ความเข้าใจของพี่น้อง ‘เฉลิมชัย-อุษณา มหากิจศิริ’

วันที่ 06 มิ.ย. 2558 เวลา 10:41 น.
ความเข้าใจของพี่น้อง ‘เฉลิมชัย-อุษณา มหากิจศิริ’
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง ภาพ... กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

“มหากิจศิริ” ครอบครัวนักธุรกิจที่ได้เห็นข่าวการขยายหรือต่อยอดธุรกิจจากสิ่งที่คุณพ่อ “ประยุทธ” เจ้าของเครือพีเอ็ม กรุ๊ป ได้ทำมามากมาย และปัจจุบันกำลังถูกถ่ายทอดไปรุ่นที่ 2 จากลูกทั้ง 3 คน คือ พี่สาวคนโต“ตุ๊ก-อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ” ที่ยังรับราชการในกระทรวงการคลัง และเป็นเจ้าของโดนัทคริสปี้ครีมชื่อดัง น้องชายคนรอง “กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ” เป็นผู้บริหารประเภทอุตสาหกรรมหนักต่างๆ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไม่ว่าจะเป็น บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) รวมถึงบริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ (INOX) บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ (TFI)

ด้านน้องสาวคนสุดท้อง “นา-อุษณา มหากิจศิริทัพพะรังสี” ที่มาดูเรื่องพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สนามกอล์ฟ อาหาร และไลฟ์สไตล์ต่างๆ อาณาจักรพีเอ็ม กรุ๊ป ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวเป็นเบื้องหลังความสำเร็จ

 

นา : พี่รักใครก็รักด้วย

จริงๆ กับสมาชิกครอบครัวเราสนิทกันมาก เมื่อยังเด็กๆ เราก็จะเห็นบรรยากาศการทำงานของคุณพ่อคุณแม่มาตลอด บ่อยครั้งที่ท่านพาเราเข้าไปประชุมงานด้วย ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้อะไรหรอก แค่รู้ว่านี้คืองานของพ่อกับแม่ แต่เชื่อว่าสิ่งที่เห็นทำให้พวกได้รับและซึมซับเรื่องการทำธุรกิจมาทางอ้อม และตัวแปรที่ทำให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จและเกิดขึ้นและเติบโตไปเรื่อยๆ ก็เพราะคุณแม่ที่จะคอยสนับสนุนให้พวกเรามีอะไรทำตลอด และต้องรู้จักขยัน ซึ่งหลายครั้งเองก็เกิดจากที่คุณแม่แนะนำว่าลองทำดูมั้ย ล่าสุดคือนำเข้าขนมหวานมาการง ปิแอร์ แอร์เม่ ปารีส

เมื่อก่อนที่ยังไม่มีครอบครัวกัน พวกเราก็จะมีเวลาไปเที่ยวไหนกันทั้งครอบครัวบ้าง ซึ่งตอนนี้ก็ยังพอหาเวลาไปกันอยู่บ้าง แต่อาจจะไม่บ่อยเท่าเมื่อก่อนแต่ก็พอจะชดเชยบ้างในเวลาทำงาน เพราะส่วนใหญ่ก็จะมีเจอหน้าตากันที่ออฟฟิศและกินข้าวพร้อมกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง กับพี่ตุ๊กก็สนิทกันตามภาษาผู้หญิงที่ออก ส่วนคุณกึ้งก็จะไปด้านความชอบแบบผู้ชาย มีไลฟ์สไตล์เขา ซึ่งเขาก็เป็นคนที่มีความเป็นอาร์ติสต์มาก แต่นากับพี่ชายถือว่าเป็นพี่น้องที่สนิทกันมากก็เพราะชีวิตจะผูกพันกันมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ ได้นั่งรถไปโรงเรียนด้วยกันตลอดเวลา ประกอบกับนากับเขาอายุก็ห่างกันเพียง 2 ปี ส่วนพี่สาวคนโตจะห่างกัน 7 ปี ซึ่งก็รู้สึกว่าพี่สาวจะมีความเป็นผู้ใหญ่ทั้งรักและเกรงใจ เหมือนเขาเป็นคุณแม่พวกเราอีกคนหนึ่ง 

 

ขณะที่นากับคุณกึ้งพอโตขึ้นมากันก็ยังไปไหนด้วยกันบ่อยมาก เพราะมีเพื่อนแฮงเอาต์กินข้าวปาร์ตี้กลุ่มเดียวกัน ฉะนั้นจึงเหมือนไปด้วยกันตลอดเวลา จนใครๆ บอกว่าเราเป็นคู่แฝดกันเพราะหน้าตาเราสองคนเหมือนกันมากสุด อีกทั้งต่างคนต่างจะรู้ใจกันมาก แค่มองหน้ากันก็รู้แล้วว่าอีกคนคิดอะไรอยู่โดยไม่ต้องถาม ส่วนเวลาการทำงานด้วยกันมันย่อมมีปกติ ที่อาจจะเถียงกันเต็มที่ตามประสาการคุยงานกัน แต่สุดท้ายก็จะจบและรับฟังกันและกัน

สำหรับเรื่องที่ห่วงพี่ชายคนเดียวตอนนี้ เรื่องหลักคือเป็นห่วงสุขภาพและความโลดโผนในการทำกิจกรรมต่างๆ ตามประสาผู้ชายเขา ทั้งขับมอเตอร์ไซค์หรือจักรยาน ส่วนเรื่องรองลงมาก็เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ห่วงคือ การแต่งงาน เพราะในบ้านก็เหลือเขาอยู่คนเดียวแล้ว ซึ่งเราไม่ได้อะไรมาก เพราะถ้าพี่รักใครเราก็รักด้วยอยู่แล้ว

 

กึ้ง : นาเป็นทุกอย่างของผม

พูดถึงน้องสาวต้องถือว่าเราสนิทกันสุดแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเราอายุห่างกันเพียง 2 ปี แต่กับพี่ตุ๊กพี่สาวคนโตห่างกันถึง 5 ปี พี่ตุ๊กจึงเหมือนเป็นแม่คนที่ 2 ของพวกเรา คือมีอะไรเราก็ไปปรึกษาตามประสาพี่น้อง หรือเวลาจะขออะไรเขาก็ให้และตามใจนะ แต่การให้ในสิ่งที่ขอแต่ละครั้งจะต้องไปเป็นไปอย่างมีเหตุผล ฉะนั้นถ้าจะทำอะไรก็ตามหลายครั้งก็จะหันไปทางน้องสาวแทน

เอาเป็นว่าน้องสาวจะเป็นคนที่รู้เรื่องราวของเรามากที่สุดคนหนึ่ง แม้บางมุมผมก็จะมีมุมส่วนตัวของผมที่ชอบอยู่คนเดียว ซึ่งยอมรับว่าเราเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงอาจจะมีความเป็นอาร์ติสต์เยอะไป แต่น้องสาวก็จะเข้าใจ รู้จังหวะ คอยแนะนำ คอยพูดคุย และรับฟังมาตลอด ซึ่งถือว่าเขาก็เป็นทั้งน้องสาว เป็นทั้งเพื่อนที่คอยดูแลเราและตามใจเรา

บางมุมพี่สาวกับน้องสาวเขาก็จะชักชวนกันไปช็อปปิ้งเรื่องความสวยงามตามประสาผู้หญิง และจะมากหน่อยตอนนี้คือ ปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูก เพราะพี่ตุ๊กเขาก็มีประสบการณ์เลี้ยงมาแล้วถึง 3 คน ส่วนนาก็กำลังจะคลอดลูกคนแรกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งเดี๋ยวค่อยมาว่ากันว่าจะเรียกเราว่าพี่หรืออะไรดี และทุกวันนี้ก็ดีใจที่นากำลังจะมีสมาชิกใหม่ตัวน้อยเพิ่มเข้ามา ทำให้ครอบครัวมีความสมบูรณ์มากขึ้น ส่วนตัวผมเองก็ทำหน้าที่ในการเลี้ยงหลานและคอยไปเล่นกับเด็กๆ ในวันหยุด

“พี่น้องสามคนเรามีความสนิทกัน เพราะคุณพ่อสอนว่าเป็นพี่น้องจะต้องรักกันช่วยเหลือกันตลอด การแบ่งหน้าที่การงานทุกอย่างก็มีความชัดเจนในรายละเอียดที่ทุกคนช่วยกันปรึกษาหารือกันอยู่แล้ว โดยสิ่งสำคัญที่สุดของการทำงานกับคนในครอบครัว คือ การใช้หัวใจนำพาความสัมพันธ์ ซึ่งอาจหมายรวมถึงเป้าหมายการดำเนินชีวิตทุกอย่างด้วยส่วนตัวเชื่อว่าถ้าเราใช้เหตุผลเยอะในเรื่องความสัมพันธ์ ทุกอย่างก็จบ เพราะต่างคนก็จะมองว่าเหตุผลตัวเองดีที่สุดและการมีทิฐิก็จะตามมาก ดังนั้น ความสัมพันธ์ควรใช้เหตุผลและทิฐิให้น้อย”

อย่างไรก็ดี กึ้งได้ตอบคำถามถึงข้อถามที่ว่ารู้สึกอย่างไรที่มีคนติดตามความเคลื่อนไหวของเขาตลอดเวลา ทั้งในหน้าที่การงานหรือเรื่องความสัมพันธ์อื่นๆ เขาตอบทิ้งท้ายว่า จริงๆ ทุกวันนี้ผมไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมแต่อย่างใด ผมก็เป็นคนเดินดินตามปกติที่มีชีวิตการทำงานหรือกินข้าวข้างทางเหมือนคนทั่วไปเท่านั้น

ต้องนับว่าเป็นพี่น้องที่เข้าใจกันสุดซึ้งของพี่และน้องที่เป็นทุกอย่างให้กันและกัน