อบ-อุ่น ร้านขนมปัง แสนอร่อยของ ณัฐชลาลัย ลิมป์ธนะ

  • วันที่ 23 พ.ย. 2558 เวลา 11:37 น.

อบ-อุ่น ร้านขนมปัง แสนอร่อยของ ณัฐชลาลัย ลิมป์ธนะ

โดย...โยโมทาโร่ ภาพ : เสกสรร

สาวน้อยหน้าใสคนนี้เธอชื่อ ยิม-ณัฐชลาลัย ลิมป์ธนะ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่าที่เถ้าแก่เนี้ยรุ่นใหม่แห่งร้านขนมปังอบ-อุ่น ร้านขนมปังเล็กๆ ที่เธอตั้งใจจะทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศในอนาคต

อบ-อุ่นนี้มีที่มา

ยิม เล่าที่มาที่ไปของร้านขนมปังอบ-อุ่น ว่า “ที่มาที่ไปของร้านอบ-อุ่นนั้น เริ่มจากครอบครัวได้ซื้อกิจการร้านขนมปังมาร้านหนึ่งมาเมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งคาดหวังอย่างมากว่าจะดำเนินกิจการไปได้ด้วยดี แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด จำได้ว่าวันแรกที่เราขายขนมปัง เราได้กำไรแค่ 750 บาท ซึ่งในระยะยาวแล้วเราอยู่ไม่ได้แน่นอน จากวันแรกเราค่อยๆ เรียนรู้จากความผิดพลาดของเราในทุกเรื่อง เพราะเราใหม่มากกับธุรกิจนี้ ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาว่าอะไรคือความผิดพลาด แล้วเราจะไม่กลับไปทำผิดพลาดซ้ำอีก ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก

 

“เราเลยมาคิดกันถึงจุดที่ว่าร้านขนมปังที่ซื้อกิจการมาน่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มอะไรได้มากกว่านี้ เพราะขนมปังก็เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่สามารถรับประทานได้ทุกวัน จึงมาคิดต่อยอดไปว่า แล้วขนมปังสามารถนำมารับประทานกับอะไรได้อีก ไอเดียแรกก็คือขนมปังสังขยา จึงเป็นสินค้าตัวแรกของเราที่พัฒนากันเองก็คือขนมปังสังขยา แล้วเปลี่ยนแบรนด์ใหม่เป็น ‘อบ-อุ่น’ ชื่อร้านนี้ตีความได้ 2 ความหมาย ก็คือ ‘อบ’ หมายถึงขนมปังที่เพิ่งอบออกจากเตาใหม่ๆ และ ‘อุ่น’ ก็คือ ขนมปังที่รับประทานกับสังขยาที่ต้องรับประทานหลังจากเราเอาไปอุ่นนั่นเอง”

ดูเหมือนง่ายแต่ยากกว่าที่คิด

“ช่วงแรกเราทำการรีแบรนด์ใหม่ทั้งหมด ทั้งแพ็กเกจ โลโก้ ทำเองทุกอย่างตอนนี้มีทั้งหมด จนถึงวันนี้เรามี 3 สาขา 2 สาขา อยู่ที่พาราไดซ์ปาร์ค เป็นร้านขนมปังนมสด กับร้านเค้กที่แตกไลน์สินค้าออกมา และอีกสาขาเป็นร้านขนมปังอยู่ย่านวัชรพล คนมองว่าเยอะแต่ที่จริงแล้วเราเคยเปิดสูงสุดได้ถึง 5 สาขา เรามองว่าการเปิดสาขาใหม่ๆ จะช่วยทำให้ลูกค้าเชื่อถือและรู้จักเรามากขึ้น เป็นจุดหนึ่งที่เราเน้นการขยายสาขาหากมีโอกาสสามารถทำได้

 

“การที่เรามีหลายสาขาทำให้คนภายนอกมองว่าเราเติบโตเร็วและดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้วธุรกิจนี้ไม่ง่ายเลย มีปัญหามากมายตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ ช่วงแรกๆ เราขาดทุนมาตลอด 3 ปี กว่าจะกลับมามีกำไรจนคืนทุนและขยายสาขาได้ก็ต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร

“จุดที่เราผิดพลาดมากที่สุด ก็คือการที่เราเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่ได้เอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง เราคิดว่าสังขยาที่ดีต่อสุขภาพในมุมมองของเราต้องเป็นแบบนี้ แต่สิ่งที่ลูกค้าต้องการเป็นอีกแบบ ตรงนี้เราก็ไม่สามารถขายได้แล้ว ดังนั้นปัญหาของเราคือต้องทำสังขยาที่ดีต่อสุขภาพของลูกค้าและถูกปากใกล้เคียงสูตรสังขยาที่พวกเขาคุ้นเคยด้วย

“อีกอย่างเราออกตัวสินค้าของเราว่าเป็นสังขยาที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ใส่สี ไม่ใส่กลิ่น ไม่ใส่วัตถุกันเสีย แต่ก็ต้องให้ลูกค้ารู้ว่าสีเขียวที่เห็นนี้เป็นสีที่ได้จากอะไร รสชาติความหวานนี้ได้มาจากอะไรและดีต่อสุขภาพยังไง ในจุดนี้สังขยาที่เราทำทั้งหมดเป็นสูตรที่พัฒนาขึ้นมาเอง เป็นสูตรเฉพาะร้านที่พยายามทำให้ใกล้เคียงสูตรเดิม โดยใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ

 

“ปรับตั้งแต่การใช้วัตถุดิบ ขั้นตอนการทำ เราทำตั้งแต่การคั้นใบเตยที่ได้ทั้งกลิ่นหอม และรสชาติ ถ้าต้องการให้สีสดก็อาจจะมีรสขมแทรกเข้ามา น้อยไปสีก็ไม่สด กลิ่นไม่หอม ตรงจุดนี้เราทดลองทำและปรับสูตรมาตลอดจน เททิ้งไปก็หลายหม้อ กว่าจะได้รสชาติที่ลงตัวใกล้เคียงสูตรที่ลูกค้าคุ้นเคยมากที่สุด”

แต่สิ่งที่ยิมเครียดมากที่สุดในการทำธุรกิจ ก็คือการทำงานกับหลายๆ ฝ่ายในร้านก็มีปัญหาความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นเสมอ เป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงอยู่ตลอด รวมทั้งบุคลากรที่ไม่สามารถบริการลูกค้าได้ดีเท่ากับตัวเจ้าของลงมือทำเอง แต่เธอก็พยายามแนะนำให้กับลูกน้องว่าการบริการของร้านอบ-อุ่นเป็นอย่างไร ด้วยการเทรนด์ลูกน้องโดยใช้วิธียืนประกบและช่วยกันขายให้เขาได้เห็นวิธีการขาย ว่าบริการลูกค้าแบบไหน อย่างไร จนกว่าลูกน้องจะสามารถให้บริการลูกค้าในแบบเฉพาะของร้านอบ-อุ่น

 

กลยุทธ์ทางการตลาดของร้าน

เมื่อเราถามถึงกลยุทธ์ทางการตลาดของว่าที่เถ้าแก่เนี้ยรุ่นเยาว์ เธอบอกกับเราว่า ร้านอบ-อุ่นไม่ได้เน้นกลยุทธ์ทางการตลาดมากนัก ยิ่งยุคปัจจุบันคนมองว่าควรใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย แต่คิดว่าไม่ได้จำเป็นมากขนาดนั้น เพราะเท่าที่สัมผัสกับลูกค้าทุกคน สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ก็คือความพึงพอใจในสินค้า ลูกค้าต้องการคุณภาพและความชอบในสินค้ามากกว่า และเมื่อลูกค้าชื่นชอบเขาก็จะบอกต่อๆ กัน แล้วกลับมาซื้อสินค้าของร้านอีก แม้คนอื่นจะมองว่าการทำโซเชียลมีเดียจะช่วยเพิ่มให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ส่วนตัวแล้วสู้การพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าและบอกกันปากต่อปากจะดีกว่า

โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาสินค้าที่ร้านอบ-อุ่นจะให้ความสำคัญมากที่สุด ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือหลังจากได้ขนมปังสังขยาเป็นสินค้าหลักของร้านก็เริ่มพัฒนาสินค้าในไลน์อื่นๆ ก็ตามมาด้วยการแตกไลน์ธุรกิจออกไป จากจุดเริ่มต้นที่เราทำขนมปังมีอุปกรณ์ในการทำขนมครบครัน จึงลองทำเค้กส้มมาวางขายดู ปรากฏว่าลูกค้าชอบมาก บอกว่าเนื้อเค้กอร่อยและรสชาติของส้มที่ทำจากส้มจริงๆ ไม่ใช่แค่ใส่สีใส่กลิ่น จึงเปิดเป็นร้านเค้กขึ้นมาอีกร้านหนึ่ง รวมทั้งร้านขนมปังนมสด ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนนิยมรับประทานกับขนมปัง ซึ่งทั้งสองไลน์สินค้าผลตอบรับก็ดีมาก เพราะเราใส่ใจในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและขั้นตอนการทำเป็นอย่างดี

“เป้าหมายสูงสุดของร้านเรา ก็คือให้ทุกคนได้รู้จักร้านอบ-อุ่น รู้ว่าสินค้าของเราคืออะไร อร่อยและดีต่อสุขภาพแค่ไหน นั่นก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และจากวันแรกที่เปิดร้านจนถึงวันนี้ บอกได้เลยว่าเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากห้องเรียน ทำให้เรามีความภูมิใจและความกล้าที่จะทำธุรกิจตรงนี้ต่อไป”

ข่าวอื่นๆ