3 หญิงไทย สร้างแบรนด์ไกลถึงต่างแดน

วันที่ 02 ก.ย. 2558 เวลา 12:58 น.
3 หญิงไทย สร้างแบรนด์ไกลถึงต่างแดน
โดย...มีนา

การสร้างแบรนด์สินค้าเปิดตลาดในเมืองไทยว่ายากแล้ว การทำสินค้าโดยคนไทยจำหน่ายไกลถึงต่างแดนยิ่งยากกว่า แต่ 3 หญิงไทยต่างวัยสามารถทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกทึ่งในฝีมือได้ ลองไปฟังแนวคิดและการต่อสู้กับอุปสรรคกว่าจะมาเป็นหญิงไทยสร้างแบรนด์ไกลถึงต่างแดน

dogdogo แบรนด์เท่สำหรับคนรักสุนัข

เริ่มต้นทำธุรกิจจากความรักความผูกพันระหว่าง นุศรา ลิปตพัลลภ กับ บูตะ เฟรนช์บูลด็อกตัวเล็กน่ารักที่เสียชีวิตไปหลังจากเลี้ยงได้ 3 ปี ทำให้เธอรู้สึกเศร้าใจมาก แต่เหมือนโชคชะตาที่ทำให้เธอได้มาพบกับภาพวาดสุนัขแสนน่ารักที่วาดโดยอาร์ติสต์ชาวไทย แสงเดือน เจนหัตถการกิจ การทำงานร่างแบบสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ จึงเริ่มขึ้น ผ่านไป 4 ปี ปัจจุบันความสำเร็จแบรนด์ส่งออกไปยังประเทศอังกฤษ ไปงานแฟร์ที่ญี่ปุ่น ไทย และล่าสุดเพิ่งมีแฟล็กชิปสโตร์เป็นแห่งแรกที่เมืองชิคาโก สหรัฐ

“เมื่อเราได้ภาพน้องหมาที่ดูมีชีวิต สื่อสารกับเราได้ถูกต้องโดนใจ และเราสร้างสรรค์ภาพน้องหมาในสต๊อกในระยะแรกได้มากถึง 20 สายพันธุ์ เกิดคำถามแล้วเราจะเอาไปทำอะไร แต่โจทย์แรกที่เราตั้งไว้คือจะทำแบรนด์เราต้องแข็งแรง แม้เราไม่มีพื้นด้านธุรกิจมาเลย แต่เราทำงานออกแบบ เราอยากให้ dogdogo สัญชาติไทยที่ส่งออกเมืองนอกเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าของเราให้โกอินเตอร์ คือต้องมีสเปก มาตรฐานต้องสูงเพื่อส่งออกได้ แต่ก่อนทำแบรนด์เราต้องสร้างแหล่งอ้างอิงที่มาที่ไปของแบรนด์ เราจึงไปเป็นสมาชิกของสมาคมดีไซน์ อ๊อบเจกต์ แอนด์ จี และเริ่มผลิตสินค้าจากการลองผิดลองถูกและเรียนรู้จากประสบการณ์

 

“ทุกอย่างเราอยากทำเอง ทำเล็กๆ แล้วคุมเอง แต่บางอย่างเราต้องจ้างพิมพ์ เช่น พิมพ์ลายลงบนผ้า เราสร้างแบรนด์ตอนปี 2012 และเราได้ออกงานแรกปี 2013 งาน BIG+BIH ที่ไบเทค บางนา ต่อด้วยงานบ้านและสวนแฟร์ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่งานนี้เองก็ได้ออร์เดอร์สั่งซื้อครั้งแรกจากชิคาโกและอังกฤษ ต่อมาปี 2014 เราได้รับการติดต่อจากดีลเลอร์ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐ และไปออกงาน GIFTEX 2014 ที่ Tokyo Big Sight และได้มีสินค้าบางไอเท็มวางจำหน่ายที่สเตชั่นนารี่ ของบีทูเอส ประเทศไทย

“ล่าสุดปีนี้เองเราเพิ่งมีช็อปของตัวเองที่ The Barkyard สุขุมวิท 26 ได้ไปออกงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ด็อก โชว์ 2015 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และเปิด dogo love แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐ และได้ทำสินค้าให้กับแฟล็กชิปสโตร์ชื่อ Super James ที่เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นการประสบความสำเร็จที่เกินความคาดหมายของเราจริงๆ ค่ะ”

การสร้างแบรนด์โกอินเตอร์จะเพศหญิงหรือชาย อายุมากน้อยแค่ไหน นุศราบอกว่าไม่มีข้อจำกัด

 

“ตอนสร้างแบรนด์ดิฉันอายุ 45 ปี ตอนนี้ 50 ซึ่งเราต้องทำงานกับทีมที่เด็กกว่า แต่ความที่เราโต เวลาไปเจรจางาน เรารู้สึกว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ อีกทั้งเราต้องตั้งใจมุ่งมั่น เวลาดิฉันคุยกับทีมงานหรือลูกค้าก็น่าเชื่อถือ เราอย่ามองว่าอายุมากแล้ว เราเริ่มไม่ได้หรอก ซึ่งดิฉันก็ทำธุรกิจโดยเริ่มจากศูนย์ด้วยเช่นกัน อยากสร้างแบรนด์ให้ไปไกลยังต่างประเทศ เราต้องทำทุกอย่างอย่างตั้งใจ มุ่งมั่น ถ้าเราตั้งเป้า เราต้องเริ่มจากสิ่งที่เราถนัดและสุขที่จะทำ เราจะกดดันน้อยลง อีกทั้งควรมีความรู้พอควร หากใครทำแล้วยังไม่ใช่ต้องยอมรับความจริง ลองใหม่ เรียนรู้ใหม่ แล้วหาเวทีที่เหมาะสมกับเรา รอจังหวะที่เหมาะสม ก็น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก”

ผู้ปลุกปั้น ‘เฮดไลน์ โซล’

ผู้บริหารแบรนด์เฮดไลน์ โซล (Headline Seoul-HLS) แอน โฆษิตโชติธนา หญิงไทยที่สร้างแบรนด์เสื้อผ้า โดยจุดเริ่มต้นร่วมงานกับดีไซเนอร์ชาวเกาหลีก่อน เพื่อออกแบบเสื้อผ้ารุกตลาดแฟชั่นที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในภูมิภาคเอเชีย และรุกตลาดเมืองไทยโดยจำหน่ายผ่าน www.headlineseoul.com และที่เดอะ วันเดอร์ รูม ชั้น 3 สยามเซ็นเตอร์

แม้เป็นคนไทย แต่แอนเลือกดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ เนื่องจากเธอใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในต่างประเทศ โดยไปเรียนที่สหรัฐตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ศึกษาจนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล และเริ่มอาชีพการเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการ 5 ปีที่สหรัฐ จากนั้นกลับมาอยู่ประเทศไทยได้แค่ 11 เดือน แล้วย้ายตามสามีชาวสิงคโปร์ไปอยู่บ้านเขาจนถึงปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของเฮดไลน์ โซล เกิดจากการที่เธอต้องการจะพัฒนาธุรกิจให้ขึ้นไปอยู่ในระดับโลก และแน่นอนว่าเธอคงไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้ หากยังคงทำร้านเสื้อผ้าไฮเอนด์ที่มีกลุ่มเฉพาะ อย่างที่ Front Row ที่ก่อตั้งตอนเธออายุ 30 ปี ในปี 2547 แหล่งรวมความฝันที่เธออยากมีร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ที่รวมแฟชั่น คาเฟ่ และงานศิลปะไว้ในที่เดียวกัน จึงทำให้เกิดเสื้อผ้าแบรนด์เฮดไลน์ โซล ตามคอนเซ็ปต์ “อินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ร่วมสมัย” ที่นำเอาเทรนด์แฟชั่นสุดฮอตจากทั่วโลกมาผสมผสานกับแนวทางการแต่งตัวแบบสตรีทสไตล์ในแบบแฟชั่นเกาหลี สามารถดึงดูดคุณสุภาพสตรีทุกเจเนอเรชั่นจากทั่วโลกในราคาที่สามารถจับต้องได้

“ในเกาหลีใต้ธุรกิจแฟชั่นเป็นตลาดที่แข่งขันกันสูงมาก ถือเป็นเรื่องยากทีเดียวสำหรับการจะสร้างแบรนด์ๆ หนึ่งให้โดดเด่นหรือขายดีได้ เพราะมีทั้งแบรนด์แฟชั่นระดับอินเตอร์ ภูมิภาคและแบรนด์ในประเทศเป็นจำนวนมากที่ต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ในเจเนอเรชั่นนี้ถือว่าเกาหลีใต้เป็นตลาดแฟชั่นอันดับ 1 ของเอเชีย และยังมีอิทธิพลอย่างมากไปทั่วทั้งเอเชีย สำหรับเฮดไลน์ โซลนั้น การที่เราเข้ามาบุกตลาดแฟชั่นเกาหลี สามารถเข้าไปตั้ง Pop-up store ในห้างล็อตเต้ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ได้ร่วมงานกับเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอตของเกาหลี อย่างวง EXID ถือเป็นเรื่องความสำเร็จที่เหลือเชื่อมาก เราโชคดีมากที่หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อของห้างล็อตเต้ในกรุงโซลและปูซานชอบสินค้าของเรา ซึ่งพวกเขาเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในการเลือกแบรนด์สินค้าเข้ามาขายในห้างล็อตเต้”

 

ช่วงที่ยากที่สุดในการทำธุรกิจ แอนบอกว่า คือช่วงปีแรกของการก่อตั้งแบรนด์ที่เจอปัญหาเกี่ยวกับเรื่องทีมงาน ในแง่ความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ไม่เข้าใจกัน ทำให้เราต้องเสียบุคลากรหลักไปจำนวนหนึ่ง ตอนนั้นมันเป็นเหมือนจุดที่ทำให้กลับมาคิดว่าเธอจะหยุดทำหรือเดินหน้าไปต่อไปดี แต่มีพี่สาวคอยให้กำลังใจให้ทำต่อไป ในเมื่อแอนสามารถทำ Front Row ให้ประสบความสำเร็จในระดับโลกได้ ดังนั้นย่อมต้องสามารถทำเฮดไลน์ โซล ให้โด่งดังได้เช่นกัน

สำหรับน้องๆ ที่ต้องการทำแบรนด์เพื่อก้าวสู่ความเป็นอินเตอร์ แอนแนะนำว่า คุณจะต้องตั้งเป้าหมายและมีโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจของคุณค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น นั่นรวมถึงคุณจะต้องเตรียมจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในแต่ละประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าคุณควรจะต้องมีที่ปรึกษาทางกฎหมายที่ดีคอยให้คำแนะนำ และควรมองหาพาร์ตเนอร์คนในพื้นที่ที่ดูน่าเชื่อถือและมีทักษะความรู้มาคอยช่วยเหลือให้ธุรกิจของคุณเติบโต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลสินค้า การผลิตที่โรงงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าจะผลิตได้ตามมาตรฐาน รวมถึงการสร้างแบรนด์และทำการตลาดระดับอินเตอร์

“ไม่ว่าคุณจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ โลกธุรกิจในปัจจุบันเป็นเรื่องเดียวกันไปหมดแล้ว ไม่มีประเทศ ไม่มีเชื้อชาติ เป็นตลาดสินค้าขนาดใหญ่ที่ไม่มีพรมแดน คนมักจะแปลกใจเมื่อทราบว่าแอนมาจากประเทศไทย เพราะพูดภาษาอังกฤษปร๋อ แอนคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องน่าอายเลย ถ้าจะบอกว่าเราเป็นคนไทย เพราะประเทศไทยได้ชื่อในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และเป็นที่ชื่นชมในเรื่องศิลปะและงานฝีมือ แอนรู้สึกภูมิใจมากทุกครั้งเวลาที่ต้องแนะนำตัวบนเวทีธุรกิจต่างประเทศว่าแอนมาจากประเทศไทยค่ะ”

หัตถศิลป์เส้นใยไทย ดังไกลในต่างแดน

ในวัย 35 ปี ดร.ฐิติพร ฌานวังศะ หรือ ดร.พีค สามารถสร้างแบรนด์ “พีคฌาน” บริษัทที่รับออกแบบและผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ และดำเนินงานโครงการด้านการสร้างสรรค์ให้กับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ มากมาย โดยเธอรั้งตำแหน่งผู้อำนวยการด้านนวัตกรรมการออกแบบและบริหารงานวิจัยบริษัท พีคฌาน ส่งสินค้าไลฟ์สไตล์ด้านสิ่งทอไปจำหน่ายแล้วในจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ เยอรมนี สเปน อิตาลี นอร์เวย์ สวีเดน รัสเซีย และดูไบ การันตีได้ว่าแนวคิดการพัฒนาสินค้าของเธอไม่ธรรมดา

แรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ “พีคฌาน” เริ่มตั้งแต่อายุ 22 ปี แต่ความคิดที่อยากสร้างแบรนด์ส่งออกต่างประเทศเริ่มเมื่อครั้งศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาประยุกตศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร เหตุที่เธอสนใจสินค้าด้านสิ่งทอเพราะชอบวัสดุธรรมชาติที่สามารถบิด ดัด โค้ง งอ ซึ่งเส้นใยปอตอบโจทย์ที่สุด ทำให้เธอเกิดแนวคิดในการนำเส้นใยปอมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการฉีกภาพลักษณ์เดิมๆ ของปอที่เป็นได้แค่เพียงเชือกมาผลิตถุงกระสอบ เธอนำปอผ่านเทคนิคการทอ ขึ้นรูป ซึ่งต้องผ่านการลองผิดลองถูกอยู่นาน อีกทั้งปอเป็นวัสดุที่เข้าถึงคนได้ง่าย สามารถพัฒนาเป็นสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ได้ ซึ่งเมืองไทยโดดเด่นและมีชื่อเสียงด้านงานหัตถกรรมสิ่งทออยู่แล้ว และเป็นเรื่องน่ายินดีที่งานสิ่งทอ 100% ผู้ทอจะเป็นผู้หญิง ซึ่งมีความช่างประดิดประดอย และมีความคิดสร้างสรรค์

อยากทำสินค้าส่งออกเพราะแนวคิดจะดีแค่ไหนที่ผลิตภัณฑ์สามารถครองใจคนได้ทั้งในและต่างประเทศ พีคจึงเริ่มผลักดันตัวเองแสดงตัวในสังคมให้รู้จักแบรนด์ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการประกวดผลงานระดับประเทศ การเสนอตัวเพื่อเป็นนักออกแบบระดับประเทศ การเป็นอาจารย์ประจำด้านการออกแบบ หรือแม้กระทั่งไปเป็นที่ปรึกษาโครงการให้กับสถาบันสิ่งทอ หรือทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หลากหลายโครงการ จนได้มีโอกาสเป็นที่รู้จักและโกอินเตอร์ ซึ่งช่วงแรกที่จะโกอินเตอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีข้อจำกัดด้านภาษา เรื่องการติดตั้งการแสดงสินค้า เรื่องอายุที่ยังน้อย ยังไม่มีประสบการณ์ในด้านธุรกิจมากนัก ทำให้เธอต้องสู้หลายด้านเพื่อผ่านแต่ละจุดไปให้ได้

“จุดหลักคือพีคสร้างสินค้าจากความต่าง แรงบันดาลใจในการสร้างชิ้นงานคือนำความคิดทางศิลปะมาเป็นตัวคิดแรก เพื่อสร้างคุณค่าและความงาม ต่อมาคิดสร้างแนวคิดเรื่องการออกแบบคำ นึงถึงรูปทรง สี วัสดุ เทคนิค การใช้งาน ขนาด

 

“งานของพีคค่อนข้างเป็นนามธรรม พีคประทับใจกับเรื่องเคลื่อนไหวของสายน้ำและปรัชญาเซน ปรัชญาในเรื่องของสมาธิ ปัญญา นำแนวคิดเหล่านี้มาตีความสร้างวิธีการออกแบบสินค้า จึงเกิดผลงานที่ชื่อว่า Foot Massage Carpet ที่สร้างชื่อเสียงให้กับพีค ทำให้พีคได้ทำธุรกิจส่งออกอย่างเต็มตัว และได้รับโอกาสมาอย่างต่อเนื่อง”

แน่นอนที่ทีมงานทั้งหมดของ “พีคฌาน” เป็นคนไทยในชุมชนต่างๆ เช่น บ้านใดปลูกปอเก่งให้ปลูกปอ ใครเก่งย้อมสี หรือเก่งคัดแยกเส้นใยก็กระจายงานไปตามแหล่งต่างๆ ที่ตนเองมีศักยภาพด้านนั้นๆ แต่ในฐานะความเป็นผู้หญิงไทยซึ่งงานออกแบบของเธอได้สะท้อนความเก่งของผู้หญิงไทยอยู่แล้ว แต่หลายครั้งที่ภาพลักษณ์ของผู้หญิงและผู้หญิงไทย การทำตลาดก็มีปัญหาเรื่องเพศด้วยเช่นกัน

“เราเดินทางออกแฟร์แสดงสินค้าในต่างประเทศ ก็มีบ้างที่ดูหมิ่นในความเป็นผู้หญิงไทย ลูกค้าบางส่วนแสดงความไม่เชื่อถือ เรื่องภาพพจน์ด้านความคิด หรือการก๊อบปี้ ไม่คิดว่าเราสามารถออกแบบหรือบริหารจัดการได้ นักธุรกิจบางคนในประเทศสเปน จะเป็นประเทศต้นๆ ที่มีอคติต่อภาพผู้หญิงจากการได้ทำธุรกิจด้วย แต่เพราะผลงานเรามีความโดดเด่น แตกต่าง ใช้งานได้จริง งานมีความงามของศิลปะงานหัตถกรรมร่วมสมัย  ก็ต้องใช้เวลาและกลยุทธ์ในการเจรจาการค้าหรือแสดงความสามารถค่ะ เอาเข้าจริงๆ แล้วเรื่องเพศจะหญิงหรือชายในตลาดโลกไม่เป็นข้อจำกัด จะทำสินค้าสิ่งหนึ่งที่ต้องมี คือ ความคิดสร้างสรรค์ แล้วจึงนำมาใส่กลยุทธ์ทางการตลาด การที่สินค้ามีดีไซน์ มีความคิด จะส่งผลที่ดีต่อภาพลักษณ์นักออกแบบผู้หญิงโดยอัตโนมัติ อย่าให้การทำคือการนำสินค้าเดิมที่ดีมายำจนเสียหายกับภาพลักษณ์ที่ดี”

สำหรับน้องๆ ที่มีความฝันอยากดำเนินรอยตามรุ่นพี่ ดร.ฐิติพร มีคำแนะนำ

“การจะทำอะไรก็ตามให้เป็นที่รู้จัก สิ่งแรกคือจงสร้างความประทับใจแรกให้ได้ เมื่อเกิดสิ่งนั้นเข้ากับสินค้าหรือแบรนด์ การถูกจดจำจะตามมา การจะออกสู่ต่างประเทศความพร้อมต้องหลายด้าน ต้องแสดงออกให้น่าเชื่อในเรื่องความเป็นมืออาชีพ คุณต้องมีอินเนอร์ ต้องทำให้เขาเชื่อ แบรนด์คุณไปได้ไกลแน่นอนค่ะ”