พญ.โสภิศา โสภณพัฒนา ปีนผาเปลี่ยนชีวิต

วันที่ 18 พ.ย. 2558 เวลา 10:28 น.
พญ.โสภิศา โสภณพัฒนา ปีนผาเปลี่ยนชีวิต
โดย...กองทรัพย์ ภาพ : นนทณากรณ์ เทพสา

มีคุณหมอน้อยคนที่เลือกจะทำงานในห้องผ่าตัดในฐานะวิสัญญีแพทย์ ที่เหมือนจะเป็นงานเบื้องหลัง แต่สำหรับ พญ.โสภิศา โสภณพัฒนา หรือหมอกิ๊บ บอกว่า นี่คือความท้าทายในการทำงาน และเป็นความสุขส่วนใหญ่ในชีวิตของเธอตอนนี้ด้วย และนอกจากงานในวิชาชีพแพทย์แล้ว เธอมีอีกบทบาทหนึ่งก็คือการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ในชื่อ Supergibzz

“กิ๊บมีอาชีพหลักเป็นวิสัญญีแพทย์ที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ และเป็นอาจารย์แพทย์ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คือสอนนักเรียนแพทย์และฝึกแพทย์ที่จะเป็นวิสัญญีแพทย์ในรุ่นถัดๆ ไป นอกจากนี้ก็มีงานอดิเรกเป็นบล็อกเกอร์แนวบิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และตอนนี้ก็เริ่มเขียนเรื่องการออกกำลังกายบ้าง ที่ www.supergibzz.com และเฟซบุ๊กแฟนเพจ supergibzz” เธอเท้าความด้วยน้ำเสียงสดใส

“กิ๊บเป็นบล็อกเกอร์มาประมาณ 9 ปีแล้ว ทำตั้งแต่ยังเรียนแพทย์อยู่ปี 5 เริ่มจากเราเป็นคนชอบหาข้อมูล ชอบอ่านรีวิวของคนอื่น เพราะไม่อยากซื้อของแล้วลองไปเรื่อยๆ แต่ที่มาของการเขียนบล็อก ก็คือเราเห็นไม่ตรงกับรีวิวที่เราอ่าน ก็เลยนำเสนอความเห็นของเราบ้าง เริ่มเขียนในพันทิปก่อน แล้วค่อยขยับมาเขียนเป็นบล็อกของตัวเอง ต่อเนื่องมาพัฒนาเปิดเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ตามลำดับค่ะ”

มองปราดเดียวก็ดูออกว่า หมอกิ๊บไม่ใช่สาวเนิร์ดเหมือนนักเรียนแพทย์ทั่วไป เธอตอบยิ้มๆ ว่า คุณแม่ปลูกฝังให้เราดูแลตัวเองตั้งแต่เด็ก รวมทั้งชอบวาดรูป และชอบศิลปะ “พอเรามาเรียนแพทย์ก็วางดินสอวางสีไปเลย ดังนั้นพอเจอการแต่งหน้า ก็เลยเหมือนการค้นพบและได้แสดงออกความคิดสร้างสรรค์ ประกอบกับตอนเรียนแพทย์ปี 5 ความเครียดสูง เราก็อยากทำอะไรที่ทำให้เราผ่อนคลาย ซึ่งการแต่งหน้าตอบโจทย์ สนุก และต่อยอดด้วยการเขียนบล็อก”

 

แม้คนจะให้ความสนใจในฐานะบิวตี้บล็อกเกอร์ แต่หมอกิ๊บก็ยังให้ความสำคัญกับวิชาชีพแพทย์เป็นลำดับหนึ่งเสมอ “สองปีที่ผ่านมากิ๊บจบแพทย์เฉพาะทางแล้ว เป็นอาจารย์แล้วมีเวลามากขึ้น แต่เราก็ยังจัดให้บล็อกเป็นแค่ส่วนหนึ่งในชีวิตไม่ได้เป็นเรื่องหลัก การแบ่งเวลาของกิ๊บคือให้ความสำคัญกับหน้าที่หลักเป็นอันดับแรก จากนั้นก็เรียงลำดับตามความสำคัญต่อมา แม้ว่าเราจะมีความสนใจในชีวิตหลากอย่าง ทั้งกีฬา บล็อก ท่องเที่ยว และงาน แต่เราก็ต้องจัดลำดับของทุกอย่างว่าเวลาไหนควรให้ความสำคัญกับอะไร ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่สามารถทำอะไรให้ดีได้เลย”

หมอกิ๊บ บอกว่า เธอโชคดีที่การเรียนหมอช่วยฝึกเรื่องการแบ่งเวลามาแล้วส่วนหนึ่ง “วันธรรมดา 5 วัน ก็จะทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นหลัก แล้วก็รับเวรเสริมในโรงพยาบาลเอกชนบ้าง แต่ถ้าวันไหนไม่ได้อยู่เวรก็จะหาเวลามาออกกำลังกาย ด้วยการปีนผาให้ได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ที่หน้าผาจำลอง Urbanplayground ในเดอะแร็กเกตคลับ (The Racquet Club) สุขุมวิท 49 ซึ่งค่อนข้างไกลจากที่ทำงาน คือนครนายก แต่เราค้นพบแล้วว่าเราชอบสิ่งนี้ต่อให้ต้องขับรถวันละ 2 ชม.เพื่อมาปีนผาก็ยอม

 

ต้องบอกว่า ก่อนจะมาปีนผากิ๊บเป็นคนไม่แข็งแรงเลย เป็นภูมิแพ้ตลอดเวลา เหนื่อยง่าย ตอนนั้นมีข้ออ้างว่าเรียนหนัก พอเริ่มออกกำลังกายก็ทำหลายอย่าง ทั้งวิ่ง พิลาทิส แต่ก็เบื่อเพราะรู้สึกไม่ท้าทาย จนสุดท้ายไปเจอรูปเพื่อนชาวต่างชาติ เขาปีนผาแล้วโรยตัวลงมา ก็เลยอยากลอง ทั้งๆ ที่ไม่ชอบออกกำลังกายกลางแจ้งเพราะกลัวแดด แต่กีฬาชนิดนี้ทำให้กิ๊บอยากออกไปทำ พอได้ลองแล้วติดใจ จากนั้นก็ปีนมาเรื่อยๆ กิ๊บเริ่มจริงจัง และปีนผาต่อเนื่องนับเวลาก็แค่ 6 เดือนเท่านั้นเองค่ะ กิ๊บถือว่าเป็นมือใหม่เริ่มต้นมากๆ ไม่เก่งมาก ต้องฝึกทักษะอีกเยอะมาก”

เมื่อถามว่า กีฬาปีนผาเปลี่ยนอะไรในตัวเธอนอกจากความแข็งแรงที่ได้กลับมา วิสัญญีแพทย์คนสวยตอบแทบทันทีว่า กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่ท้าทาย ต้องอาศัยทั้งแรงกาย แรงใจ ต้องสู้กับความกลัว ความสูง ที่สำคัญเป็นกีฬาที่ใช้สมอง เพราะต้องคำนวณว่าเราจะไปถึงเป้าหมายอย่างไร โดยใช้แรงให้น้อยที่สุด ขึ้นไปด้วยท่าทางแบบไหน

 

“สิ่งที่กิ๊บชอบในกีฬาปีนผา ก็คือมันเปลี่ยนแปลงชีวิตกิ๊บในหลายๆ ด้าน เริ่มต้นเรามองว่าสนุกและได้ออกกำลังกาย แต่พอเรามาปีนจริงๆ ทำให้เรารู้เลยว่าตัวเองไม่แข็งแรง กิ๊บต้องฝึกยกเวต วิดพื้น ดึงข้อ เพื่อมาปีนผา ทำให้เรารู้สึกว่าต้องพยายามมากขึ้น นับแต่วันนั้นกลายเป็นว่ากิ๊บเป็นคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ” ตอนนี้คนถามเริ่มสังเกตเห็นกล้ามแขนที่กำลังสวยของเธออย่างใกล้ชิด

เมื่อร่างกายแข็งแรง อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป ก็คือวิถีการกิน จากเดิมที่อยากกินอะไรก็กินกลายเป็นว่าเธอใส่ใจกับข้อมูลโภชนาการและอาหารสุขภาพมากขึ้น “เราเป็นหมอก็จริงแต่กิ๊บยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจฉลากหรือจะสรรหาสิ่งที่มีประโยชน์กับร่างกายเลย แต่กิ๊บรู้สึกว่าเราเปลี่ยนไป ทั้งหมดเกิดจากจุดเริ่มต้นคือการปีนผามันสอนอะไรหลายอย่างมาก อย่างแรกเลยกีฬาชนิดนี้มีความอันตรายต่อให้มีระบบป้องกันที่ปลอดภัย แต่อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ โดยส่วนตัวกิ๊บเป็นคนทำอะไรเร็ว บางครั้งความเร็วเป็นสิ่งที่ดีแต่เราต้องไปด้วยความมั่นคง การปีนผาสอนกิ๊บว่าอย่าเอาแต่เร่งอย่างเดียว เพราะเราอาจจะลื่นตกได้ การใช้ชีวิตก็เหมือนกัน ถ้าเราสะดุดนิดหนึ่งก็ทำให้เราหยุดคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนจะก้าวแต่ก้าว นี่เป็นสิ่งที่เอาใช้ในการใช้ชีวิตเราได้เหมือนกัน”

คุณหมอกิ๊บทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า การออกกำลังกายสำหรับเธอให้อะไรมากกว่ากล้ามเนื้อ แต่มันช่วยให้เราดีขึ้นตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมถึงระบบคิดด้วย เหมือนที่เธอค้นพบจากกีฬาปีนผา