกพระนามของพระราชบิดาว่า “เจ้าฟ้ามหิดล” เราทุกคนที่เป็นลูกสงขลานครินทร์ จึงถือเป็น “ลูกพระบิดา” ทุกคน

วันที่ 22 ก.ย.ของทุกปี จึงถูกกำหนดให้เป็น “วันสงขลานครินทร์” ความภูมิใจเล็กๆ อีกอย่างหนึ่งของฉันคือ “วันนั้นเป็นวันเกิดของฉัน” แม้จะต่างกันตรง พ.ศ. แต่มันก็ย้ำเตือนฉันให้นึกถึงสถาบันอยู่เสมอ

และที่ยิ่งภูมิใจไปกว่านั้นคือ พระนามกลม หรือพระนามแรกในพระสูติบัตร ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจะได้รับพระราชทานพระนามจริงคือ “Baby Songkhla”

สิ่งที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ ในสำนึกของ “ลูกพระบิดา” ทุกคนคือ พระราชปณิธานของพระราชบิดาที่ดำรัสไว้ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเปนที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษเปนกิจที่หนึ่ง ลาภทรัพย์และเกียรติยศ จะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพย์ไว้ให้บริสุทธิ์”

ฉันจึงไม่แปลกใจเลยว่า...ทำไมในหลวงถึงทรงงานหนักเยี่ยงนั้น? พระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่ตลอด 70 ปีแห่งการขึ้นครองราชย์ของพระองค์ มาจาก “คำสอนของพ่อ” พระราชปณิธานของพระราชบิดา ที่ถ่ายทอดมาสู่พระองค์ แบบอย่างแห่งการปฏิบัติที่ไม่ต้องมองหาจากใครเลย คำสอนที่ถูกถ่ายทอดจากพ่อสู่ลูก คำสอนก่อนที่จะมาถึงเรา ฉันมิได้มีเจตนาเทียบตัวเองเสมอพระองค์ท่าน เพราะคนไทยทุกคนเกิดมาใต้ร่มพระบารมี ได้เกิดมาเป็นข้ารองบาทของพระองค์ ก็นับเป็นบุญนักแล้ว ฉันเพียงอยากอธิบายเป็นภาษาชาวบ้าน ถึงการสืบทอดเจตนารมณ์ของพระราชบิดามายังพระราชโอรส และเมื่อพระองค์ได้กลายเป็น “พ่อหลวง” ของปวงชนชาวไทยมิใช่แค่ “ลูกพระบิดา” เท่านั้น คำสอนนั้นคนไทยทุกคนทั้งประเทศได้เห็น ได้รับรู้มาตลอดชีวิตของเรา แม้แต่ชาวต่างชาติก็ยังแปลกใจและภูมิใจแทนคนไทย ที่คงไม่มีพระราชาประเทศใดทำด้ขนาดนี้

“ประโยชน์ของเพื่อนมนุษเปนกิจที่หนึ่ง” ภาพพระองค์ทรงงาน โครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการ การเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกผืนดิน ทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร ผืนดินเหล่านั้นล้วนเคยเป็นที่นั่งของพระราชามาแล้วทั้งนั้น ยิ่งตอกย้ำประโยคนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่ามิใช่เพียงพระราชปณิธานที่ศิษย์เก่าสงขลานครินทร์ทุกคนต้องท่องให้จำ แต่คำสอนนั้นยังเข้าไปอยู่ในหัวใจของพระราชาของเราด้วยเช่นกัน ในขณะที่เราแค่จำ แต่พระองค์ทำ ทำมาตลอดชีวิต

ทุกวันนี้ มีคำหนึ่งซึ่งเข้ามาเติมอยู่ในจิตสำนึกของเราทุกคนคือคำว่า “ทำดีเพื่อพ่อ” ฉันมองเห็นความหมายที่ดีของคำนี้ แต่ฉันไม่อยากให้คำๆ นี้เกิดขึ้นเพียงในวาระโอกาสพิเศษเท่านั้น ไม่อยากเห็นคำนี้เป็นแค่ลายสกรีนอยู่บนเสื้อดำ ไม่อยากเห็น “คนทำดี” ต้องมาทำดีเฉพาะที่สนามหลวง “ความดี” ทำได้เลยไม่ต้องรอ ไม่ต้องจัดอีเวนต์ ไม่ต้องจัดสถานที่ ไม่ต้องรอทำร่วมกัน ไม่ระบุเวลา ไม่ต้องคิดขึ้นมาเพียงเพื่อถวายความอาลัย

ทุกภาพการทรงงานของในหลวง ทำให้ฉันรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเข้าใจความหมายของคำๆ นี้อย่างจริงจัง ตั้งมั่น และปฏิบัติ พระราชปณิธานของพระราชบิดา มิใช่แค่ประโยคที่มีเอาไว้ท่องจำอีกต่อไป แต่มันคือการลงมือทำ นับจากวันนี้ไป การเสียสละ การทำความดี การทำเพื่อผู้อื่น เป็นสิ่งที่เราควรยึดถือปฏิบัติในการดำเนินชีวิต ชีวิตเปิดโอกาสให้เราทำได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน อยู่ที่ว่าเราจะเลือกทำตรงจังหวะใด ใครที่ตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความทุกข์ จังหวะนี้แหละที่เราจะเลือกเดินออกมาจากความทุกข์ของตัวเอง เอาเวลาทุกข์มาทดเวลาทำเพื่อผู้อื่นดูบ้าง “ลาภทรัพย์และเกียรติยศ จะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพย์ไว้ให้บริสุทธิ์”

ถึงเวลาแล้วที่เราจะแสดงให้ “พระราชบิดา” และ “พ่อหลวง” ได้มองเห็นว่า “คำสอนของพ่อ” ยังคงอยู่กับเราเสมอ อยู่กับเราทุกคน จากพ่อ...สู่พ่อ...จากพ่อ...สู่เรา...และจากเรา...สู่ลูกหลานเราสืบไป &O5532;

เข้าไปพูดคุยหรืออ่านมุมมองความคิดของ ว.แหวน ได้ที่ www.facebook.com/Worwaenfanpage