โสด-สวย-(รวย)สุข ผู้หญิงเลือกได้

วันที่ 02 ธ.ค. 2558 เวลา 11:03 น.
โสด-สวย-(รวย)สุข ผู้หญิงเลือกได้
โดย...กองทรัพย์

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่กระแสแฟชั่น เทคโนโลยี และวิวัฒนาการอันก้าวหน้าหลายอย่างที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนเราเปลี่ยนตามเท่านั้น แต่ยังสร้างค่านิยมใหม่ให้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เช่น ค่านิยมเรื่องการแต่งงาน ที่ดูเหมือนว่าหนุ่มสาวสมัยใหม่จะหวงความโสดและอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองมากขึ้น หรือต่อให้หมายมั่นปั้นมือว่าจะอยู่กินด้วยกัน แล้วก็ยังไม่อยากรีบร้อนแต่งงาน

ข้อมูลจากสำมะโนประชากรและเคหะ สำนักสถิติแห่งชาติ เปรียบเทียบตัวเลขสาวโสดอายุ 40-44 ปี ระหว่างปี 2513 และปี 2553 พบว่ามีเปอร์เซ็นต์การครองโสดต่างกัน โดยในปี 2513 มีตัวเลขสาวโสดคิดเป็น 3.9% แต่ 40 ปีต่อมาอัตราส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10.6% และใช่ว่าจะมีแต่บ้านเราเท่านั้นที่ฮิตเทรนด์นี้ เพราะแนวโน้มของหนุ่มสาวทั่วโลกก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยล่าสุดรายงานของสหประชาชาติระบุว่า ผู้หญิงปัจจุบันแต่งงานช้าลงเฉลี่ยที่อายุ 25 ปี ด้วยเหตุผลเพราะพวกเธอมีการศึกษาสูงขึ้น มีหน้าที่การงานที่ดี มีรายได้ทางเศรษฐกิจที่พึ่งพาตัวเองได้ อย่างไรก็ตามการตัดสินใจแต่งงานช้าลงมากหรือน้อยนั้น พบว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศมีส่วนอย่างมาก ยิ่งกลุ่มประเทศร่ำรวยค่าเฉลี่ยอายุการแต่งงานช้าก็จะสูงขึ้นตามลำดับ

 

น่าสนใจในความคิดของสาวสมัยใหม่ว่า พวกเธอคิดอย่างไรกับบริบทที่เกิดขึ้นใหม่นี้

นักแสดงสาวมากความสามารถแห่งวิกพระรามสี่ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ที่แม้จะคบหากับแฟนหนุ่ม อาชว์ ไหลสกุล มานานร่วม 10 ปี แต่ก็ไม่มีวี่แววจะมีโครงการแต่งงานกันสักที “การแต่งงานในความคิดของแต้วมองว่า ผู้หญิงสมัยใหม่ไม่จำเป็นจะต้องรีบแต่งงานเพื่อพึ่งพาอำนาจเศรษฐกิจของผู้ชายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ผู้หญิงแต่ละคนที่แต่งงานช้าก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะบอกว่ามีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมด ยังมองว่าการมีคู่ชีวิตเร็วๆ ไม่จำเป็นขนาดนั้น เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าจุดอิ่มตัวมันช้าเพราะว่าผู้หญิงมีอะไรให้ทำหลายอย่าง ทั้งเรื่องเรียนหนังสือ เรื่องการสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ และต้องการดูแลพ่อแม่

แต้วคิดว่าตัวเองยังอยู่ในวัยที่ก้ำกึ่ง เพราะเรียนจบปริญญาตรีจากสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาได้ 2-3 ปี เรายังมองว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน และหนึ่งเหตุผลก็คือด้วยหน้าที่การงานที่เป็นนักแสดง เรายังต้องสร้างประสบการณ์ในการทำงานให้มากขึ้น แต้วต้องการสร้างหน้าที่การงานของตัวเองให้มั่นคงเหมือนกัน ไม่หวังเฉพาะความมั่นคงแต่จากฝั่งผู้ชายเท่านั้น”

แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์
แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์

 

เมื่อถามถึงโครงการเรียนต่อ นักแสดงสาวตอบว่า ตอนนี้อาชีพคือนักแสดง การเรียนก็คือเรียนจากการทำงานในวิชาชีพนี้ “ดังนั้นโครงการปริญญาโทยังเก็บไว้ก่อนและสิ่งที่สำคัญควบคู่กับการทำงานก็คือการดูแลครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ เราก็อยากมีความมั่นคงทางอาชีพการงานหรือว่าด้านธุรกิจหรืออะไรก็ตามไปก่อนที่จะไปคิดเรื่องแต่งงาน”

อีกหนึ่งสาวอารมณ์ดีและรักอิสระ มัดมุก-แพรดาว พานิชสมัย ที่หลังจากเรียนจบปริญญาตรีจากประเทศอังกฤษ ก็เริ่มทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ทันที “จริงๆ ก็มีโครงการเรียนต่อปริญญาโทเหมือนกัน แต่คุณพ่อคุณแม่แนะนำว่าให้มาลองทำงานก่อน จะได้รู้ว่าเราชอบด้านไหนจริงๆ ตอนนี้มองด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่ แต่ไม่แน่ว่าทำงานไปความสนใจอาจจะเปลี่ยนก็ได้”

เมื่อถามถึงงานแต่งงานของพี่สาว มัดหมี่ พิมดาว ที่ใกล้เข้ามา มัดมุก บอกว่า รู้สึกหวิวๆ เพราะว่าเราเป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก “ถามว่าอยากแต่งตามพี่สาวไหม ก็ต้องบอกว่าตอนนี้มัดมุกพอใจกับความโสด ไม่รู้สึกว่าเหงา เพราะว่าเราเป็นผู้หญิงที่รักอิสระ ชอบไปเล่นกีฬาคนเดียว ดูหนังคนเดียวได้ ทำอะไรคนเดียวได้โดยไม่เหงา เป็นคนมีความสุขกับชีวิต ซึ่งวิธีสร้างสุขง่ายๆ ของตัวเองก็คือการใช้เวลากับครอบครัว ไปสนุกกับเพื่อนๆ ซึ่งผู้หญิงสมัยนี้เป็นเหมือนมัดมุกเยอะมากนะคะ เรามองว่านี่เป็นพลังของผู้หญิงอย่างหนึ่งที่สามารถประสบความสำเร็จและทำอะไรได้เอง ถ้าหากจะมีคนเข้ามาจริงๆ แต่ถ้าทำให้เรารู้สึกไม่มีความสุข หรือทำให้เราเสียใจก็อยู่คนเดียวดีกว่าสบายใจดี”

แพรดาว พานิชสมัย
แพรดาว พานิชสมัย

 

นอกจากทิศทางของสาวโสดที่เพิ่มขึ้นกับอีกแนวโน้มหนึ่งที่เป็นผลเกี่ยวเนื่องกับการแต่งงานช้า นั่นก็คือผู้หญิงไทยนิยมมีลูกน้อยลง อ้างอิงจากรายงานของสหประชาชาติที่ชี้ว่า ในปี 2553-2558 อัตราการมีบุตรโดยเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่  2.5 คน/ผู้หญิง 1 คน ลดลงจาก 3 คน/ผู้หญิง 1 คน ในปี 2533-2538 ส่วนของผู้หญิงไทยจากที่เคยสูงถึง 6.1 คนในปี 2503 ลดลงมาเป็น 1.4 คน ในปี 2556 ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าแนวโน้มดังกล่าวจะทำให้ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเร็วขึ้น

สโรชา ซบินเด้นท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวถึงแนวโน้มนี้ว่า เทรนด์ของผู้หญิงยุคใหม่เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่งหากธุรกิจจับกระแสและทิศทางนี้ได้แล้วนำไปพัฒนาหรือต่อยอดผลิตภัณฑ์ อาจทำให้เกิดสินค้าและบริการใหม่ๆ ได้อีกมากมาย 

สโรชา ซบินเด้นท์
สโรชา ซบินเด้นท์

 

“ผู้หญิงสมัยใหม่ทำงานเองมากขึ้น มีรายได้ของตัวเองมากขึ้น และอยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูงมากขึ้น ประกอบกับบางคนแต่งงานแล้วไม่มีลูก ก็เลยทำให้มีเงินเหลือจับจ่ายใช้สอยสิ่งของหรือบริการสำหรับตัวเองมากขึ้นตามไปด้วย เราจะเห็นเลยว่าชุดชั้นในกลุ่มที่ขายดีของเราคือกลุ่มที่เป็นซัพพอร์ต ซึ่งเน้นกระชับรูปทรง ราคาสูงแต่ขายได้ และเป็นสินค้าที่ยอดขายเติบโตอย่างเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงมีอำนาจการจ่ายมากขึ้นและละเอียดกับการซื้อให้ตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม

ยอดการซื้อของผู้หญิงอายุตั้งแต่ 30-40 ปีจะสูงขึ้นมาก สะท้อนชัดเจนว่าผู้หญิงช่างเลือกและยอมจ่ายเงินแพงกว่าเพื่อแลกกับสินค้าและบริการที่ตัวเองพอใจ ถ้ามองในด้านทางธุรกิจก็คงจะมองได้ว่าผู้หญิงไทยแบบใหม่นี้ ต้องการสินค้าและบริการประเภทไหนให้เหมาะสมกับทิศทางที่ว่ามาข้างต้น ซึ่งในฐานะที่เราผลิตสินค้าที่มีกระแสแฟชั่นเกี่ยวข้องก็พยายามตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปให้ได้มากที่สุด”

 

กระแสความสุขของสาวๆ สมัยใหม่ชัดเจนว่าพวกเธอเอาใจตัวเองมากขึ้น ไม่ลังเลที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข ทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย หรือแม้แต่แฟชั่น สร้างความสุขให้ตัวเอง ซึ่ง สโรชา บอกว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ผู้หญิงควรจะมีสิทธิเลือกว่าอะไรที่มีความสุข “การมีชีวิตครอบครัวหรือการใช้ชีวิตตัวคนเดียวก็ทำให้เขามีความสุขเพียงพอแล้ว”

ผู้หญิงเลือกได้แล้วในปัจจุบัน...

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต