หนังสือกับช่วงวัย และคำตอบที่ค้นหา

วันที่ 31 ต.ค. 2558 เวลา 10:19 น.
หนังสือกับช่วงวัย และคำตอบที่ค้นหา
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

ช่วงเวลาพักผ่อนดีที่สุด คือ การได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และแน่นอนหนังสือก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับคนชื่นชอบในการอ่าน ได้ใช้เวลาอยู่กับเล่มโปรดของตัวเอง เพื่อค้นหาคำตอบซึ่งแฝงอยู่ในตัวหนังสือที่ผู้เขียนบรรจงถ่ายทอดออกมา

ประวิชญา หะรังศรี สาวน้อยวัยเฟรชชี่ หรือน้องแพรว จากรั้วมหาวิทยาลัยมหิดล ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่รักในการอ่าน เธอเล่าว่าส่วนตัวชอบอ่านหนังสือทุกประเภท ทุกแนว และอ่านแบบเจาะเพื่อให้รู้ว่าคนเขียนต้องการสื่ออะไร หรือหากไม่เข้าใจจริงๆ ก็เอากลับบ้านมาอ่านต่อ เพื่อให้ซึมซับงานเขียนนั้น หรือให้เข้าใจคืออินในตัวหนังสือ

น้องแพรว บอกว่า ช่วงนี้กำลังสนใจหนังสือ I ROAM ALONE ของ มินท์-มณฑล กสานติกุล ซึ่งเป็นหนังสือบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทาง และที่มาอ่านเล่มนี้ก็เพราะมาจากเพื่อนคนหนึ่งที่ชอบเดินทางแบบแบ็กแพ็กเกอร์ที่ได้มาเล่าให้ฟัง จนรู้สึกเกิดอารมณ์คล้อยตามอยากอ่าน

ทั้งนี้ แต่พอได้อ่านทำให้รู้สึกชอบบรรยากาศตรงที่ทำอะไรคนเดียว ดูแลตัวเองได้ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงแกร่ง และทำให้เกิดแรงบันดาลใจ คือ ในมุมมองผู้หญิงเวลาไปไหนมาไหนคนเดียว รู้สึกไม่ค่อยสะดวก แต่พอมาอ่านเล่มนี้ ซึ่งก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เมื่อเขาทำได้ เรารู้สึกก็ต้องทำได้เหมือนกัน ทำให้เกิดความรู้สึกประมาณนี้

อีกอย่างที่ทำให้สร้างแรงบันดาลใจ คือ ทำให้รู้สึกอยากเดินทาง เพราะด้วยภาพที่นำเสนอ พอเห็นแล้วทำให้รู้สึกว่า ครั้งนี้ต้องได้ไปบ้าง เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบวิวพอเห็นแล้วก็อยาก และบางรูปเห็นแล้วบอกเลยว่ามันสวยมาก ก็อยากไปและอยากให้พ่อแม่ไปด้วย ไปพักผ่อนทั้งครอบครัว

น้องแพรว เล่าด้วยว่า อ่านแล้วถ้ามีโอกาสอยากไปเที่ยวแบ็กแพ็ก เช่น ไอซ์แลนด์ ญี่ปุ่น เพราะเป็นประเทศในฝัน โดยเฉพาะญี่ปุ่น ตั้งแต่เด็กอยากไปเพราะชอบในเรื่องวัฒนธรรม ดารา อาหารการกิน และอื่นๆ แต่ไอซ์แลนด์ ชอบเรื่องภูเขาไฟ คือ เห็นรูปในหนังสือวิทยาศาสตร์ ธารลาวา ธารน้ำแข็ง เลยทำให้อยากไปครั้งหนึ่งในชีวิต

พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์
พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์

 

น้องแพรว ยังฝากไปถึงคนที่คิดจะเริ่มอ่านหนังสือ โดยตั้งแต่เด็กตอนแรกไม่กล้าอ่านหนังสือ เพราะเห็นขนาดที่หนา แต่พอได้อ่านจริงมันอาจไม่ได้หนาอย่างที่คิด ซึ่งอ่านจริงๆ อาจบอกได้ว่ามีแค่นี้เองหรือ ดังนั้น ต้องลองเปิดอ่านก่อนตัดสินใจมันด้วยรูปลักษณ์ภายนอก

พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์ หนุ่มหน้าตี๋ ดีกรีนักสื่อสารมวลชน กับวันว่างที่ชอบหยิบจับหนังสือมาอ่าน โดยเฉพาะหนังสือแนวที่เกี่ยวกับการเมือง ประวัติศาสตร์หรือให้เข้าใจง่าย คือ ทุกประเภทที่มีอยู่ในชั้นวางจะต้องเอามาอ่านหมด และถ้ายิ่งเป็นเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมือง ไม่ขอพลาด เนื่องจากเชื่อมโยงกับงานที่ทำได้เป็นอย่างดี โดยใช้เหตุการณ์ในอดีตมาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นอกจากนี้ เล่มโปรดที่ขาดไม่ได้ที่มักมีเวลาว่างจะหยิบมาอ่านตลอด คือ หนังสือของอาจารย์วิษณุ เครืองาม ทั้ง 3 เล่ม ที่ได้เล่าเบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานภายในทำเนียบรัฐบาล และของอาจารย์สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมือง ตั้งแต่ปี 2490-2500 ทั้งหมดเป็นหนังสือสร้างแรงบันดาลใจมากในการทำงาน ถือว่าจะเป็นคู่มือตั้งแต่เริ่มการทำงานด้านนี้เลยก็ว่าได้

เทียนฉาย กีระนันทน์
เทียนฉาย กีระนันทน์

 

เทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อีกหนึ่งในผู้คร่ำหวอดในแวดวงหนังสือ โดยเล่าว่า ส่วนใหญ่ก็เป็นตำรา ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจอะไร เพราะด้วยอาชีพและความชอบ ซึ่งจริงๆ แล้วอ่านหนังสือได้ทุกประเภท ทุกชนิด แล้วแต่ว่าช่วงนั้นจะสนใจอะไร

แต่ที่ไม่ค่อยสนใจอ่านเลยก็จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับนวนิยาย เพราะอ่านแล้วเปลืองสมอง บางครั้งก็ทำให้เครียดเกินความจำเป็น เพราะดันไปอินกับเนื้อเรื่องมากเกินไป  แต่ว่าไม่ใช่ไม่เคยอ่านเลย ซึ่งสมัยเป็นวัยรุ่นก็อ่านบทประพันธ์ เรื่อง “ผู้ดี” ของดอกไม้สด และของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่อง “สี่แผ่นดิน” 

ทว่า ที่สนใจจริงๆ ช่วงนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องไก่กับเป็ด เนื่องจากมันมีอะไรผูกพัน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็หาหนังสือประเภทนี้มาอ่านไม่ได้สักที จนมาเจอในที่สุด ซึ่งความผูกพันกับไก่หรือเป็ด ก็คือสมัยเด็กก่อนมาอยู่กรุงเทพฯ โดยบิดาเป็นข้าราชการไปรษณีย์ ส่วนมารดาเป็นคุณครู ประกอบกับมีพี่น้องด้วยกัน 3 คน

โดยที่บ้านจะเลี้ยงไก่ ซึ่งเป็นไก่พันธุ์โร๊คไอส์แลนด์ คือ ออกแต่ไข่ แต่ข้อเสีย คือ เลี้ยงและกกไข่ไม่เป็น จากนั้นที่บ้านแก้ปัญหาด้วยการเอาไก่ไทยพันธุ์พื้นเมือง คือ ไก่ตะเภา มาช่วยกกและมันก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก เพราะด้วยลำพังมันเอง 90% ออกเป็นตัวหมด พอได้ไข่ก็เอาไปขายให้กับสหกรณ์กรุงเทพโดยซ้อนจักรยานพ่อไป

“มันจึงมีความผูกพันกับเรื่องนี้มาก เพราะนอกจากจะใกล้ชิดมาตั้งแต่เด็ก มันก็ทำให้เราโตมาได้ทุกวันนี้”

วิทยากร เชียงกูล
วิทยากร เชียงกูล

 

นอกจากเรื่องสัตว์แล้ว ส่วนตัวก็ยังชอบการอ่านหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ เพราะเมื่อก่อนชอบปลูกต้นฤาษีผสม ซึ่งเป็นไม้พุ่ม และที่ชอบต้นนี้มากเพราะเคยผสมเกสรเอง จนทำให้ได้สีกว่า 50 สี แต่จำเป็นต้องเลิกเลี้ยงไปเพราะหนอนเยอะ หากจะไม่ให้หนอนขึ้นก็ต้องฉีดยาฆ่าแมลง ทว่า สมัยนั้นลูกยังเล็ก เลยตัดสินใจไม่ปลูกต่อเพราะกลัวลูกจะได้รับอันตรายจากสารเคมี แต่ตอนนี้ก็เริ่มหันมาสนใจต้นชวนชม

วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณและอดีตคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งมีผลงานเขียนและแปลมามากมายกว่า 50 เล่ม ที่เป็นบันเทิงคดี ก็มีเรื่อง ฝันของเด็กชายชาวนา และฤดูใบไม้ผลิจักต้องมาถึง นอกจากนั้น เป็นงานประเภทบทความและการวิเคราะห์เชิงวิชาการ เช่น เราจะไปทางไหนกัน เล่าว่า ส่วนตัวเป็นคนอ่านหนังสือหลากหลายแนว ทั้งวรรณกรรม วิชาการ ซึ่งส่วนใหญ่วิชาการจะเน้นไปเขียนหนังสือ

สำหรับเล่มโปรด จริงๆ แล้วก็จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับนวนิยายเพื่อชีวิตทั้งของไทยและต่างประเทศ โดยในส่วนของหนังสือไทย เช่น ปีศาจ ของอาจารย์เสนีย์ เสาวพงศ์ และหนังสือของศรีบูรพา ที่ชอบนวนิยายลักษณะนี้ เพราะค่อยๆ ซึมซับและทำให้รู้สึกเห็นใจคนยากจน ที่ไม่ได้รับความยุติธรรม และได้แง่มุมมองความเป็นมนุษย์ ที่ไม่ใช่เพียงสร้างโลก แต่ยังมีความสวยงามอื่นซ่อนอยู่