สามหน่อพลทหารดารา สิ่งที่ได้กลับมา คือ ‘ความเสียสละ’

  • วันที่ 27 ส.ค. 2559 เวลา 11:44 น.

สามหน่อพลทหารดารา สิ่งที่ได้กลับมา คือ ‘ความเสียสละ’

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

แสงไฟที่จับจ้อง เขายืนถือไมค์ขับกล่อมบทเพลงตามที่ถนัด วาดลวดลายลีลาเต้นรำตามท่วงจังหวะทำนองเพลง เพื่อให้ผู้ชม แฟนๆ ได้รับความบันเทิงใจ

สิ่งที่เขาทำมานาน ทุกวันนี้ต้องหยุดลงเป็นการชั่วครู่ อย่างน้อยก็ระยะ 1-2 ปี เพราะต้องเปลี่ยนเครื่องแบบนักร้อง นักแสดง มาสวมเสื้อลายพราง รองเท้าบู๊ต ผมสั้นเกรียน ทำหน้าที่ของชายไทยรับใช้ชาติในฐานะพลทหาร

“ชิน” ชินวุฒ อินทรคูสิน กวิน ดูวาล และ ชาโน แพมเบอร์เกอร์ สามหน่อลูกครึ่ง แต่ในเมื่อยังมีเลือดไทยไหลเวียนในร่างกาย ดังนั้นหน้าที่ของชายไทยทุกคนก็ปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร

@weekly ฉบับนี้มาเยี่ยมเยือนพลทหารชื่อดังทั้ง 3 นายที่ประจำการอยู่ที่มณฑลทหารบกที่ 11 อีกเพราะอยากเห็นแนวคิดของทั้ง 3 แสบ (ตามที่ผู้บังคับบัญชาของเขาให้ฉายา) ว่านับกว่า 3 เดือนที่เข้ามาประจำการ พวกเขาเปลี่ยนไปอย่างไร

ชิน กวิน และชาโน มาในชุดลายพราง ผมสั้นเกรียน ยิ้มแย้มต้อนรับเป็นอย่างดีพร้อมกับมาดและทรงอันขึงขังในสไตล์ทหาร แต่ยังคงความขี้เล่นขี้แกล้งตามรูปแบบของผู้ชาย ทั้งกอดคอหยอกเย้า แซวเรื่องทรงผมกันและกันอย่างสนุกสนาน

โดยเฉพาะในรายของชิน และกวิน แววตาของพวกเขาไม่หลงเหลือความกังวลใดๆ จากเดิมที่ก่อนหน้าจะเข้ากรม ชินต้องหลั่งน้ำตาเพราะมาเป็นทหาร ด้วยเหตุผลเป็นห่วงครอบครัว ขณะที่กวินก็ออกอาการเหวอเพราะไม่คิดว่าจะต้องถูกเกณฑ์

 

วันนี้ทั้งคู่มีแววตาที่แจ่มใส ขณะที่ชาโน คงไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นดาราดาวรุ่งที่ใจปรารถนารับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร ด้วยก่อนหน้านี้ก็เข้าสมัครเป็นทหารพรานอาสาที่จังหวัดชายแดนใต้ และล่าสุดที่ขอสมัครมารับใช้ชาติด้วยการเป็นพลทหารอีกครั้ง

พลทหารชิน เปิดฉากเล่าความคิดของตัวเองอย่างหมดเปลือกว่า วินาทีที่รู้ว่าตัวเองจะต้องเข้ากรมกองยอมรับว่ามีความกังวลหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่รายได้จากการแสดงต้องหายไป ผลกระทบเลยจะต้องไปอยู่กับครอบครัว เพราะตนเป็นเสาหลักของครอบครัวที่หารายได้มาจุนเจือ แต่เหนืออื่นใดมันไม่ได้กลัวว่าจะต้องมาเป็นทหาร น้ำตาวันนั้นคือความเป็นห่วงครอบครัว แต่เมื่อจัดระเบียบเรื่องส่วนตัวได้แล้ว ทุกอย่างลงล็อก การมารับใช้ชาติจึงไร้ความกังวล

“ก้าวแรกที่เข้ามาสนุกนะ วันแรกเลย เพราะเราก็มีเพื่อน สามเดือนแรกเราจะฝึกหนักกันอย่างเดียว ฝึกทั้งร่างกาย วินัย ท่าทางต่างๆ ที่ต้องเป็นทหาร จากนั้นก็ถูกแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่กัน อย่างผม และกวิน รวมถึงชาโน ก็จะได้ทำหน้าที่ที่ตนเองถนัดเมื่ออยู่ข้างนอก คือ ร้องเพลง เล่นดนตรีในวงดนตรีของทหารในกองพัน” ชิน เล่า

สิ่งที่พลทหารชินวุฒได้กลับมาเพียงแค่ระยะเวลา 3 เดือนที่มาสวมเครื่องแบบทหาร คือความเสียสละ เพราะเป็นคำที่หากนำไปสู่การปฏิบัติได้แล้ว จะทำให้สังคมดีขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเชื่อว่าทุกวันนี้ทุกคนรู้ระลึกกับคำว่าต้องเสียสละอยู่แล้ว เพียงแต่ความแตกต่างระหว่างกันคือ แต่ละคนจะปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน

“อย่างผมถือว่าอายุเยอะแล้วนะ ปีนี้ผม 27 ปีแล้ว ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ในหมู่พลทหารใหม่เลย แต่ทุกคนก็เท่าเทียมกันหมด ฝึกด้วยกัน ตื่นนอน กินข้าว อาบน้ำพร้อมกัน และแม้ว่าผู้บังคับบัญชาจะอายุน้อยกว่าเรา ตรงนี้เราก็ต้องทำความเคารพ ต้องเชื่อฟัง เข้ามาข้างในมันมีอะไรหลายอย่างที่เราไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้ทำหรือไม่ หากไม่เข้ามาเป็นทหาร เราเห็นสังคมใหม่ได้ทำสิ่งใหม่ๆ อย่างเช่น ผม กวิน และชาโน ก็ได้ไปร้องเพลงที่หน้าพระที่นั่งด้วย หรือการนำเชียร์ฟุตบอลสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด ซึ่งประสบการณ์เช่นนี้ข้างนอกไม่มีให้เราแน่นอน แต่เราก็ต้องแลกมาด้วยการฝึก ความมีวินัย ผมถือว่าผมได้สิ่งดีๆ มากมายเมื่อเข้ามาเป็นทหาร” พลทหารชิน ย้ำ

 

พลทหารชิน บอกว่า กระนั้นแน่นอนว่าสายตาของคนภายนอกต้องมองว่า สภาพร่างกายดาราหรือจะไปสู้ปุถุชนทั่วไปในการฝึก พวกนี้จะไหวหรือเปล่า? คำถามนี้คือคนที่ไม่รู้จริง ตนเป็นดารา เป็นนักร้อง ก็ต้องฝึกทั้งร้องทั้งเต้น ดูแลร่างกายออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นการฝึกของทหารก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะร่างกายเราพร้อม

พลทหารกวิน เล่าบ้างว่า ครั้งที่จับใบดำ-ใบแดง ก็ตามคลิปที่ปรากฏออกมา คือ เหวอ เพราะเราไม่คิดว่าจะได้มาเป็นทหาร ความคิดสับสนว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างเมื่อมารับใช้ชาติ เราไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัวเลย แต่เมื่อเข้ามาแล้วมันก็สนุกดี มีเพื่อนเยอะ หลากหลายมากขึ้น มันก็ทำให้เราลืมโลกภายนอก และเวลาก็ผ่านไปเร็วเหลือเกินเมื่อมาอยู่ในค่าย

นักร้องดังขวัญใจวัยรุ่น เสริมว่า สิ่งที่ได้คือวินัยของชีวิต วินัยที่ว่าคือรู้จักตื่นเช้า นอนเป็นเวลา และทำกิจวัตรเรื่องปกติได้ด้วยตนเอง ทั้งซักผ้า เก็บที่นอน เพราะแต่เดิมเป็นคนนอนดึก ตื่นสาย และหากยังนำวิถีแบบเดิมมาใช้ในค่ายทหาร ไม่ใช่แค่เราคนเดียวจะถูกซ่อม หรือถูกทำโทษ แต่เพื่อนก็จะโดนด้วย เพราะฉะนั้นมันเลยต้องช่วยกัน และทำให้สมัครสมานสามัคคีกันด้วย

“เป็นทหารทำได้ทุกอย่างจริงๆ นะครับ เป็นระเบียบหมด ผมมีพัฒนาการในจุดนี้มาก แต่แน่นอนว่าช่วงแรกๆ อาจจะคิดถึงบ้านบ้าง คิดถึงแฟนบ้าง นั่งนอนนับวันรอวันเยี่ยมครั้งแรก หรือรอวันพักได้ออกไปข้างนอก แต่เมื่ออยู่ไปนานๆ แล้วขณะที่เราอยู่ข้างนอก เรากลับนับวันรอให้ถึงวันเข้าค่ายเร็วๆ เพราะจะได้เจอเพื่อน ได้เจอครูฝึก ได้อยู่ด้วยกัน มันก็สนุกไปอีกแบบ” พลทหารกวิน เล่า

ขณะที่พลทหารชาโน หนุ่มลูกครึ่งผู้ที่เคยสมัครเป็นทหารพรานมาแล้ว เปิดใจว่า อยากเป็นทหารเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แต่ก่อนทราบแต่เพียงว่า คุณปู่ก็เคยเป็นทหารมาก่อน ความคิดแรกคือมีโอกาสไปเยือนที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อร้องเพลงให้ความสุขกับคนในพื้นที่ แต่สิ่งที่ไปพบและได้คิดตาม คือ ความเป็นอยู่ของทหารในพื้นที่ เขากินกันอย่างไร อยู่แบบไหน และอะไรคือเป้าหมายที่เขามาทำหน้าที่ เมื่อได้สัมผัสได้เรียนรู้พี่ๆ ทหารในพื้นที่ ก็เลยเกิดความคิดว่าอยากรับใช้ชาติ อยากทำหน้าที่เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินแม่ของตัวเองบ้าง

“ปี 2557 มีการเปิดรับสมัครทหารพราน ผมก็เลยไปสมัครเลย และอยู่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ราว 1 ปี ก็ปลดประจำการ จากนั้นก็กลับไปใช้ชีวิตตามเดิม คือรับงานแสดง และเมื่อมีโอกาสสมัครเป็นทหารเกณฑ์อีก ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะตัดสินใจและได้สมัครเข้ากรมกองเพื่อรับใช้ชาติอีกครั้ง”

พลทหารชาโน เสริมว่า แต่เดิมผมต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแล แต่มาเป็นทหารแล้วก็ต้องทำทุกอย่างเองทั้งหมด และเห็นว่าผมก็ทำได้เหมือนทุกคนนี่นา ฝึกก็ไม่ได้หนัก ครูฝึก ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่นายสิบไปจนถึงนายพล ก็ใจดีและเป็นกันเอง เราอยู่กันแบบพี่น้อง ไม่ใช่ภาพอย่างที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับการฝึกพลทหาร หากเชื่อฟังและปฏิบัติตาม ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา

“ตกเย็นก็เอาโกลหนูมาตั้ง มาเตะบอลกัน ผมก็เตะกับกวิน กับพี่ชิน กับเพื่อนๆ พลทหารรวมถึงผู้บังคับบัญชาด้วย ทุกคนเท่าเทียมกัน เราไม่ใช่ว่าจะต้องมีแสงไฟจับต้องจากภายนอก โลดแล่นทั้งในโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์ แล้วทุกคนจะต้องเกรง แต่เราอยู่กันอย่างพี่น้อง การเข้ามาเป็นทหารให้อะไรดีๆ เราเยอะเช่นกัน”

แน่นอนว่าในอนาคตอันใกล้ การปลดประจำการของพลทหารชื่อดังทั้ง 3 นายจะต้องมาถึง พลทหารกวิน พลทหารชาโน จะปลดประจำการในอีกราว 9 เดือนข้างหน้า ขณะที่พลทหารชินจะปลดประจำการในอีก 1 ปี 9 เดือน เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ พลทหารทั้ง 3 ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จะต้องกลับมาเยี่ยมเยือนผู้บังคับบัญชา รวมถึงติดต่อกับเพื่อนๆ พลทหารอื่นๆ ที่อยู่ร่วมค่ายกันมาแน่นอน โดยเฉพาะกวิน และชาโน ที่เอ่ยปากแซวชินว่า “จะกลับมาเยี่ยมเช่นกัน เพราะพี่ชินจะต้องอยู่ต่ออีก 1 ปี” เรียกเสียงหัวเราะให้ทั้ง 3 คนอย่างครึกครื้น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ