ภูเขาทอง ตระการตาในความทรงจำ

วันที่ 25 ส.ค. 2553 เวลา 07:11 น.
ยืนสูงเด่นตระหง่านเสียดฟ้าท้าทายสายตามานานนับร้อยปี ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง พุทธสถานสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ที่ตั้งอยู่ในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานครแห่งนี้ ก็ยังคงงดงามตระการตา ขรึมขลังมลังเมลืองไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้จะผ่านมานานสักแค่ไหนก็ตาม

โดย....อินทรชัย พาณิชกุล

 

ยอดองค์พระเจดีย์สีทองอร่ามสะดุดตา งานลอยกระทงอันแสนรื่นเริงบันเทิงใจ และแหล่งขายดอกไม้ไฟเลื่องชื่อ ดูเหมือนจะเป็นนิยามสั้นๆ ที่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของผู้คนมายาวนาน ภาพแล้วภาพเล่าของภูเขาทองที่ปรากฏผ่านสายตาสาธารณชน ล้วนติดตาตรึงใจยากจะลืมเลือน

เร็วๆ นี้ ได้มีกิจกรรมประกวดถ่ายภาพชื่อ “สีสันกรุงเทพฯ สีสันบรมบรรพต” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Shield the Glamorous Bangkok by TOA ครั้งที่ 2 โดยบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) เปิดโอกาสให้ช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ได้ร่วมกันบันทึกภาพความประทับใจที่มีต่อพระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง มีผลงานส่งเข้ามากว่า 700 ภาพ จากนั้นจะมีการตัดสินรางวัลและคัดเลือกภาพเหล่านั้นมาจัดแสดงให้ชม ณ ห้องอเนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 ส.ค.

นอกจากนี้ ผลงานภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลจะถูกนำไปผลิตเป็นโปสต์การ์ดจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายสมทบทุนในการทำนุบำรุงวัดสระเกศต่อไป

ผลการตัดสินปรากฏว่ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ผลงานที่ชื่อ “งดงามยามค่ำคืน”ฝีมือการกดชัตเตอร์ของ จรัสพล สินถาวร ตามมาด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน “ส่องสว่างกลางใจ” โดยณฐนนท์ ดนัยพิริยะ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 “มงกุฎเมือง” สัณหกช เทพโยธิน และรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัล ได้แก่ภาพ “ความงามต่างสมัย”บูชาชน เพชรธัญญะ “สีสันแห่งบรมบรรพต”มานิตลาภลือชัย “แสงสุดท้ายที่ภูเขาทอง”พงศกร ประทีปถิ่นทอง “ชุมชนภูเขาทอง”นภดล กันบัว และ “โปสต์การ์ด”เยาวลักษณ์ พิพัฒน์ตังกูล

จรัสพล สินถาวร ช่างภาพเจ้าของรางวัลชนะเลิศ จากผลงานที่ชื่อ “งดงามยามค่ำคืน” พูดถึงแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพภูเขาทองว่า

 

“ภาพนี้ถ่ายตอนกลางคืน เราจะเห็นได้ว่าภูเขาทองส่องแสงสีทองงามตามาจากฝั่งซ้ายมือ ซึ่งผมเปรียบเสมือนวัด ขณะที่ทางขวามือ มีพระพุทธรูปสีทองส่องสว่างเช่นเดียวกัน ทั้งวัดและพระพุทธรูปเป็นสิ่งคู่กัน ณ ที่นี้หมายความว่าแม้ในความมืดมิดที่สุด พระพุทธศาสนาก็ยังส่องสว่างกระจ่างอยู่เสมอ”

เช่นเดียวกันกับความรู้สึกของณฐนนท์ ดนัยพิริยะ ช่างภาพสมัครเล่น เจ้าของรางวัลที่สอง ก็เผยถึงแนวคิดในการถ่ายภาพครั้งนี้ว่า

“แรงบันดาลใจของภาพ ‘ส่องสว่างกลางใจ’ มาจากความคุ้นเคยในวัยเด็กที่ได้มาคลุกคลีกับภูเขาทองในงานลอยกระทงทุกๆ ปี แนวคิดการถ่ายภาพครั้งนี้ ผมตั้งใจจะหาภาพภูเขาทองในมุมที่ดูสงบและสว่าง เพราะความสงบและการมีสมาธิ ทำให้เกิดแสงสว่างนำทางชีวิต เปรียบได้กับพระบรมบรรพต แม้อยู่ใจกลางเมืองอันสับสนวุ่นวายแต่ผู้คนที่เข้ามาสักการะก็จะได้รับความสุข สงบในจิตใจ เพื่อเป็นพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป”

กว่าสองร้อยภาพที่นำมาจัดแสดง สะท้อนให้เห็นความสวยงามของพระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง ในหลากหลายมุมมอง บางภาพอาจคุ้นชินสายตากันอยู่แล้ว บางภาพอาจดูแปลกตาไม่ค่อยมีใครเห็น ไม่ว่าจะเป็นผู้กดชัตเตอร์บันทึกภาพ หรือแม้แต่ผู้ชมเองก็ตามมีความรู้สึกคล้อยตามไปทางเดียวกัน นั่นก็คือเชื่อว่าความงดงามของภูเขาทองผ่านภาพถ่ายเหล่านี้น่าจะมีส่วนช่วยให้ประชาชนหันมาช่วยกันทำนุบำรุงศาสนาและสถาปัตยกรรม รวมถึงโบราณวัตถุโบราณสถานที่ล้ำค่าของประเทศมากขึ้น