เนตรนภา ปฐมวัฒนกุล & เครื่องประดับสุดจี๊ด

  • วันที่ 28 ธ.ค. 2558 เวลา 12:38 น.

เนตรนภา ปฐมวัฒนกุล & เครื่องประดับสุดจี๊ด

โดย...อณุสรา ทองอุไร-ณัฐดนัย คุณกมุท ภาพ ณัฐดนัย คุณกมุท

สาวสุดติสต์จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร “ต๋อ-เนตรนภา ปฐมวัฒนกุล” ลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์เครื่องประดับ ภายใต้ชื่อ M.I.L.F เครื่องประดับสเตนเลส ที่ออกแบบโดยใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปอย่างลงตัว กว่า 1 ปี ที่แบรนด์นี้ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ ด้วยความมุ่งมั่นของเธอที่อยากจะปรับเปลี่ยนสไตล์ของวัยรุ่นไทยด้วยเครื่องประดับสไตล์ใหม่ที่ไม่เหมือนใครในโลก

จากบุคลิกส่วนตัวที่เป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ต้องหาอะไรทำตลอด ทำให้เธอผ่านการทำธุรกิจด้านการค้าขายมาหลายรูปแบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ทดลองทำกิจการต่างๆ มาแล้วสองอย่างหลักๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการออกแบบทั้งสิ้น นั่นคือออกแบบพวงกุญแจ ซึ่งถือว่าถ้าย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน จะมียุคทองของพวงกุญแจคู่รัก ก็ทำให้ได้รับความนิยมอยู่ช่วงหนึ่ง หลังจากนั้นก็เป็นธุรกิจการวาดลวดลายต่างๆ ลงบนกางเกงยีนส์ ซึ่งถือเป็นงานที่เธอรักงานหนึ่ง แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้ต้องหันไปทำธุรกิจอื่นๆ แทน มาจบที่แบรนด์เครื่องประดับแบรนด์นี้

 

สำหรับแบรนด์ M.I.L.F มีจุดเริ่มต้นมาจากที่เธอเป็นคนชอบแต่งตัวเยอะๆ รวมถึงชื่นชอบและติดตามแฟชั่น ทั้งเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของทางยุโรปอยู่เป็นประจำ แล้วเกิดความคิดว่าที่ประเทศไทยยังไม่ค่อยมีใครนำเครื่องประดับในสไตล์ที่เธอชื่นชอบมาขาย อาจจะเนื่องจากความเชื่อของต่างประเทศที่สามารถนำสัญลักษณ์ทางศาสนามาใช้เป็นเครื่องประดับได้ หรือถ้าจะมีคนไทยที่ทำแบบนี้มาขายก็จะขายในราคาที่สูง เธอเลยตัดสินใจใช้วิชาที่เธอเรียนมาสรรค์สร้างให้เกิดแบรนด์นี้ขึ้นด้วยตัวเองคนเดียว

“ถ้าพูดถึงชื่อ จริงๆ แล้ว M.I.L.F นี่คือตัวย่อค่ะ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวันที่ตัดสินใจไปซื้อของวัตถุดิบเพื่อมาทำสินค้าวันแรกที่สำเพ็ง ในขณะที่นั่งรถเมล์กลับบ้านก็ได้เจอคุณป้าคนหนึ่ง ตอนนั้นใช้คำว่า คุณป้าสุดจี๊ดเลย ทั้งการแต่งตัว แว่น และรูปลักษณ์ต่างๆ ทำให้ต้องยกคำนั้นให้ บวกกับบุคลิกของตัวเองด้วยที่เป็นคนค่อนข้างไม่กลัวใคร ไม่ใช่คนเรียบร้อย และตัวเครื่องประดับเองก็เป็นแบบคนวัยจี๊ดก็สามารถใส่ได้ ไม่เด็กเกินไปหรือมีอายุเกินไป เลยนำทุกอย่างรวมกันแล้วกลับไปค้นหาในกูเกิล จึงได้เป็นชื่อนี้ขึ้นมา หลังจากนั้นก็มีคนที่รู้จักติดต่อมาซื้อของเรื่อยๆ ทำให้รู้ว่าชื่อแบรนด์เราค่อนข้างโดดเด่น แปลก และติดหู เลยไม่คิดจะเปลี่ยนชื่อ ถ้าใครอยากรู้ว่าชื่อเต็มๆ คืออะไร ก็เข้าไปดูในอินสตาแกรม M.I.L.F ได้เลยค่ะ อย่าลืมกดติดตามด้วยนะคะ (หัวเราะ)”

เธอ เล่าว่า การออกแบบเครื่องประดับแต่ละชิ้น ถ้าเป็นแบรนด์อื่นๆ อาจจะมีการวางแผนออกแบบกันก่อนที่จะไปสั่งของหรือทำสิ่งต่างๆ แต่สำหรับแบรนด์นี้จะไม่มีการออกแบบก่อนใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ได้มา เธอจะไปเดินหาซื้อวัตถุดิบด้วยตัวเองก่อน ซึ่งระหว่างที่เดินหาซื้อของนั้นก็จะแอบคิดถึงงานที่จะทำออกมาพร้อมๆ กันไปด้วย เหมือนกับการได้แรงบันดาลใจจากสิ่งของที่ได้มา เมื่อเธอได้ของมาทั้งหมดแล้ว หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ลองนำมาสรรค์สร้างเครื่องประดับควบคู่กัน นำอันนั้นมารวมกับอันนี้ แล้วดูว่ามันสวยหรือไม่สวย ปรับไปเรื่อยๆ จนได้แบบที่ตัวเองพอใจถึงจะนำออกขาย แล้วแต่ละเส้นก็จะต้องผ่านมือเธอหมด

ถ้าพูดถึงเครื่องประดับแบรนด์ M.I.L.F ก็ต้องนึกถึงสร้อยเส้นยาวที่ไม่เหมือนใคร เพราะเจ้าตัวการันตีเลยว่าสร้อยเส้นสั้นแบบริบบิ้นที่ฮิตในยุค 90 หรือเครื่องประดับอื่นๆ อาจจะเคยเห็น หรือซื้อหาจากร้านค้าที่อื่นได้ แต่สำหรับสร้อยเส้นยาว เชื่อว่าไม่สามารถหาวัตถุดิบได้เหมือนกับที่ร้านนี้แน่นอน เนื่องจากเป็นการรวมวัสดุเล็กๆ น้อยๆ ที่ค่อนข้างจะหาตามท้องตลาดยากมารวมเข้าด้วยกัน ทำให้เป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้เลย และเป็นของที่ขายดีที่สุดในร้านด้วย ซึ่งตอนนี้ นอกจากสร้อยแล้วก็ยังมีกำไล แหวน ที่ทำออกมาใหม่ เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครอีกเช่นกัน

 

“กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าร้านเราเน้นขายสไตล์ ขายแนวคิดการออกแบบมากกว่า ซึ่งเราก็ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าหลายกลุ่มเช่นเดียวกัน มีทั้งสไตล์เท่ๆ ร็อกๆ รวมถึงมีแนวหวานๆ มีทางเลือกให้กับลูกค้ามากมาย ซึ่งกลุ่มลูกค้าก็จะมีตั้งแต่เด็กๆ วัยมัธยม มหาวิทยาลัย จนถึงคนวัยทำงานก็มี ซึ่งเราก็พยายามทำออกมาให้ครอบคลุมมากที่สุด”

ต๋อเล่าถึงการวางแผนในอนาคตว่า อยากจะมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง เพื่อให้คนได้ชมและเห็นสินค้าของตัวเองจริงๆ เนื่องจากตัวเองเป็นคนชอบลอง เลยอยากรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร รวมถึงอยากส่งออกต่างประเทศและขายส่งอย่างจริงจัง โดยดูแนวทางไว้อาจจะเริ่มจากโซนเอเชียก่อนเป็นอันดับแรก

“ถ้าถามว่าการทำธุรกิจแบบนี้ได้อะไร ตอบเลยว่าความสุข เงินอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ได้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก การได้รู้จักกับคนข้างนอก ที่ชาตินี้เราอาจจะไม่เคยคุยกันเลย แต่ดันได้มาคุยกัน บางคนถึงขนาดคบกันเป็นเพื่อนเลย มันทำให้เราเห็นโลกหลายมุมมากขึ้น ซึ่งบอกเลยว่าตัวเองไม่เคยกลัวการผิดพลาดหรือล้มเหลวเลย เราทำมันด้วยความสุข เราใส่ตัวเราเข้าไป ไม่ได้หวังจะรวยมากมายจากการทำตรงนี้ บริหารอย่างมีสติ เคยได้ยินคติจากคนหนึ่งที่ว่า ถ้าเราจะเอาเงิน 100 บาท จากคนสองคนมันอาจจะยาก แต่ถ้าเราจะเอาเงิน 1 บาท จากคน 200 คน มันง่ายกว่า นั่นหมายความว่า เราอาจจะต้องยอมลดบางอย่างของเรา ซึ่งกำไรมันอาจจะน้อยหน่อย แต่เราก็จะได้ลูกค้าที่มากขึ้น ตลาดเราก็จะกว้างขึ้น”

เพียงเงิน 1,500 บาท และความกล้าคิด กล้าทำ ในวันแรก ทำให้ M.I.L.F กลายเป็นหนึ่งแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งเลย ดูได้จากกระแสตอบรับ ยอดคนกดติดตามในอินสตาแกรมภายใน 1 ปี รวมถึงมีลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาสั่งซื้อไปขายต่อมากพอสมควร และล่าสุดกับการร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังที่ติดต่อเพื่อเป็นเครื่องประดับที่จะใช้ถ่ายแฟชั่น ยิ่งทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น หากใครสนใจสามารถไปติดตามและสั่งซื้อในอินสตาแกรม M.I.L.F

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ