เตรียมรับสังคมผู้สูงอายุ

วันที่ 11 พ.ย. 2559 เวลา 14:05 น.
เตรียมรับสังคมผู้สูงอายุ
โดย...ดร.เกษรา

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ การอนุมัติ 4 มาตรการดูแลผู้สูงอายุค่ะ ประกอบด้วย 1.มาตรการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยนายจ้างสามารถนำเงินเดือนหรือค่าจ้างผู้สูงอายุไปหักภาษีได้ 2 เท่าของเงินเดือน ในส่วนของเงินเดือนหรือค่าจ้างผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในอัตราเงินเดือนไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ใช้สิทธินี้ได้ไม่เกิน 10% ของลูกจ้างทั้งหมด 2.อนุมัติให้สร้างโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุบนพื้นที่ของราชพัสดุได้ 3.มาตรการ Reverse Mortgage และ 4.ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายบำนาญแห่งชาติ รวมถึงการปรับปรุงเรื่องของเงินสมทบและเงินปรับปรุงต่างๆ

จากมาตรการทั้ง 4 ข้อนี้ แสดงให้เห็นว่า ภาครัฐตระหนักถึงอนาคตที่ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงมีความจำเป็นที่ต้องออกมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบันให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันก็ออกมาตรการมารองรับผู้คนในวัยทำงานให้มีเครื่องมือในการเตรียมตัวเองในวัยเกษียณด้วย

ความสำคัญและผลกระทบของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนั้นไม่ใช่กระทบเฉพาะคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไปเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ผู้คนวัยกลางคนตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ควรตระหนักและเตรียมความพร้อมด้วย ทั้งนี้ในส่วนของบ้านและสินเชื่อบ้านนั้น ภาครัฐเองก็ออกมาตรการส่งเสริมที่น่าสนใจหลายตัว

ในส่วนของการพัฒนาโครงการบนพื้นที่ราชพัสดุก็มีรายละเอียดปลีกย่อยๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม โดยโครงการที่รัฐต้องการให้เอกชนพัฒนานั้น จะพัฒนาเพื่อผู้สูงอายุแบบครบครัน มีทั้งที่อยู่อาศัย, คลินิก และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยบ้านบนพื้นที่ราชพัสดุนี้จะให้สิทธิการเช่าแก่ผู้เช่าได้ 30 ปี และต่ออายุได้อีก 30 ปี ซึ่งจะให้สิทธิแก่บุตรที่เลี้ยงดูบิดามารดาสูงอายุเป็นผู้ได้สิทธิจองก่อน คิดอัตราค่าเช่าเริ่มที่เดือนละ 1 บาท/ตารางวา นอกจากนี้ภาครัฐยังเล็งที่จะพัฒนาโครงการบ้านประชารัฐขึ้นทั่วประเทศด้วยค่ะ

ในส่วนของสินเชื่อเอง จะเห็นว่า มีสินเชื่อที่น่าสนใจอยู่หลายตัวให้เลือกค่ะ ล่าสุดทาง ธอส.ได้ออกสินเชื่อบ้านกตัญญู โดยให้สินเชื่อบ้านในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมสิทธิประโยชน์ในการลดเงินต้นในอนาคตกรณีชำระตรงเวลา 48 เดือนติด แก่ผู้กู้ที่มีบิดามารดาอยู่ในทะเบียนบ้านด้วย สินเชื่ออีกตัวที่ภาครัฐกำลังส่งเสริม ก็คือ การอนุมัติสินเชื่อบ้านในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 40-60 ปีค่ะ โดยขยายระยะเวลาผ่อนบ้านไปจนถึงอายุ 70 ปี ซึ่งเอื้อให้คนสูงอายุสามารถผ่อนบ้านได้ เพราะโดยปกติแล้วการอนุมัติสินเชื่อบ้านนั้นแบงก์จะไม่อนุมัติให้คนสูงอายุ เพราะอายุของการผ่อนชำระนาน 30 ปี และพอคนเกษียณที่ 60 ก็จะไม่มีรายได้แล้ว ทำให้สินเชื่อบ้านไปไม่ถึงกลุ่มคนแก่ค่ะ

นอกจากสินเชื่อสำหรับผู้ซื้อบ้านแล้ว รัฐเองยังช่วยสนับสนุนสินเชื่อให้กับโครงการบ้านเพื่อคนสูงอายุให้กับผู้ประกอบการด้วยค่ะ ทั้งในลักษณะของสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการและสินเชื่อสำหรับผู้ซื้อบ้านในโครงการดังกล่าวด้วย

นอกจากมาตรการเรื่องส่งเสริมการมีบ้านแล้ว ภาครัฐเองก็ให้ความใส่ใจถึงการมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงในยามเกษียณ ด้วยการส่งเสริมในเรื่องของ Reverse Mortgage มาตรการนี้ออกแบบมารองรับผู้ที่มีบ้านเป็นของตัวเองหลังเกษียณ โดยคนที่เกษียณอายุแล้วสามารถนำบ้านมาขอสินเชื่อกับธนาคารและธนาคารจะจ่ายเงินออกมาเป็นเสมือนกระแสรายได้ในแต่ละเดือน ทำให้แม้จะขาดรายได้จากงานประจำแต่ก็สามารถมีเงินมาใช้จ่ายได้โดยมีบ้านเสมือนตู้ ATM ค่ะ

ทั้งหมดนี้ จะเห็นว่า รัฐบาลนั้นเห็นความสำคัญในการเตรียมสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี จะเห็นว่า มาตรการต่างๆ ที่ออกมานั้นก็เพื่อสร้างหลักประกันด้านต่างๆ ของชีวิตที่มั่นคงในยามเกษียณ ตั้งแต่เรื่องการวางแผนการออม การมีที่อยู่อาศัย เรื่องอาชีพ ไปจนถึงเรื่องการมีรายได้หลังเกษียณ

จากทั้งหมดจะเห็นว่า เรื่องบ้านนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ตอบโจทย์ความมั่นคงในยามเกษียณทั้งหมด ในแง่ของการเป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญ และแหล่งรายได้ ดังนั้นแล้วตอนนี้จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจมีบ้านหลังแรกและกำลังวางแผนความมั่นคงระยะยาวที่จะใช้ประโยชน์จากมาตรการรัฐที่ออกมาในช่วงนี้ด้วยค่ะ

บทความแนะนำ